Friday, December 31, 2010

การรักษาแบบแพทย์ทางเลือกวิถีพุทธ

วีดิโอ รายการคนค้นคน การรักษาแบบแพทย์ทางเลือกวิถีพุทธ สัมภาษณ์ หมอเขียว

Sunday, December 05, 2010

Reading about Buddhism and Science

I found a link (above) to this 2007 writing of Ajahn Brahm in a Sri Lankan newspaper from Wikipedia. The article entitied "Buddhism, the only real science". I like the article and would recommend anyone to read it.


Good talk on loneliness

Ajahn (Teacher) Brahm 's talk on loneliness. Great one. Recommend to watch.


Saturday, December 04, 2010

หญ้้ากุสสะ ในพุทธประวัติ

อะไรคือหญ้ากุสสะ

ในวันเพ็ญเดือนวิสาข เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงนั่งขัดสมาธิเพชร บนหญ้ากุสสะ ที่พราหมณ์คนหนึ่งถวาย ณ ริมฝั่งแม่น้ำอโนมา ที่โคนต้นโพธิ ก่อนจะทรงตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณ เป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนนั้น

หนังสือเรียนทางพุทธศาสนา บางเล่มแปลชื่อหญ้ากุสสะ เป็นไทยว่า หญ้าคา ผมว่าไม่ถูก ต้องแปลว่า หญ้าแฝก (Vetiver) จึงจะถูก ก็ลองดูสิว่าใบหญ้าคาของไทยมันคมแค่ไหน ใครจะไปนั่งได้

ที่สำคัญ ในเปเปอร์ของ Rao & Suseela แห่ง สถาบันวิจัยทางพฤกษศาสตร์แห่งชาติ ของอินเดีย ได้กล่าวถึงหญ้าแฝก Vetiveria zizanioides ว่า เรียกว่า หญ้ากาส Khas หรือ กุส Khus ในอินเดีย
เป็นพืชที่พบได้ประจำถิ่นในแถบทางเหนือของอินเดีย ให้กลิ่นหอม ใช้สกัดทำหัวน้ำหอมของราชสำนักในสมัยโบราณ และ ก็ รากของหญ้ากุสสะยังใช้เอามาสานเป็นเสื่อได้ และในอินเดียหน้าร้อน ชาวบ้านจะนิยมใช้หญ้าแฝกถักเป็นม่าน เมื่อพรมน้ำแล้ว ก็ใช้ห้อยลงมาเพื่อลดความร้อนของอากาศในบ้านเรือนได้ ให้ทั้งความเย็น และให้กลิ่นหอมอ่อนๆด้วย
ผมเลยเกิดความคิดต่อไปว่า หรือว่า พราหมณ์ถวายหญ้าแฝกทั้งใบทั้งรากแด่เจ้าชายสิทธัตถะ ไปทรงใช้รองนั่งขัดสมาธิในคืนนั้น น่าจะเป็นไปได้ เพราะใบจะได้ให้กลิ่นที่หอมเย็น และก็เป็นการระบายความร้อนจากก้อนหินที่จะทรงใช้นั่งสมาธิอีกด้วย ผมเดาว่า อาจจะทรงเอาใบรองไว้ด้านล่าง พรมน้ำเสียหน่อยยังได้ ส่วนรากก็เอาไว้รองชั้นบนๆ เรียกว่านั่งเย็นสบาย นอกจากนุ่มอีกต่างหาก

อ้างอิง
Rao, RR., Suseela, MR. Vetiveria zizanioides (Linn.) Nash, A multipurpose eco-friendly grass of india.
http://www.vetiver.com/TVN_IVC2/CP-6-2.PDF

Monday, November 22, 2010

Ecologically unfriendly festival

In the past few years, I have started to feel uneasy about Loy Kratong festival in Thailand. The latest figure in the news confirmed my gut feeling. This year, Bangkok Metropolitan Administration officials have harvested almost a million Kratong floats from river and canals in Bangkok: 946,838 floats as of 3 a.m. today to be exact. (I am amazed that how exact they could have counted those ! I 'll ignore a possibility that they did not miscount a few.)  And about 12 % of those are made of styrofoam which is not bio-degradable.

For hundreds of year in Thailand, Loy Kratong festival is a beautiful festival on a December 's full-moon night when people, few thousands I guess, would bring their small floats made of banana leaf, with flowers, lit candle, and incensed stick to beg pardon from angle of the river. It 's a rare traditional good chance for boys to meet girls at night.  Nowadays, however, people attending the festival are in the tune of a million, or 3 fold order of magnitude (1000 x) more. So this the the amount of float garbage is now a big environmental burden to the river and needs to be cleaned up by the city within hours after people went home. I often sighed in my thought at this ceremony around this time of the year.

Despite the complain above about it, I have not started complaining of my dislike of another more dangerous floating (into the air) festival yet, called Yipeng floating.

Saturday, November 20, 2010

โรงเรียนสีเขียว

ไปเจอวีดิโอจาก TED ก็เลยเอามาโพสต์ที่นี่ น่าดู เป็นโรงเรียนสีเขียว (Green school) ตามแนวทางฝรั่ง ผมว่า ถ้าเอามาประยุกต์กับโรงเรียนวิถีพุทธ อย่างของ อ. อาจอง หรือ ของ คุณ มีชัย จะดีมาก

Friday, October 29, 2010

33 years old calculator

This is memorable calculator for me, 33 years old Casio FX-110 Scientific calculator.
The price I paid in 1977 was 580 Baht. It has 10 blue-color digits and needs AA-size batteries to operate. I remember well that when I used it in an examination room, such as in a Physical Chemistry class, I needed to have spare batteries to replace otherwise it would not last the entire 3 hr exam session. This one was great gadget, because few years earlier students were still using slide rules.

Around that time, I was still a sophomore student and my mom did not have money but I did not know. I told her I badly needed a calculator to use in exams and she had to get money for me somehow. I appreciate her motherly love, just an example of it, and much more now that she long passed away. 



ร้านซ่อมนาฬิกาคุกคู ในกรุงเทพ

มีอยู่ร้านหนึ่ง ในหมู่บ้านสัมมากร โครงการ ๒ ซอยรามคำแหง ๑๑๒ ซื่อร้าน Black Forest Shop ขายนาฬิกาคุกคู และ รับซ่อมด้วย เลยเอามาโพสต์เป็นข้อมูลไว้ เพราะนาฬิกาพวกนี้ ห้าหกปีบางทีก็ต้องเอาไปเซอร์วิส ก็หลายสตางค์อยู่เหมือนกัน
(Cuckoo shop in Bangkok, "Black Forest Shop")

Addendum :- 

For the benefit of English speakers, I 'd like to add some information here about the content of this original blog.

Cuckoo clock repair shop in Bangkok:-

This is the only shop I know and the mechanic is an authorized technician who has been trained in Germany. His main shop is Black Forest shop, is in Summakorn village project 2, Soi Ramkamhaeng 112, Bangkok.
The owner and technician name is Mr. Apichart, his phone is 087 936 1911. You can try phone him during day time, including weekends.

บรรจุภัณฑ์จงใจหลอกผู้บริโภค

มีผลิตภัณฑ์บางยี่ห้อ ที่จงใจสร้างบรรจุภัณฑ์ที่ลวงตาหลอกผู้บริโภค อยากจะเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า intentionally misleading package ตัวอย่างที่ผมเจอ และรู้สึกไม่ชอบใจทุกครั้งที่ซื้อมาใช้ก็คือ ใบมีดโกน ของ Gillette ที่มีตัวเลขเล็กๆบอกว่า มี ๔ ใบมีด แต่ทำห่อให้มีขนาดและช่องสำหรับ ๖ ใบมีด แล้วก็เอากระดาษมาบังไว้ โผล่ให้เห็นนิดเดียว ถ้าใครหยิบโดยไม่อ่าน ก็ต้องคิดว่า มี ๖ ใบ หรือ ยิ่งถ้าใครไปมัวคิดราคาต่อใบมีดแล้วก็อาจจะได้ราคาที่ผิดไป เพราะจริงๆเขาให้แค่ ๔ ใบแค่นั้น
ผมละเกลียดนัก พวกหลอกผู้บริโภค

Sunday, October 17, 2010

ในสังคมปัจจุบัน คนไทยต้องเสพย์ข่าวโดยใช้การพิจารณอย่างระมัดระวัง

ในยุคนี้ มีการออกข่าวลวงกันมากกัน ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า disinformation คนเสพย์ข่าวต้องระวัง เรื่องโกหกมันแยะมาก พบว่าใช้กันมากทั้งในวงการโฆษณา และ วงการเมือง นักการเมืองบางคน ศีลข้อ ๔ ไม่รักษาเลย จิตมีโลภะเป็นตัวนำ เพราะโกหกแล้วได้เงิน แล้วนักข่าวก็ชอบกันจัง ไปสัมภาษณ์ ไม่รู้ว่าโง่หรือว่าโลภอยากได้ข่าวไปลง เขียนเอาไปลงข่าวทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นเรื่องโกหก สงสัยจะโลภอยากได้ข่าวมากกว่า ไม่มีคนนึกถึงคำที่ท่านสอนว่า คนที่โกหกได้นั้น ความชั่วอย่างอื่นๆอีกที่จะทำไม่ได้ เป็นไม่มี นักข่าวไม่สำเหนียกว่า การลงบทสัมภาษณ์ที่เป็นเรื่องโกหก ทั้งๆที่รู้ นั้นตัวเองก็ผิดศีลไปด้วย

และในช่วงปีสองปีหนึ่งมานี่ก็มีอีกวงการหนึ่งเพิ่มขึ้น กล่าวจาบจ้วงผู้บริสุทธิ์ เพราะโลภะและโทสะเป็นตัวนำอีกเช่นกัน ไม่มีความละอายใจ ไม่มีความเกรงกลังต่อบาปกรรม คนอ่านที่มีใจเป็นธรรมก็ต้องปลงสังขารไป และวางอุเบกขา ใครทำกรรม ชั่วหรือดี เขาก็ต้องรับผลไปเอง ส่วนคนอื่นๆในสังคมที่โดนโกหกจนพลอยหลงเชื่อ หากมีจิตเป็นโทสะ และ กิเลสล้นจนแสดงออกมาทาง วาจา และ กาย ก็เป็นการกระทำกรรมหนักเช่นกัน คนผู้ศึกษาธรรมถือว่า กรรมหนักย่อมส่งผลเร็วอย่างแน่นอน

ในสังคมประชาธิปไตย ภายใต้รัฐธรรมนูญ คนไม่ได้มีเสรีภาพที่จะโกหกกับสังคม คนไม่ได้มีเสรีภาพที่จะจงใจละเมิดคนอื่นได้ คนไม่มีเสรีภาพที่จะลุกขึ้นมาทำลายบ้านเมือง แต่ตอนนี้บ้านเมืองไทยหลายปีมานี้ มันมีการปล่อยให้คนบางส่วนทำอย่างนั้น

การพิมพ์ ebook และขายเอง น่าสนใจขึ้นทุกวัน

ดูลิงก์ข้างบน

Wednesday, September 08, 2010

หนังสือ พระไตรปิฎก ที่มีให้อ่านในโรงแรม

ไปพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง ต่างจังหวัดทางใต้ เห็นว่า มีหนังสือ หนังสือ พระไตรปิฎก ฉบับประชาชน ตอน เฉพาะพระสูตร ที่ กรมการศาสนา สมัยรัฐบาล นายกสุรยุทธ จัดพิมพ์ เอาไว้ในห้องพัก (เผอิญรู้ว่าเจ้าของโรงแรมเป็นลูกศิษย์ครูบาอาจารย์องค์หนึ่ง คือ หลวงปู่เณรคำ ที่ศรีสะเกษ) ก็รู้สึกว่าดี ได้อ่านดูหลายชั่วโมงก่อนนอน ขอชมว่า จัดพิมพ์ด้วยความปราณีตพอควร ตัวโต อ่านง่าย

แต่ขอติหน่อยเหอะ เราก็รู้ๆอยู่ว่า เป็นหนังสือของท่าน อาจารย์ สุชีพ ปุญญานุภาพ ท่านแปลภาษาบาลีจากพระไตรปิฎก ๔๕ เล่ม และย่อความไว้เป็นภาษาไทย และตอนนี้ ท่านผู้แปลและเรียบเรียงเสียชีวิตไปนานแล้ว เข้าใจว่า ลิขสิทธิ์เป็นของ มหามกุฏราชวิทยาลัย
ไม่เห็นมีที่ไหนในหนังสือ ให้ข้อมูลไว้เป็นเกียรติเลยว่าใครเป็นผู้แปลและเรียบเรียงไว้ ผมว่า คนทำ ทำไม่ถูก กรมการศาสนาไม่ให้เกียรตินักวิชาการที่ตายไปแล้วเลย

เกิดในเมืองไทยนี้ดีแล้ว

ใครที่คิดว่าบ้านเมืองเราไม่ดี ก็ต้องปลง คนยุคนี้ส่วนมากกิเลสหนา รวมทั้งนักการเมืองไทย ส่วนมากหนามากเป็นพิเศษ แต่เมืองไทยก็ยังดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านแยะมาก

ผมไปเจอเว็บหนึ่ง พระอาจารย์องค์หนึ่งท่านเล่าไว้ เห็นภาพดี จึงใส่ลิงก์ไว้
ตามไปอ่านที่นี่

Monday, September 06, 2010

ประมาณค่าเสียหายจากแผ่นดินไหวที่นิวซีแลนด์

จากข่าว มีการประมาณค่าเสียหายจากแผ่นดินไหวที่นิวซีแลนด์ ที่มีขนาด ๗ ริกเตอร์ ไว้ที่ประมาณ 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ คูณเป็นเงินไทยก็ประมาณ 50,000 ล้านบาท สำหรับเมืองที่มีประชากร ๓๕๐๐๐๐ คน

ผมมาคิดต่อว่า กรุงเทพมีประชากรมากกว่านั้น ๒๐ เท่า และดินเป็นดินอ่อน ในอนาคตหากเกิดแผ่นดินไหวในแถวนี้ จะมีความสะเทือนมากกว่า ผมคิดเอาว่า หากคูณ ๒๐ เข้าไป ก็อาจจะเสียหายประมาณ ๑ ล้านล้านบาท

ปัญหาตัวเงินดูเหมือนจะมากมาย แต่ความจริงที่ใหญ่กว่ามันอยู่ที่การกระจุกตัวของทรัพยากรทุกอย่างของประเทศ ศิลปวัฒนธรรม อารยธรรม การศึกษาวิจัย แหล่งความรู้ ข้อมูลทุกอย่าง และหัวใจการสั่งการทุกอย่างของรัฐอยู่ที่กรุงเทพ หากว่าอะไรๆก็เสียหายหมดจากภัยธรรมชาติ ต่อให้มีเงิน ต่อให้มีเครดิตไปกู้มาซ่อมสร้าง ก็จะทำอะไรลำบากมาก อะไรที่เสียไปแล้วจะกู้คืนลำบาก

เหมือนกับเฮติ เกือบปีแล้วคนก็ยังอยู่ในเต้นท์ ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร

นี้เป็นเพราะเมืองไทยไม่เหมือนอเมริกา ที่เขาคิดกระจายความเจริญและสิ่งต่างๆไปทั่วประเทศ สมัยช่วงสงครามเย็นเมื่อสี่สิบปีก่อน อเมริกันกลัวการถูกโจมตี จึงต้องมีการกระจายความเสี่ยง ป้องกันการเสียหายของระบบทั้งหมดจากการทำลายโดยอาวุธระยะไกล ทำให้เขามีความอ่อนตัวกับภัยพิบัติอยู่ในตัว แม้แต่ระบบสั่งการเขาก็จัดการทำไว้หมดว่า คนไหนมีอำนาจสั่งการรองลงไปๆหากว่าผู้บริหารระดับสูงไม่เหลือจากการถูกทำลายแล้ว แต่เมืองเราไม่เคยมีการคิดกระจายตัวเรื่องความเจริญออกไว้ก่อน และก็อาจจะไม่มีการทำแผนฉุกเฉินไว้

ผมหวังไว้ในใจว่าจะมีใครบางคนการทำแผนเอาไว้ เพราะอะไรที่มันไม่น่าจะเกิด ดูจากความน่าจะเป็นแล้วน้อยมาก พวกนั้น หากว่าเกิดแล้วผลกระทบมันหนักมาก

Saturday, September 04, 2010

ไปได้หนังสือธรรมะมาใหม่ (3)

วันก่อน ดูพระอาจารย์ คึกฤทธิ์ จาก Youtube ท่านแนะว่า ควรไปหาหนังสือของพุทธทาส ๕ เล่ม ที่ท่านแปลและรวบรวม พุทธพจน์ จากพระไตรปิฎก มาอ่านเสีย คือ

อริยสัจจ์จากพระโอษฐ์ ๒ เล่ม
พุทธประวัติจากพระโอษฐ์
ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์
ปฏิจจปสมุปบาท จากพระโอษฐ์

ผมมีเล่มสุดท้ายอยู่แล้ว วันนี้แวะไปได้ มาสองเล่ม จากมหาจุฬาบรรณาคาร คือ พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ พลิกๆดู ก็ดีใจที่ได้มาอ่าน คงจะทะยอยอ่านต่อไป ราคาเล่มละ ๓๐๐ บาท ถ้ามีบัตร มจร. ลด 5%

Sunday, August 29, 2010

ฝูงหุ่นยนต์อัตโนมัติเพื่อขยัดคราบน้ำมัน

ข่าวจาก MIT ประกาศว่า กำลังสร้าง หุ่นยนต์ต้นแบบ เพื่อขจัดคราบน้ำมันในทะเล แบบอัตโนมัติ ใช้พลังแสงอาทิตย์ และหุ่นจะรับรู้พิกัดผ่าน GPS และสื่อสารกับหุ่นอื่นๆข้างเคียงได้ผ่าน WiFi เขาเรียกว่า Seaswarm หรือ ฝูงทะเล ใช้หลักการดูดซับน้ำมันด้วย ผ้าใยนาโน ด้วยหุ่นแบบนี้ เขาจะปล่อยให้มันทำงานกันเป็นฝูง และคาดว่า ภายในเดือนเดียวก็จะเก็บคราบน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกได้หมด
แต่กว่าจะสร้างตัวจริงเสร็จเนี่ยไม่รู้อีกกี่เดือน

ติวเตอร์คนเดียว สอนฟรีให้เด็กเป็นแสนคนทั่วโลก

น่าชมสำหรับคนๆนี้ ผมเพิ่งไปเจอข่าวว่า ลูกของ บิลล์ เกตส์ ก็ใช้บริการฟรีของคนๆนี้ ติวเตอร์คนเดียว แต่เขาสอนหลายๆพันหัวข้อ ผ่าน ยูทิวบ์
ผมเคยเห็นมีนักศึกษาไทยบางคนทำบ้างเหมือนกัน แต่เขาติวเป็นภาษาอังกฤษ

ใครอยากเรียนคณิตศาสตร์ใหม่อีกรอบก็ไปดูได้ที่ Khan Academy

Tuesday, August 24, 2010

วีดีิโอสอนวิปัสสนา (2)

หลวงพ่อจรัญ สอนเดินจงกรม

วีดีิโอสอนวิปัสสนา (1)

วิธียืนวิปัสสนา สอนโดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม วัดอัมพวัน สิงห์บุรี

Sunday, August 22, 2010

วีดีโอน่าสนใจ

ปกติผมไม่ค่อยมีเวลาดูทีวี ก็เลยต้องดูบางรายการบนเว็บ
พบว่า วู้ดดี้สัมภาษณ์คนบางคนน่าฟังดี เช่น ในตอนนี้ วู้ดดี้ไปสัมภาษณ์ CEO ของ NokAir

ความเห็นดีๆเกี่ยวกับเมืองไทยเรา อยู่ตอนกลางๆนะ

Monday, August 16, 2010

Poor man sentenced for selling old CDs in Thailand

From today 's Thai news, a criminal court fined a poor Bangkok garbage collection worker, who scavenged from the garbage piles and sold recovered old CDs on a footpath, over 100,000 Bahts for violating the Movie and VDO Act of B.E. 2551. Since he does not have money he would be imprisoned to pay for fine. (Note: Perhaps at a rate of few hundred Baht daily credit of imprisonment he would be jailed for about a year.) The family of the guy would try to borrow money to bail him out and appeal the sentencing. His family member said he did not know that selling old CDs was against such a law.

Thai people around the web expressed their great sympathy for the unfortunate guy, mentioning any irony that rampant selling of illegal copies of software and multimedia exist in the country and real pirates of CDs & DVDs often don't get caught, but poor innocent ones got caught and punished instead.

I wish the appeal court would re-sentence the guy in a more lenient way.

Saturday, August 14, 2010

A charming song

This Hindi song sounds familiar to Buddhists Worldwide. I have heard it since the 1960s after an Indian movie, Angulimal, which was based on a true story in Tipitaka, was shown in Bangkok. Today I just found that someone has uploaded a new version of this song to Youtube. Anumodhami. If you are Buddhists you might like to listen to it and find it mind soothing.





Thai translation of the song lyric I have copied from somewhere is pasted below :-

เมื่อใดแล เหล่ามนุษย์ผู้ถือตนว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ ได้เกิดความหวาดกลัว เกิดหัวใจสะดุ้งหวั่นไหว เมื่อใดแล เหล่ามนุษย์ผู้ถือตนว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ ได้เกิดความหวาดกลัว หรือว่า เกิดหัวใจสะดุ้งหวั่นไหว

เมื่อนั้น ขอให้ท่าน จงเปล่งคำว่า “พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ” ไว้เถิด
เมื่อนั้น ขอให้ท่าน จงเปล่งคำว่า “พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ” ไว้เถิด

เมื่อใดแล เกิดความมัวเมาอันเป็นเหตุแห่งความไม่สงบวุ่นวาย พื้นแผ่นดินไหลอาบนองแดงฉานไปด้วยเลือด เปลวไฟแห่งความมุ่งร้ายเบียดเบียนแผดเผากระจายไป จิตใจของมวลหมู่มนุษย์กลับกลายไปเป็นดั่งเดรัจฉาน มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แต่ภายในแผดเผาเร่าร้อน

เมื่อนั้น ขอให้ท่าน จงเปล่งคำว่า “พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ” ไว้เถิด
เมื่อนั้น ขอให้ท่าน จงเปล่งคำว่า “พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ” ไว้เถิด

"พุทธํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ"

เมื่อใดแล ความรักเมตตาแห้งเหือดหายไปจากโลก ความกรุณาสงสารก็แห้งเหือดหายไป คนทั้งหลายเชือดเฉือนสายใยแห่งความรัก แม้ของมารดาตนเอง เกิดผืนแผ่นดินเลื่อนลั่น ฟ้าสั่นไหว

เมื่อนั้น ขอให้ท่าน จงเปล่งคำว่า “พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ” ไว้เถิด
เมื่อนั้น ขอให้ท่าน จงเปล่งคำว่า “พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ” ไว้เถิด

"พุทธํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ"

พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดแล ผู้ทรงขจัดเสียซึ่งความมืดมิดภายในจิตใจที่เร่าร้อนของปวงประชา มวลหมู่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ได้พบหนทางแสงสว่าง เพียงแค่ได้สัมผัสเส้นใยแห่งรัศมีที่แผ่ออกมาของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด

ด้วยอานุภาพของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ขอพระสัทธรรมอันเป็นที่พึ่งพิง ขออริยสัจจ์คือความจริง จงเจริญรุ่งเรืองตลอดกาลนาน

ขอมวลหมู่มนุษย์จงเห็นอกเห็นใจเกื้อกูลเอ็นดูกันเถิด ขอหมู่มนุษย์จงทนุถนอมความรัก ความเยื่อใยของมนุษย์ด้วยกัน อยู่อย่างร่มเย็นสันติสุขเถิด

ขอบทแห่งมนต์อันประเสริฐ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของชาวภารตะ (อินเดีย) จงกระหึ่มกังวานไปในทุกครัวเรือน เพื่อนมนุษย์เอ๋ย ขอให้ท่าน จงหมั่นเปล่งคำว่า "พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ" ไว้บ่อย ๆ เถิด

"พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ”

Many thanks for the anonymous translator.

Thursday, August 12, 2010

Unusual high tide up to 3 meters in Ranong

At Ranong, there is a news reporting that the sea level has increased up to 3 meters and there was flood in many islands and in the areas along sea side.
I beleive that this is likely another sign of global warming.

Wednesday, August 11, 2010

ปลาหมึกบินได้

เพิ่งอ่านเจอว่า ปลาหมึกบินได้ Squids can fly! โดยอาศัยการพ่นน้ำอย่างแรง และระหว่างบิน ก็ใช้ครีบบังคับเป็นปีกได้ด้วย น่าสนใจมาก
ตามไปดูลิงก์เอาเอง

อ้อ ขอพูดนอกเรื่องหน่อย ผมยืนยังจะเรียก ปลาหมึก ไม่ยอมเรียกแค่ หมึก หรือ ตัวหมึก เพราะนั่นมันคือ ink แม้ผมจะเรียนมาทาง ไบโอ ผมก็ไม่ยอมรับการที่พวกที่จบมาทาง ซู (zoology) ที่พยายามจะล้างสมองคนไทย และพวกผมมาตลอด ๓๐ ปีหรอกนะว่า ให้เรียกปลาหมึกว่า หมึก เฉยๆ ผมรู้ว่ามันเป็น mollusk ไม่ใช้ fish แต่ภาษาไทยเราเรียกอย่างนี้มาต้ังนานแล้ว ผมยืนยันจะเรียก ปลาหมึก ของผมต่อไป ทีฝรั่งเขายังเรียกกุ้งประเภทหนึ่งว่า crayfish ได้เลย พวกกุ้งมันไม่ใช่ปลาซะหน่อย เขาก็ยังเรียกได้ เช่นกัน เอวัง

Workers working hard against capitalistic injustice : "Try Arm"

What happened if thousands of skilled workers who worked for decades for an international company were unfairly laid off ? They would feel bitter and fight back ? What if they lost ? Well, some of them might start their own cooperative venture in order to help feed their families. That is how a new local brand of Thai quality lingerie for females, Try Arm, started. The logo of this brand is a raised fist showing their strong determination to fight their destiny and survive. You can guess by yourself from the rhyme of their brand whom they were working for and which company mistreated them.

If you want to support them, please go ahead. Their merchandises are cheap but the quality should be about the same as those of the international brand. (Unfortunately, I can only give them moral support by writing this blog for I can not use their products.)

I wished more Thais would be like Anek Navikamoon

Above link is toward a Thai article in a Thai magazine, Sarakadee, featuring a prominent conservationists known countrywide for his passion of old stories about Thai art & culture, folk history, people of former generations. Anek Navikamoon, is an author of over 148 books (non-fiction), based entirely on his decades of his detective-like investigations, interviews old people, and photographing in order to record on old stories. He has established a small private museum, House of museums. I admire him. This magazine covered him 20 years ago, and now again 20 years later, with an outstanding award given to him.

If Thailand had more people with exertive passion for worthy things like him, our country would be in much better shape.

Thai malpractice bill draft

Today news from BusinessWeek wrote about the Thai malpractice bill under draft (link given above), with incomplete information, flawed Westerners' viewpoints and far from familiarization with Thai generosity-centric cultural background. To my chagrin, the writer of that news' piece seems to be a Thai. Of course, American readers are that magazine's prime audience, not Thais on the other side of the globe.

I am not a medical practitioner but I have recently heard some of my doctor friends personally voicing their serious disagreement to the current draft under a westerners' model. They said they are being sued already in civil courts once in a while for allegedly giving insufficient care to some demanding patients without this draft law in effect yet. This draft law would make them quit their jobs for they are already fed up with some of those greedy people.

From what I read in Thai newspapers, I don't like the current draft version which will open up a much bigger pandora box of American style law suits against doctors, nurses, assistant medical staff, emergency aid-workers, any passer-by who helped accident victims, etc.

I agree that there should be a law to help some people. But a new version of the bill must make it less likely to be exploited by some bad persons who will likely exploits loopholes on the system for personal financial gains and wreak havoc on the kindness of Thai society. Thai health workers often give free medical assistants, or just for 30 Baht (< $1 USD) a visit charge for a government hospital treatment of any diseases including AIDS (i.e. expensive drugs), they could be naively sued for anything if patients are not satisfied. A non-technical committee proposed in the draft to look into the claims will have no medical experience to deal with those claims. In the current draft bill, doctors, aid-workers and emergency help volunteers will be practically treated as guilty unless proven otherwise later. The system may pay to the claimants upfront, regardless of the validity of the claims. The claimants can still sue in a civil court on top of their getting compensation from this new system. So it will be double whammy for any claimants.

This present draft is discouraging for medical workers in Thailand. In the end, everyone in Thailand will suffer. Helps of good heart will be gone from the Thai society, only financial gains will be the essence. Everyone will sue for their right to get paid. I for one, will not stop my car by to help any accident victims on the road.

Thai people smart enough have been fed up with too many free items given by Thai governments to buy votes for their parties already:- e.g. some free-bus, free-train, free-eletricity (to a level), free water supple (to a level), cheap free medical healthcares. (We also shoulder over 1 million illegal immigrant workers and war-refugees on their medical costs). We are already using our children's money to pay for our "extravaganza" today.

Tuesday, August 10, 2010

Bangkok's new place for contemplation

Bangkok has a new public "garden", Buddhadhasa Archive, also known as Suan Mokh of Bangkok, locating at the Railways Garden, near Chatuchak Park. It 's aimed to be a place where people can come to meditate, study works of Buddhadharsa Bhikku. This place was made possible by volunteers and public donations. There will also be weekly Yoga course and music shows from Mahidol University College of Music as well. In addition to Buddhists, people of all faiths are welcomed.

Monday, August 09, 2010

Luncheon with teachers



Once a year, our high school class would organize a luncheon with our former teachers at different exotic places in and around Bangkok. This year we set the venue at Dusit Thani hotel, on the top floor restaurant. It 's a nice atmosphere and feeling. Many of my teachers were anxiously waiting for this luncheon, for at their age, it 's not often that they would go out of their homes for social activity. Some of our former teaches who had came to our luncheon in the previous years can not come anymore, for ever. I believe it is a show of good spirit of our alumni who wanted to share our energetic appreciation to our teachers in their post-retirement life. Our teachers also showed their loving care to us with their concern and inquiry about our health, or family. The event reminded us of old fond memories almost 40 years ago.

During the luncheon, our class also invited a very famous Thai singer, Mr. Suthep, over to give his genuine 60s - 70s vocal. His voice is still very good. Comparing his natural and charming style to the current style sung by teenage singers we commonly encounter nowadays, I feel the latter style quite unnaturally over-pretending and too much exertion, trying to westernize their vocal of Thai song, and I don't like that.

ห้องน้ำ



ไปเจอห้องน้ำที่ชั้น ๒๒ ของ โรงแรม ดุสิตธานี ให้ความรู้สึก ตลกดี เสมือนหนึ่งยืนฉี่ แบบเย้ยฟ้าท้าดิน บางคนบอกว่า ฉี่ไม่ออก รู้สึกไงไม่รู้
ลองคิดดูว่า เมื่อราว ๔๐ ปีก่อน ที่นี่เคยเป็นห้องน้ำบนยอดตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย คงไม่คิดว่าจะท้าทายสายตาคนจากตึกอื้นๆละมัง เพราะสมัยนั้นคงไม่มีตึกอื่นๆ
ผมพบอีกว่า ภาพวิวของกรุงเทพถ้ายมาจากหน้าต่างหน้องน้ำนี่เอง

This is an unusual men 's restroom on the 22nd floor of Dusit Thani Hotel in Bangkok. Four decades ago, this was on the top floor of the tallest building in Bangkok. It looks funny, giving a strange airy feeling for users. Some people said they did not feel like using it.
I also discovered that a familiar Bangkok skyline view of Sukhumvit road from Lumbini park I had seen were likely taken from a window from this location.

Friday, August 06, 2010

Thai capital should be planned to move within the next decade

In this VDO, dated February 2010, a famous Thai scientist, Dr. Arj-Ong Jumsai Na Ayutthaya, suggested that the Thai capital be moved, to escape from encroaching sea level that will cause future problem for the city's clean water supply. A good location for the new capital should be on a plateau of at least 100 meters above a mean sea level and has no geological fault line in the area. He urged that the city be moved within 10 years. He cited a location in North East, perhaps in an area near Korat as an example.

I think so far politicians have not heard his advise yet.

Tuesday, August 03, 2010

ปัญหาของการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย

เดี๋ยวนี้แม่ค้าส้มตำบางคนที่สาวหน่อยก็จบปริญญาตรี อย่างเจ้าส้มตำใกล้บ้านผม ลูกสาวเขามาช่วยแม่ขายด้วย
ผมเลยคิดสงสัยว่า การศึกษาระดับปริญญาตรีไทยเสียเปล่ามากเกินไปหรือเปล่า

ผมไม่ได้เห็นแย้งที่คนมากขึ้นเรียนได้ถึงมหาวิทยาลัย อันที่จริงเป็นเรื่องดี
แต่ผมมีความรู้สึกว่า มหาวิทยาลัยของเรา ไม่ว่าปริญญาระดับไหนก็ตาม เรียนไปก็ไม่คุ้มค่าทั้งเงินของผู้ปกครอง และเงินภาษีของรัฐที่ไปสนับสนุน และเวลา ที่เด็กเสียไปนั่งเรียนอยู่หลายๆปี ความฉลาดของเด็กก็ไม่ได้ดีขึ้นมากนัก ความรู้ที่เรียนมาส่วนมากเรียนแล้วก็ลืม ไม่ได้เอาไปใช้ต่อยอด จบอะไรมาก็ไม่รู้ตลาดไม่ต้องการ หลักสูตรส่วนหนึ่งก็ไม่ได้มาตราฐาน อาจารย์บางส่วนก็อาจจะไม่ได้มาตราฐาน การวัดผลก็ปล่อยๆเกรดออกมาให้จบๆไป ไม่มีการเน้นเรื่องจริยธรรม คุณธรรม และเมื่อจบปริญญาแล้วยังทำงานไม่เป็นก็มีอีกแยะ คิดเองไม่เป็นก็แยะ เข้าไปทำงานบริษัทต้องฝึกอบรมต่ออีก
ฝรั่งเองเขาก็เริ่มมองการศึกษาของอเมริกาว่ามีปัญหา แต่คงไม่ร้ายแรงเท่าเรา

Good Non-fiction European VDO series

Now it is raining daily in Thailand and I found that I prefer to exercise by biking in my home office rather than getting wet outside. While doing so, I used to listen to iPod (Dhamma talks more frequently than classical music), or reading non-fiction books. Now I switched over to watched VDOs from my MacbookPro via Miro open-source and free software. Miro is a great software, esp. some of the links given are good.

I like to watch one series in particular, weekly English excerpt of Euromaxx, a German series about culture, designs, music, arts, lifestyle. I think this program opened my eyes a lot. There are over a hundred downloadable episodes, so far, I think I have watched only half of them. But each episode gave me useful ideas. If I were younger, or just a college kid, I would rather grow up wanting to be a designer, or an architect or an artist, and life might be less boring than this. I wish some Thai kids watched this program for they would have more creativity in their heads after they grow up.

Good readings for science graduate students

I have found some useful readings and would like to keep them handy here, with links to abstracts (and then full papers).

Erren TC et al 2007 Ten simple rules for doing your best research, according to Hamming. Abstract here:-

http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/17967054

Gu, J, and Bourne, PE 2007 Ten simple rules for graduate students.
Abstract here:-

http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/18052537

Bourne, PE et al 2008 Open access: taking full advantage of the content.
Abstract here:-

http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/18369428

Corpas, M. et al 2008 Ten simple rules for organizing a scientific meeting.
Abstrat here:-

http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/18584020

Whitesides, GM. 2004 Whitesides' Group: Writing a paper.
Link here:-

http://202.198.131.190/downloads/jiao'an/Writing%20a%20Paper.pdf

Keshav, S. How to read a paper.
Link here:-
http://blizzard.cs.uwaterloo.ca/keshav/home/Papers/data/07/paper-reading.pdf

Bourne, PE & Korngreen A 2006 Ten simple rules for reviewers.
Abstract here:-
http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/17009861

Vicens Q, Bourne, PE 2007 Ten simple rules for a successful collaboration.
Abstract here:-
http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/17397252

วิวัฒนาการของวารสารวิทยาศาสตร์ที่ควรจะเป็น

ไปเจอลิงก์น่าสนใจ เป็น VDO มีผู้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับ "วารสารวิทยาศาสตร์" ในอนาคต เพราะว่าปัจจุบัน ข้อมูลต่างๆ ที่มีแยะมาก มันแสดงไว้ใน พีดีเอฟ เปเปอร์ ยังไม่พอ เขาเสนอแนวคิดเอาไว้ น่าไปฟังดู

Beyond the PDF

และก็มีบทความของเขา
What do I want from the publisher of the future ? by Philip E. Bourne

Saturday, July 31, 2010

มหาวิทยาลัยในอเมริกาล้มเหลวอย่างไร

เมื่อไปอ่านข่าวตามลิงก์แล้ว ก็มีความรู้สึกว่า มหาวิทยาลัยในไทยอาจจะมีแนวคิดจะตามแนวอเมริกา ถ้าไปหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านก็ท่าจะดี

บวกกับหนังสือแนวทางการศึกษาแนวพุทธที่เมืองไทยมีอยู่หลายเล่ม

Friday, July 23, 2010

a view of one of my bookshelves


I just found a website collecting nice pictures of beautiful bookshelves and bookstacks; linked here. That 's a nice website for bookworms, like me. So I feel a knack to put up an old picture of one of my bookshelves at home in my blog too.

I think I have a couplel thousand books in several bookshelves around the house. But they are scattered in many rooms, as well as in a smaller house behind my main house too. It would be a dream to put them together and form a nice home library. But I am running out of time and can not do that as I 'd love to.

Monday, July 19, 2010

มีการปล่อยแตนเบียนเพื่อทำลายเพลี้ยแป้งที่ขอนแก่น

จากข่าว ลิงก์ข้างต้น
มีการนำเข้าแตนเบียน parasitic wasp, Anagyrus lopezi ที่นำเข้ามาทดลองเลี้ยงขยายพันธุ์เมื่อปีกลาย จากต่างประเทศ และได้มีพิธีปล่อยที่ ขอนแก่น จำนวน 250,000 ตัว โดยปล่อยเป็นคู่ เพื่อให้ไปจัดการกับเพลี้ยแป้ง ของมันสำปะหลัง cassava mealybug ที่ตอนนี้ระบาดในภาคอีสาณ ประมาณ 1.6 ล้านไร่ หรือประมาณ 200,000 hectares

รู้สึกว่าดี ที่มีการใช้ การควบคุมทางชีวภาพ (biological pest control) แทนการใช้ยาฆ่าแมลง

Monday, July 12, 2010

ไปได้หนังสือธรรมะมาใหม่ (2)

สองอาทิตย์ก่อน ไปได้หนังสือจาก มหาจุฬาบรรณาคารมา ๑ เล่ม พลิกๆดูแล้ว เห็นว่าน่าอ่านดีคือ

หนังสือชุด ฉลาดรู้ธรรม
เล่ม ๑ ตอน วิเคราะห์ ทฤษฎีว่าด้วยการอ่านพระไตรปิฎกและอรรถกถา ฉบับทดลองนำเสนอ
โดย
นาวาเอก(พิเศษ) ทองย้อย แสงสินชัย ร.น. ป.ธ. ๙
อดีตผู้อำนวยการ กองอนุศาสนาจารย์ทหารเรือ

ผมอ่านผ่านๆ น่าอ่านดี

โดยหลักคือท่านวิพากย์ ค้านความเห็นของอาจารย์มหาวิทยาลัย คนหนึ่งว่าท่านไม่เห็นด้วยอย่างไรบ้าง

ผมคิดเอาเอง จากความรู้สึกคร่าวๆ ก็คือ นักวิชาการไทยส่วนมาก มักโดนฝรั่งล้างสมองมาโดยไม่รู้ตัว (ผมก็โดน) บางทีก็ไม่เข้าใจอะไรลึกพอ ก็เต็มไปด้วยทิฏฐิ ซึ่งแปลว่าความเห็น (ตัวเองก็โดนตัวเองด้วยอีกแหละ) และบ่อยครั้ง การแสดงความรู้ออกมาก็มีโมหะแทรก และการอยากรู้เรื่องวิชาการ ก็มีโลภะแทรก (ผมโดนเองอีก) ทำได้ทุกอย่าง (ผมเองสมัยก่อนก็ยอมผิดศีลข้อ ๑ ฆ่าสัตว์ทดลองมาแล้วแยะ เพราะอยากรู้ แต่ตอนนี้เลิกแล้ว) นักวิชาการที่เป็นชาวพุทธจึงต้องสำเหนียกให้มาก

ไปได้หนังสือธรรมะมาใหม่ (1)

เมื่อวันอาทิตย์ไปแวะร้านมหาจุฬาบรรณาคาร ได้หนังสือเล่มเล็กๆมา ๒ เล่ม เล่มใหญ่ๆมาอีก ๒ เล่ม แต่วันนี้จะพูดถึงหนังสือเล่มเล็ก ๑ เล่มก่อน เพราะเพิ่งอ่านจบไปเมื่อสักครู่ หนังสือนี้ชื่อว่า

หนังสือธรรมะทรงคุณค่า ปฏิปัตติปุจฉาวิสัชนา
ปุจฉา: พระธรรมเจดีย์ (จูม พนฺธุโล)
วิสัชนา: พระอาจารย์ มั่น ภูริทัตตเถระ

เล่มละ ๒๐ บาท จัดพิมพ์โดย ธรรมสภา

ดีมาก เหมาะสำหรับนักปฏิบัติ และนักปริยัติที่ปฏิบัติด้วย
อ่านแล้วเข้าใจสภาวธรรมได้ดีมาก ผมเชื่อคำอธิบายของท่าน

หนังสือเล่มนี้ก็เป็นหนึ่งเล่มที่ผมซื้อไว้เพิ่มเป็นพิเศษในชุดที่จะฝากเพื่อนไปถวายครูบาอาจารย์แทนตนเองที่อีสาณองค์หนึ่งด้วยเล่มหนึ่ง เพื่อท่านจะได้ไว้ให้พระและโยมได้ศึกษาพิจารณาต่อไป

Tuesday, July 06, 2010

บริจาคเลือดประจำไตรมาศ

ไปบริจาคเลือดประจำไตรมาศเมื่อเดือนที่แล้ว ความที่ยุ่งๆเลยไม่ได้โพสต์

คิดว่าตนเองคงจะบริจาคได้อีกไม่กี่ครั้ง เพราะมีแผนออกป่าราวๆกลางปีหน้าเป็นต้นไป อาจจะต้องเลิกบริจาคด้วยเหตุหลายอย่าง ที่สำคัญคือสภากาชาดคงไม่อยากรับเลือดจากคนที่จะโดนยุงป่ากัดเป็นประจำ

รูปนี้ขำดี ถ่ายไว้เอง

ผมถ่ายไว้หลายเดือนแล้ว อยู่ในมือถือ เพิ่งเอามาโพสต์ เห็นแล้วขำดี แต่อย่างไรก็ตาม
ก็ต้องขออนุโมทนา แม่นาคพระโขนง วัดมหาบุษย์ ที่ทำบุญบริจาครถพยาบาล ให้รามา

คนที่ตายไปแล้วก็จริง แต่ผลบุญ และความดียังมีหลงเหลืออยู่นะ


Monday, July 05, 2010

ปั่นจักรยานอ่านหนังสือ

ช่วงนี้ฝนตกตอนค่ำๆ ออกกำลังกายนอกบ้านไม่สะดวก ก็เลยออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานอยู่กับที่ในห้องทำงาน ใน โฮมออฟฟิส ที่บ้าน มีแอร์ด้วย แต่กระนั้นก็เหงื่อออกโซ่กไป

ก่อนหน้านี้ผมมักจะอ่านหนังสือทั่วไป สารคดีวิทยาศาสตร์บ้าง นิยายธรรมะบ้าง ต่อมาก็สลับ ไปดูวีดิโอ จาก Miro บนเครื่องโน้ตบุ้คบ้าง ฟัง mp3 บ้างจากไอทูนบ้าง (ไอพ๊อดมันเจ๊งไปแล้วไม่อยากซื้อตัวที่สาม)

ระยะหลังนี้กลับมาฟังเทศน์หลวงพ่อฤาษีลิงดำบ่อยๆ ท่านจิตโตบ้าง หลวงพี่เล็กบ้าง บ่อยๆ ก็เลยนึกอยากไปบ้านซอยสายลม วันเสาร์ที่ผ่านมาก็เลยได้ไปที่นั่น ไปได้หนังสือมาหลายเล่ม ราคาไม่แพง ส่วนมากเล่มละไม่เกิน ๕๐ บาท ซื้อมาดูเหมือนจะ ๕ เล่ม ยังไม่ถึง ๒๐๐ บาทเลย จากนั้นก็ไปถวายสังฆทานหลวงพี่เล็ก และกราบถามปัญหากัมมัฏฐานจากท่าน ที่แถวอนุสาวรีย์ชัยฯ ท่านก็เมตตาตอบให้แบบตรงใจทีเดียว ไม่เคยเจอองค์จริงท่าน เคยเห็นแต่ในรูป หรือฟัง mp3 เจอท่านผมคิดว่าผิวพรรณท่านผ่องใสมากเลย

ประเด็นสำคัญที่จะพูดก็คือ ตอนนี้กำลังอ่านหนังสือเรื่อง "ล่าพระอาจารย์ และ ล่องเชียงแสน" อยู่ ๒ เรื่องในเล่มเดียวกัน เพลินดีมาก สนุกมาก เป็นการถอดเทปหลวงพ่อฤาษีลิงดำ มา บางตอนผมคิดว่าก็เคยอ่านมาแล้วสมัยหลายสิบปีก่อน ได้กลับมาอ่านเป็นเรื่องราวอีกที ความรู้ความเข้าใจเปลี่ยนไป เรามีความคิดอ่านสุขุมมากขึ้นตามวัย(ชรา) อ่านไปได้สักครึ่งเล่มก็เท่ากับปั่นจักรยานได้ ๑ ชม.พอดี เท่ากับระยะทางสัก ๑๓ กม. หรือ เผาพลังงานได้สัก ๕๐๐ แคลอรี่ ก็วางลง แล้ววันต่อไปก็มาอ่านต่อ เมื่อวานไม่ได้อ่านเพราะไปดูวีดีโอ ดร.สนอง บรรยายธรรมะถวายพระบวชใหม่ ดาวน์โหลดมาจากเว็บ หนังสือเล่มนั้น วันนี้ก็ยังอ่านไม่จบเล่มนี้

โดยเฉพาะอ่านในครึ่งเล่มหลัง ตอน ล่องเชียงแสน ผมได้ไอเดียอะไรกระฉูดแยะมาก โดยเฉพาะเรื่องการเมือง เรื่องการทะเลาะของคนในชาติ สิ่งที่หลวงพ่อเทศน์ท่านไว้เมื่อราว พ.ศ. ๒๕๑๘ ไม่ล้าสมัย ปัญหาก็คือ คนรุ่นใหม่จะแทบไม่มีทางเอาหนังสือดีๆแบบนี้มาอ่าน แล้วจะคนไทยได้ปัญญาที่ไหน สิ่งหนึ่งที่ผมได้คิดจากอ่านคำเทศน์ของท่านในตอนนี้ก็คือ การปกครองในระบอบพ่อปกครองลูกของไทยสมัยสุโขทัยนั้น ผมเพิ่งซึ้งใจจากคำเทศน์ของหลวงพ่อนี้เอง ก่อนหน้านี้เรียนมาต้งแต่เป็นเด็กนักเรียน ๔๐ ปีก่อนก็ไม่เก็ท ตอนนี้ผมเพิ่งเก็ทแล้วว่า ระบอบพ่อปกครองลูกก็คือระบอบประชาธิปไตยของไทยเดิมเรานั่นเอง เพราะพระมหากษัตริย์สุโขทัยหรือแม้แต่เชียงแสน ท่านทรงเป็นพ่อเมือง และสมัยนั้นท่านทรงลงไปเยือนราษฎรแต่ละครั้งๆในฐานะพ่อเมือง เป็นกันเอง แต่งองค์ธรรมดาเหมือนชาวบ้าน ซึ่งก็คือเป็นการทำ caucus หรือ ประชาพิจารณ์ กับพสกนิกรโดยตรงเป็นประจำนั่นเอง

ผมเข้าใจอย่างถ่องแท้เลยว่า การปกครองระบบประชาธิปไตยที่ไทยเราไปลอกฝรั่งมาเกือบทั้งดุ้นตอนนี้มันใช้ไม่ดี เพราะปล่อยให้คนไม่ดี คนไม่มีศีล จำนวนมากเข้ามาหาประโยชน์จากอำนาจรัฐ เข้ามาป่วนเพื่อชิงอำนาจรัฐ เข้ามามีอำนาจออกกฎหมายตามอำเพอใจเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน เข้ามาเบียดบังงบประมาณหลวงเข้ากระเป๋าของตนและพวกพ้อง คนที่ไม่ดี สามารถโกหกหน้าด้านๆแบบไม่มีหิริโอตตัปปะ ไม่มีความเลวอะไรอื่นอีกที่ทำไม่ได้ เข้ามาในระบอบนี้แยะมาก

ทุกอย่างมีเหตุปัจจัย ผมไม่อยากให้จิตผมมันดิ้นไปมาก แม้แต่ข่าวเรื่องพวกเขมรพมารุกล้ำชายแดนก็ตาม พยายามปล่อยวาง ทุกเรื่องเป็นเรื่องชั่วคราว อย่าไปเครียดกับมัน ปล่อยธรรมชาติจัดการ สมดุลย์จะมาเอง ผมเชื่ออย่างนั้นจริงๆ

ลิงก์ไปยังเว็บหนังสือใส่ไว้ข้างบน

Wednesday, June 23, 2010

วีดิโอน่าสนใจ

ผมไม่ค่อยดูทีวี ก็เลยไม่เคยดูรายการตอนนี้ แต่เผอิญไปเจอบนเน็ตโดยบังเอิญ และก็ ไม่ได้รู้จักกับแขกรับเชิญในรายการแต่อย่างใด คิดว่าจะเป็นประโยชน์กับคนทั่วไป ก็เลยลิงก์เอาไว้

รายการเจาะใจ สัมภาษณ์อดีตวิศวกรจากน่าซ่า ได้แง่คิดมากมายครับ

วีดิโอ จากยูทิวบ์

มี ๘ คลิป ผมลิงก์ไปที่คลิปที่ ๕ เร่ิมต้นของช่วงที่สอง

Sunday, June 20, 2010

พระองค์ที่ ๑๐

ไปเจอรูป "พระองค์ที่ ๑๐" จากเว็บแห่งหนึ่งมาโดยบังเอิญ จำไม่ได้ว่าก๊อปปี้มาจากที่ไหน เลยไม่สามารถจะอ้างได้ แต่เมื่อเร็วๆนี้ พยายามไปค้นจากเน็ตดูก็หาไม่มี ก็เลยคิดว่า รูปนี้จะเป็นประโยชน์แก่คนภายหน้าที่สนใจ ถ้ามีการให้ tag เอาไว้ เลยมาโพสต์กลับไว้ที่นี่ซ้กอีกที แต่โดยใส่แท็กไว้ด้วย และตั้งชื่อรูปใหม่ ผมก็ต้องขอขอบคุณท่านเจ้าของรูปที่โพสต์ไว้แต่เดิมเป็นอย่างสูงไว้ ณ โอกาสนี้

คำอธิบาย ถือเอาตามคำบาลีว่า ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพวิฺญูหิ แปลว่า วิญญูชนพึงรู้ได้ด้วยตนเอง

Saturday, June 19, 2010

แวะตลาดสามชุกร้อยปี

กลับจากด่านช้าง ขากลับแวะตลาดสามชุกร้อยปี ซื้อของกินเป็นส่วนใหญ่ เพื่อนและอาจารย์บางท่านได้ของเล่นโบราณติดมือไปด้วย ก็เรืือป๊อกแป๊กที่เห็นอยู่ในตู้ในรูปล่างสุดนั่นแหละ เป็นของทำย้อนยุคให้นึกถึง เมื่อสมัยเด็กๆ ผมเองเมื่อสี่สิบปีกว่าก่อนจำได้ว่าวันหนึ่งพ่อผมไปซื้อมาให้เล่น วิธีเล่นคือต้องจุดเทียนใส่ไว้ แล้วเอาไปลอยน้ำ อากาศร้อนมันก็จะไหลเวียนออกมาทางปลายท่อใต้ระดับน้ำที่ท้ายเรื่อ ขับดันให้เรือเล่นไปในน้ำได้ เจ้าของร้านเล่าว่า เขาส่งไปปั๊มตัวเรือจากเมืองจีน ทำเหมือนของเดิมเป๊ะ ลำละหนึ่งร้อยบาท ตัวผมไม่ได้ซื้อมาเพราะกำลังลด ละ เลิก สิ่งต่างๆอยู่

เพื่อนที่เป็นคนท้องถิ่นเล่าว่า ชาวบ้านเสียดายที่ว่าการอำเภอเก่าเป็นไม้สักทั้งหลัง แต่หลายปีก่อนนักการเมืองจัดการให้มีการประมูลเพื่อสร้างที่ว่าการอำเภอใหม่เป็นคอนกรีต และพ่อค้้าประมูลไม้ไปในราคาแค่ ๕ แสนบาท ตอนนี้ก็กำลังวางแผนจะทุบทิ้งอีกแล้ว เพื่อทำลานจอดรถแทน สันดานนักการเมืองพวกนี้หางานทำผลาญงบอยู่เรื่อยๆ

ขากลับพบว่าพายุเพิ่งพัดถล่มต้นไม้ริมทางหลวงล้มระนาว ต้นไม้ที่ร่มรื่นและเพลินตาเมื่อตอนกลางวัน พอตกตอนค่ำก็ล้มไปแยะเลย (ได้เห็นอนิจจัง) เพราะต้นไม้พวกนี้ย้ายต้นใหญ่มาปลูกโดยไม่มีรากแก้ว นี่คือการลูบหน้าปะจมูกของการสร้างถนนโดยไม่คิดปลูกต้นไม้ไว้ล่วงหน้า แต่มาปลูกทีหลัง ต้นไม้ใหญ่ที่ไม่มีรากแล้วล้มขวางถนนเป็นระยะๆ ผลคือหลังพายุ รถเป็นพันๆคันติดมากบนถนนจากสุพรรณบุรีขาเข้ากรุงเทพ





ไปงานพระราชทานเพลิงศพอดีตอาจารย์ประจำชั้นสวนกุหลาบ

วันนี้พวกเราไปงานพระราชทานเพลิงศพอดีตอาจารย์ประจำชั้นของพวกเราสมัยเรียนสวนกุหลาบ เมื่อ ๓๘ ปีก่อน ที่ นิคมกระเสียว อ.ด่านช้าง จ. สุพรรณบุรี

แขกของงานส่วนมากที่มาจากกรุงเทพฯหรือจังหวัดอื่นๆใกล้เคียงเป็นศิษย์เก่าสวนกุหลาบ หรือ อาจารย์เก่าสวนกุหลาบ น่าอบอุ่น
ท่านเจ้าคุณ เจ้าคณะจังหวัดอ่างทองท่านก็กรุณามาด้วย ท่านเป็นศิษย์สวนกุหลาบรุ่นผมเช่นกัน

วัดห่างไกลเช่นนี้ ไม่เคยมีงานพระราชทานเพลิงศพมาก่อน งานนี้เป็นงานแรก พระผู้ใหญ่ระดับเจ้าคณะอำเภอท่านก็มากัน




ครูประจำชั้นของเรา สมัย ม.ศ. ๒/๑๒ คือ อาจารย์ ประชัญ ศุภจิตรา เกษียณออกมาทำไร่อยู่ชนบทห่างไกล แต่พวกเราก็ดั้นด้นมาเผาศพท่านจนได้ สวนกุหลาบไม่ลืมกัน ไม่ทิ้งกัน วันนี้ความจริงผมมีธุระ แต่ผมก็ต้องมางานของครูผม

ผมรู้สึกสะเทือนใจ เพราะไม่ทราบมาก่อนว่าท่านป่วย ช่วงอ่านประวัติ คนอ่านที่เป็นลูกๆก็สะเทือนใจ คนฟังก็รู้สึกสะเทือนใจพอกัน น้ำตาคลอออกมาเอง ผมไม่ได้เสียมันมานานแล้ว วันนี้ ผมได้นั่งสมาธิอุทิศส่วนกุศลให้ท่าน ภาวนาขอให้ท่านไปสู่สุคติในสัมปรายภพ

เจอครูเมื่อห้าปีก่อน ที่งานเลี้ยงที่พวกเราจัดให้ครูของเราทุกปี ไม่นึกเลยว่า วันนี้จะมาเจอท่านอีกในโอกาสนี้ เขาเปิดฝาโลงให้เราได้ดูเห็นครูเป็นครั้งสุดท้าย ครูดูสงบน่ิง เหมือนนอนหลับไปเท่านั้น





Saturday, June 12, 2010

Thai classical music CD store

Today, I went to JJ Mall to look around for a Siam Melody store, on the second floor near the food court. I found information about it from the web. I was looking to buy some Thai classical music CDs. They are not-so-popular among the teens but for older people, like me, they are great. As such, there are only legal copies of them, might be found at rare locations, which is good for music label owners for there is virtually no "piracy" of the content into "ghost" CDs. It is also good for customers to get good quality copy of the CDs. I did not want to simply order what I wanted from the web, but I wanted to inspect what are available at the store myself, besides I did not want to wait for merchandises in the mail.

I ended up getting some CDs of Thai classical (traditional) music instrument solo I wanted, and also for some Thai music in the 60s. They are priced very cheap, some 100-150 Baht each. I think I like Thai music in the 60s because that is the kind of music I grew up hearing from my mom's radio daily at that time. These days, I can't tolerate "modern" music for young kids, and I feel dreadful of modern singers' "Thai-lish" (i.e. Thai + English) vocal style.

Monday, June 07, 2010

ขายบ้านเดี่ยว ราคาถูก

ประกาศขาย บ้านเดี่ยวพร้อมที่ดิน คลองโยง ใกล้ ศาลายา พุทธมณฑล

บ้านเดี่ยว ๒ ชั้นในที่ดิน 120 ตารางวา ๓ ห้องนอน ๓ ห้องน้ำ + ห้องคนรับใช้ + ห้องนำ้นอกตัวบ้าน โรงรถจอดได้ ๒ คัน มีสายโทรศัพท์พร้อมหมายเลข
ตำบลคลองโยง (สมพงษ์เรียลเอสเตท พุทธมณฑลแลนด์) อ.พุทธมณฑล จ. นครปฐม
เจ้าของจำหน่ายเอง ไม่ผ่านตัวแทน

ที่ดินไม่ติดภาระการเงินใดๆ มีโฉนดพร้อมโอนได้ทันที
สนใจติดต่อ โทร. 084-943-9632

Sunday, June 06, 2010

Interesting VDO

This VDO is about :-Claude Shannon : Father of the Information Age
บิดาแห่งยุคช้อมูลข่าวสาร

พัฒนาการของหอสมุด จนถึงยุคข้อมูลข่าวสาร วีดีโอน่าสนใจ

ไปเจอมา เลยลิงก์เก็บไว้

VDO: Dr. Jacob Soll on Library and Information Age, via YouTube


เมื่อไรเมืองไทยจะมีอย่างนี้บ้าง

ห้องสมุดใหญ่ๆ แบบเนี้ย
อย่างที่ หอสมุดแห่งชาติฝรั่งเศส ใน ปารีส

โพสต์ไว้เพราะรู้ว่า นักการเมืองไทยคงไม่สนใจ ส่วนมากอาจจะไม่ชอบหาความรู้ละมัง หาอย่างอื่น

Saturday, June 05, 2010

วีดิโอน่าสนใจ

เป็นเรื่อง เกี่ยวกับ บริษัทน้ำมันอเมริกัน ทำให้เกิดมลภาวะในแถบอเมซอน คนพื้นเมืองต่อสู้กับความอยุติธรรม เรื่อง
CRUDE

ดูพรีวิวได้ที่ลิงก์

ผมคิดว่าดูไว้เป็นอุทาหรณ์ บริษัทต่างๆมักจะโลภ และไม่รับผิดชอบ กับการกระทำของตัวเอง

แต่ไม่รู้ว่ามีบริษัทไทยทำนองนี้บ้างหรือเปล่า ที่ไม่รับผิดชอบแม้แต่กับแผ่นดินไทยเอง

Wednesday, June 02, 2010

Earthquake clouds

On Monday 31, early morning, I looked up the sky from my Bangkok home and saw small ribbed pattern of clouds facing southwest. I knew that it 's getting tremors from earthquake. That night, a lot of people in Bangkok reported of their spotting that same clouds but there was no news of an earthquake. Not until Tuesday June 1, when there was a news of a 6.7 scale earthquake in Andaman sea, southwest direction from Bangkok. We did not feel the tremor in Bangkok. Interestingly, I think the cloud is a sure warning sign of an impending earthquake. I have spotted this coincidence twice already.

Good adage

I recall an old memory of my friend posting an interesting adage to a fridge door in the lab 26 years ago. It reads something like this.

If you open it, close it
If you take it, put it back
If you remove it, replace it
If you turn it on, turn it off
If you spill it, clean it
If you break it, fix it
If you don't know how to fix it, report it
If you don't know, ask !


So I translate into Thai, below, in case some younger Thais might be able to make use of it.

ถ้าคุณเปิดประตู(ตู้เย็น) คุณก็รีบปิดมันเสีย
ถ้าคุณหยิบของไป (เสร็จธุระแล้ว)คุณก็นำของมาคืน
ถ้าคุณเอาของไปใช้สิ้นเปลืองไป (เสร็จธุระแล้ว)คุณก็นำของมาทดแทน
ถ้าคุณเปิดเครื่องไว้ (เสร็จธุระแล้ว)คุณก็ปิดเครื่องเสีย
ถ้าคุณทำน้ำยาเคมีหกเลอะเทอะ คุณก็ทำความสะอาดเสีย
ถ้าคุณทำอุปกรณ์เสีย คุณก็ซ่อมเสีย
ถ้าคุณไม่รู้จะซ่อมอย่างไร คุณก็รายงานมาเพื่อแจ้งซ่อม
ถ้าคุณไม่รู้อะไร คุณก็จงเอ่ยปากถาม

Tuesday, June 01, 2010

เพิ่งรู้ว่าคนจำนวนหนึ่งไม่ได้กลิ่นฉุนหลังจากกินหน่อไม้ฝรั่ง

หลังจากกินหน่อไม้ฝรั่ง หรือ แอสพารากัส สักครึ่งชั่วโมง คนบางส่วนเท่านั้น อาจจะสังเกตว่าจะได้กลิ่นเหม็นเขียวฉุนนี้ตอนชิ้งฉ่อง (ยืมสำนวนสาวๆมา) ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้กลิ่น

ฝรั่งก็สังเกตุเหมือนกัน
แต่ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นสารอะไร

ดูลิงก์บทความข้างบน

Saturday, May 29, 2010

วันวิสาขบูชา ปีนี้ ศุกร์ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๓


เมื่อวานเป็นวันวิสาขบูชา วันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๖ เป็นวันคล้ายวันประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โพสต์ช้าไป ๑ วัน

คนไทยในเมืองส่วนมากคงไม่ค่อยได้ทำอะไร บางคนอาจจะไปช้อปปิ้ง บางคนที่งานยุ่งๆก็ไปเคลียร์งานที่ทำงานแม้จะเป็นวันหยุด บางคนก็ถือโอกาสใช้ลองวีคเอ็นไปเที่ยวต่างจังหวัด

คงมีคนไทยพุทธส่วนน้อยที่ไม่ได้แค่ถือพุทธตามทะเบียนบ้าน จะใช้โอกาสที่เป็นมงคลนี้ในการฝึกกายและใจ เพื่อเรียนรู้ความจริงของชีวิต โดยการปฏิบัติธรรม สมถภาวนา และ วิปัสสนาภาวนา ฟังธรรมเทศนาของพระสุปฏิปันโน

เรื่องศีล ๕ ไม่ต้องพูด เพราะเป็นพื้นฐานของมนุษย์อยู่แล้ว มนุษย์แปลว่าผู้มีจิตใจสูง ถ้าขณะใดคนใดไม่มีศีลช่วงน้ันจิตใจของคนนั้นก็ไม่ดีพอ โอกาสพิเศษแบบนี้จึงสมควรถือศีล ๘ หากทำได้

Friday, May 28, 2010

วีดิโอน่าสนใจ

จากรายการตีสิบ สัมภาษณ์ช่างทำสีรถยนต์ฝีมีือดี ทำสีรถพระที่นั่ง ถวายงาน

จะได้เห็นรับทราบว่าพระองค์ท่านทรงงานหนัก และทำให้อธิบายได้ว่า ทำไมคนไทยส่วนมากถึงรักพ่อหลวงของเรา

Want to sell your manuscript as an e-book ?

For Apple 's iTune Connect or iBookstore, one needs to have

- A Mac and a broadband connection to upload the content
- ISBN for all the titles
- the format must be in ePub and must pass validation by Epubcheck software version 1.0.5
and
- US Tax ID ( I see that, at this time, people in other countries can not apply yet)
- valid iTune account, with credit card info on file

Apple also say that they don't pay to partners (authors) until an earning threshold is reached in each territory. (Wow. This means that if a manuscript can not sell well you won't get pay.) So I expect that individual lesser known author should not sell there, unless you have a large number of titles in the collection to get substantial sale.

Which web browsers should one use in a Mac ?

This is for a Mac platform, mind you.
Naturally, Safari comes bundled with OS-X. So it is not surprising that most people use it. But are there other reasons ?

There are a number of other browsers, notably Firefox, Chrome, Opera, Flock, for examples, to choose.
I noticed that many alternative browsers have strong points in some areas and I 'd love to use others for a number of reasons. Safari is very good, but other browsers have some better points in some areas. Firefox has some neat functional plugins I like. Chrome is very elegant and fast. Alas, they still have shortcomings, not due to their fault, but do to the Mac's operating system's. I think most Mac users use a lot of Spotlight search function. I do anyway. Spotlight would index all the content in the Mac. Right ? However, in case of non-Safari browsers, as far as I can see, Spotlight does not index the webpages loaded into those alternative browsers, nor does it recognize bookmarks kept in those browsers. Spotlight only indexes the history of loaded webpages and bookmarks kept in Safari. So, I can see that anyone who choose to use other browsers rather than Safari would be crippled of the index service by Spotlight. So, that is the reason why I still use Safari in the Mac as the main browser.

Wednesday, May 26, 2010

ต้องระวังแฟ้ม PDF อาจจะมีปัญหา

เขาเรียกว่า poisoned pdf file ถ้าไปโหลดแฟ้มที่มี malware มาจะมีปัญหา ติดไวรัสได้

ภาพการกู้เรือรบเกาหลีใต้ที่โดนเกาหลีเหนือจม

ตามไปดูรูปเอาเองที่ลิงก์ไว้ใหข้างบน

ถ้าใครเคยดูทีวีช่องดิสคอฟเวอรี่ ดูเรื่องเกี่ยวกับการต่อเรือของเกาหลีก็จะเคยเห็นเครนแบบนี้มาแล้ว ดูเหมือนจะยกน้ำหนักได้ถึง ๓๐๐๐ ตันทีเดียว

สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีตอนนี้เปราะบาง จริงๆแล้วเหตุการณ์แบบนี้นำไปสู่สงครามได้ทันทีเลย แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า เกาหลีใต้จะยอมเสี่ยงตายตอนนี้ หรือจะรอไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งอาจจะเป็นสงครามนิวเคลียร์โดยให้เกาหลีเหนือเปิดเกมส์ก่อน
การเจรจากับระบอบปกครองเผด็จการที่ตัดสินใจโดยไม่มีเหตุผลดูไม่น่าเป็นทางเลือกที่ดีนัก แต่สำหรับประเทศที่เกี่ยวข้อง ก็คงผลัดไปก่อนดีกว่า ยังไม่อยากเสี่ยงตายวันนี้ อะไรแบบนั้น

เศรษฐกิจโลกผูกกันหมดตอนนี้ เกิดสงครามเมื่อไรก็กระเทือนทุกประเทศ รวมถึงไทยด้วย

สำหรับหลักฐานการจมเรือดูได้จากข่าวข้างล่าง
BBC news

Feel good to see Thais having good hearts for guarding soldiers during the unrest

I got a link from a friend. The current main article there, in Thai, tells a small nice story of a Thai with a good heart who bought snacks to distribute to soldiers guarding a location during the time of unrest in Bangkok. An overheard coffee vendor near the snack stall also joined the goodwill by preparing free coffee for them in plastic bags.

Tuesday, May 25, 2010

โพชฌงค์ และ โพธิปกฺขิยธรรม

โพชฌงค์ ๗ แปลว่า องค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ ๗ ประการ ได้แก่

สติ ความระลึกได้ (รู้สึกตัวทั่วพร้อม)
ธรรมวิจัย ความใคร่ครวญพิจารณาธรรม (เห็นเป็น ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา)
วีริยะ การทำจิตอย่างต่อเนื่อง เรียกว่าความเพียร หรือ วิริยะ
ปีติ ความอิ่มเอมใจ ความสุขใจ
ปัสสัทธิ ความสงบใจ
สมาธิ ความตั้งมั่นแห่งจิต แยกเป็นจิตผู้รู้และสิ่งที่ถูกรู้ออกจากกัน
อุเบกขา การวางจิตเป็นกลาง ไม่ยินดี ไม่ยินร้าย

ใครใช้องค์ธรรมทั้ง ๗ นี้ สามารถบรรลุธรรมทางพุทธศาสนาได้
และไม่เพียงแค่นี้ ธรรมทั้ง ๗ ข้อนี้ หากมาใช้กับชีวิตการงานในโลก ก็สามารถทำให้ประสบความสำเร็จได้เช่นกัน
โปรดสังเกตุว่า เป็นเรื่องของคุณสมบัติของจิตล้วนๆเลย เพราะความสำเร็จจะเกิดได้ อยู่ที่ใจเป็นหลัก

บทสวดอยู่ในโพสต์ที่แล้ว

อนึ่ง โพชฌงค์ เป็นธรรมอยู่ในหมวด โพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ คือ ธรรมที่เป็นฝ่ายมรรคญาณ ประกอบด้วย
สติปัฏฐาน ๔
สัมมัปปทาน ๔
อิทธิบาท ๔
อินทรีย์ ๕
พละ ๕
โพชฌงค์ ๗
มัคคังคะ ๘
รวมเป็น ๓๗ ประการ

โพชฌงค์ปริตต์

โพชฺฌงคปริตฺตํ
สวดโพชฌงค์ปริตต์

โพชฌํโค สติสงฺขาโต ธมฺมานํ วิจโย ตถา
วีริยมฺปีติปสฺสทฺธิ โพชฺฌงฺคา จ ตถาปเร
สมาธุเปกฺขโพชฌงฺคา สตฺเตเต สพฺพทสฺสินา
มุนินา สมฺมทกฺขาตา ภาวิตา พหุลีกตา
สงฺวตฺตนฺติ อภิญฺญาย นิพฺพานาย จ โพธิยา
เอเตน สจฺจวชฺเชน โสตถิ เต โหตุ สพฺพทา ฯ

เอกสฺมิํ สมเย นาโถ โมคฺคลฺลานญฺจ กสฺสปํ
คิลาเน ทุกขิเต ทิสวา โพชฌงฺเค สตฺต เทสยิ
เต จ ตํ อภินันทิตวา โรคา มุจฺจิํสุ ตงฺขเณ
เอเตน สจฺจวชฺเชน โสตถิ เต โหตุ สพฺพทา ฯ

เอกตา ธมฺมราชาปิ เคลญฺเญนาภิปีฬิโต
จุนทตฺเถเรน ตญฺเญว ภณาเปตวาน สาทรํ
สมฺโมทิตวา จ อาพาธา ตมฺหา วุฏฺฐาสิ ฐานโส
เอเตน สจฺจวชฺเชน โสตถิ เต โหตุ สพฺพทา ฯ

ปหีนา เต จ อาพาธา ติณฺณนฺนมฺปิ มเหสินํ
มคฺคาหตกิเลสาว ปตฺตานุปฺปตฺติ ธมฺมตํ
เอเตน สจฺจวชฺเชน โสตถิ เต โหตุ สพฺพทา ฯ

Saturday, May 22, 2010

แก้ง่วง ต้องฟังเพลงมาร์ชชมพูฟ้า

ผมรู้สึกง่วงๆ ก็รู้สึกว่าต้องการหาเพลงมาร์ชฟัง และเพลงมาร์ชที่ผมฟังแล้วไม่เบื่อ ก็คือ มาร์ช ชมพูฟ้า ของ สวนกุหลาบวิทยาลัย ฟังแล้วกระชุ่มกระชวย แอ็คทีฟ ฟังมา ๓๙ ปีแล้ว ปีหน้าจะครบ ๔๐​ปี

ไม่รู้จะไปฟังที่ไหน เสอร์ชกูเกิลก็เลยเห็นว่าที่เว็บของโรงเรียนมีให้ฟัง แต่เอ็มเบ็ดไว้ อยากได้ ก็เลยต้องเปิดดู ซอร์สโค้ดของเว็บเพจอันนั้น และก็มองหาตำแหน่งที่เก็บแฟ้มเพลง ที่เว็บมาสเตอร์พยายามซ่อนไว้ (โทษนะน้อง พี่ขอเหอะนะ) แล้วผมก็เลยดูดเอาเพลงมาจากเว็บของโรงเรียนมาไว้ในไอทูนในเครื่อง MacbookPro i7 ของผม (โดยความขอบคุณ)

(เทคนิคการก๊อปไฟล์แบบนี้ใช้ได้สำหรับก๊อปรูปจากเว็บที่เจ้าของเขาซ่อนไว้ด้วยเหมือนกัน บางทีเขาซ่อนเล่นเอาไว้ใต้อีกรูปหนึ่งที่เป็นภาพโปร่งใส คนก็เลยก๊อปไม่ได้ด้วยวิธีธรรมดา)

จากเว็บของโรงเรียน ผมก็เลยเพิ่งเห็นว่า โรงเรียนอายุครบ ๑๒๘ ปีแล้ว และตึกยาวอายุจะครบ ๙๙ ปี ก็เลย ก๊อบโลโก้มาอีก (เอ จะเข้าข่าย อทินนาทานไหมเนี่ย) มาโพสต์ไว้เนี่ย ฝรั่งเขาเรียกว่า มิเรอร์ คงไม่เป็นไรเนาะ ถือว่าช่วยประชาสัมพันธ์

------
update

ตอนหลังผมไปได้เพลงนี้มาจากเว็บของศิษย์เก่ารุ่นน้อง คุณภาพเสียงดีกว่า แฟ้มใหญ่กว่า ก็เลยชอบรุ่นใหม่มากกว่า


Thursday, May 20, 2010

Internal peace via Vipassana

Amid external turmoils, internal feeling could be peaceful.

Consciousness meditation, Vipassana, is the Buddhist technique to attain peacefulness inside. Meditator has to disengage the mind from the body. The mind can be further unassembled into Vedhana (the feeling of happiness or unhappiness), Sanya (memory, thinking, comparing), Sangkhara (others). Upon doing so, the selfness disappear, so long as the consciousness remains. It will be clearly seen that selfness or ego is an illusion, not real. "You" don't really exist in the ultimate sense. So when "You" don't exist, there is nobody to actually suffer. Therefore external turmoils are separate entities that have nothing to do with the neutral observer.

By the way, I just also found recently that there was a recent google talk VDO about using this technique to relieve stresses. I have not watched it though, although I have already downloaded it via Miro. It looks like some westerners started to pick up this Buddhist ultimate gem. However, let me add that this technique is to take "you" to Nirvana, not only to let go the stresses just temporarily.

(Image credit :- ความโกรธไม่ดีเลย http://kulaem.multiply.com/journal/item/35. I thank Kru Laem for the nice picture. :-) )

Wednesday, May 19, 2010

จักรวาลคู่ขนาน และ ทฤษฎีสตริง

เซ็งๆ เรื่องสถานการณ์บ้านเมือง ก็เลยหยิบหนังสือ จักรวาลคู่ขนาน ที่เขียนโดย Michio Kaku แปลเป็นภาษาไทยโดย สว่าง พงศ์ศิริพัฒน์ มาอ่าน
อ่านไปได้ไม่เท่าไร ก็เลยไปตามดู Youtube ที่ คากุ พูด ตามไปที่เว็บของเขา แล้วก็สนใจ ทฤษฎีสตริง ว่ามันอธิบายง่ายๆได้ยังไง ก็ไปเจอวีดีโอที่ TED เกี่ยวกับ ทฤษฎีสตริง Brian Greene พูดดีมากๆเลย

http://www.ted.com/talks/brian_greene_on_string_theory.html

Sunday, May 16, 2010

Recent regional earthquakes

There have been 6 earthquakes (size 5.1 - 7.2 scale) in Indonesia in the past one month. See statistics from the link above. If there is any major one around there in the future, it could affect Thailand as well.

----
update

+ 1 more, as of of May 19 ....

Saturday, May 15, 2010

พระไตรปิฎกออนไลน์ และ ดาวน์โหลด

ผมคิดว่าเมืองไทยโชคดีที่มีคนอุทิศตัว แรงกาย แรงใจ กำลังทรัพย์ เพื่อส่วนรวม
การทำพระไตรปิฎกออนไลน์ เพื่อให้สาธารณชนใช้ฟรี ก็เป็นเรื่องน่าอนุโมทนา เพราะ ธรรมะของพระพุทธเจ้า ท่านเมตตาสอนคนมาเมื่อ ๒๖ ศตวรรษก่อน เป็นเรื่องที่ควรรู้ โดยเฉพาะชาวพุทธ และการให้ความรู้ก็เป็นการทำบุญวิธีหนึ่งใน ๑๐ วิธี

เท่าที่ผมทราบ มีพระไตรปิฎกออนไลน์ที่แปลเป็นภาษาไทยให้อ่านได้ ก็คือที่

http://84000.org/tipitaka/

ซึ่งเว็บไซต์ดังกล่าวให้บริการมาหลายปีแล้ว แต่ความที่มันอยู่มันเน็ตเวอร์ค บางทีเครื่องเราไม่ได้ใช้เน็ตเวอร์คอยู่ ก็ลำบาก
ผมเพิ่งทราบว่า มีอีกที่หนึ่งให้บริการเหมือนกัน เข้าใจว่า เอาเนื้อหาจากเว็บข้างบน ไปฟอร์แม็ตเป็น PDF และเปิดให้ดาวน์โหลดมาไว้ได้ด้วย หรือจะอ่านบนเว็บก็ตามใจ คือที่

http://www.thammapedia.com/dhamma/tri_verthai.php

ผมเลยไปจัดการดูดมาเก็บไว้ทั้ง ๔๕ เล่ม จากเว็บที่สองนี้แล้ว ด้วยความรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมาก อนุโมทนา

ว่างๆผมจะตอบแทนสังคม ด้วยการพิมพ์ e-book ไปแปะไว้ฟรีที่ไหนบ้าง (อาจจะที่เว็บของผมเองก็ได้)

Bangkok situation

Most people living in Bangkok want the violent protest by the red-shirt people to end quickly. The nation's economy has been crippled for the past 2 months after the anti-government movement was signaled to launch the ultimate "demonstration". It has been estimated that economic losses were already in the range of over 70 billion Bahts, and might cost even more.

It has been known that the pro-convicted camp has prepared armed resurrection plan nationwide for years. Unfortunately, the Thai government did not take any action to prevent it in the recent past, or perhaps it lacked sufficient number of cooperating officials and officers to do what is morally right. Many people in the anti-government camp were believed to have been fed with money from some masterminds. Leadership of the protestors have shown that they are willing to risk the lives of women and children they cajoled into their human shields, while preparing fighters armed with M79 grenade launchers and other war weapons, including those captured from soldiers last month. Corrupted people caught last month for manufacturing grenade launchers as well as trying to deliver M79 grenades to their clients were just tips of the icebergs for the social split inside the country at the moment. Yesterday, a car bomb wired in the Southern Thailand style was found. This is a serious warning sign that Southern terrorists are moving in to join the chaos in Bangkok.

There is an additional irony, some prominent persons have called for all sides to cease fire and resume negotiation, knowingly that they do not want peace to actually happen until they get victory.

I try to use Buddhist practice of feeling neutral of what 's happening now, yet I can't help siding with the morally right ones. I have confident that the morally right side will win. I wish peace can be restored soon by soldiers and masterminds for the riots are brought to justice. However, the toll toward Thailand's political stabilization and peace will be sadly high. And political division will remain for years to come.

Everyone has his Karma, and consequences. Everything has its start, it has its end. I now just try to be an observer (in Buddhist sense). This evening, I hope I can still go to attend my evening Abhidhamma class.

----

I did, and return home safely before 2100. Many parts of the city are peaceful.

Hot sea water in Andaman sea off shore from Ranong

News from Thailand Channel 7 reported an unusual phenomenon called "boiling sea water" off the coast of Ranong reported by fishermen where there were bubbling coming up from the Andaman sea floor and a large number of fish were found dead, some floating on the sea surface while bigger ones submerged to the sea bed.

There was an early speculation that it could be due to subterranean heat coming out from cracks on the sea bed.

Friday, May 14, 2010

วีดิโอน่าสนใจ

วีดิโอ สุนทรพจน์ หรือ ปาฐกถา โดย Stephen Wolfram เกี่ยวกับคณิตศาสตร์ น่าดูมาก เขาเป็นนักพูดที่ดูท่าทางแล้ว ต้องบอกว่า hyperactive

(linked given above)

Sunday, May 09, 2010

Interesting free software for literature tracking by author names

I just discovered this neat free software tool for scientists by chance. It is called myPeers. It allow you to follow publications from scientists or authors you are interested to follow as their papers are indexed by Google Scholar. I suspect that for very up-to-date preprints or very new papers coming out, one might need to check out literature databases directly. However, if you are not too serious about getting the latest papers, then this tool could fulfill the job well.

Saturday, May 08, 2010

Buddhist Books (mostly in Thai)

I just thought of the venerable Phra Phromkunaporn (Payut A. Payutto Bhikku), among the most knowledgeable Buddhist monks and scholars, and checked out his website. Surely, there is a list of some 547 of his books. Most of these are available in PDF format as e-books. Good stuff. Link given above.

I downloaded some.

Friday, May 07, 2010

หญ้าในอเมริกาเริ่มทน glyphosate

นักชีวเคมีของพืชเขาคาดการณ์กันมาต้ังยี่สิบปีแล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้จนได้แหละ คนก็รับผลข้างเคียงจากการใช้ยาไปเต็มๆ

ชื่อชองสารนี้คือ glyphosate แต่ว่า Monsanto เรียกชื่อทางการค้าว่า Roundup

ผมหวังว่าเมืองไทยคงไม่มีใครใช้ แต่คงจะยาก สงสัยว่า ชาวนาไทยคงใช้กันแยะ เคยได้ยินมาว่า ชาวนาไทยส่วนมาก สมัยนี้ทำนาแบบใช้โทรศัพท์มือถือกัน ไม่ค่อยลงแรงเองเหมือนก่อน ถึงเวลาก็โทรๆๆ สั่งของมาลง สั่งรถมาไถ สั่งรถมาดำนา สั่งยามาพ่น สั่งปุ๋ยมาลง สั่งรถมาเกี่ยว

นีแอนเดอทัล

อ่านเจอจากข่าวว่าวันนี้ เปเปอร์ออกมาในวารสาร Science รายงานเรื่อง จีโนมของคนโบราณ นีแอนเดอทัล

พบว่า ในชาวยุโรปและเอเชีย มีสัดส่วนของจีโนมของ คนนีแอนเดอทัล อยู่ประมาณ 4% แสดงว่า มีการผสมข้ามพันธุ์กันในอดีต คาดว่าคงเกิดขึ้นในช่วง 50,000 ปีที่ผ่านมา เพราะบรรพบุรุษคนรุ่นใหม่ ออกมาจากอัฟริกาในราวๆนั้น

น่าสนใจ จะไปตามอ่านดูต่อไป

นอกเรื่องนิดหนึ่ง

เคยอ่านเจอจากเว็บเป็นปีแล้ว มีคนเขียนไว้ เสนอว่าบอกว่า คนในปัจจุบัน เป็นผลจากการที่มนุษย์ต่างดาว เอามนุษย์โบราณไปดัดแปลงพันธุกรรม ให้มีความฉลาดเฉลียวมากขึ้น

การอ่านเรื่องจากเว็บ ต้องไม่ไปซีเรียสมาก เพราะมีเรื่องโกหกแยะมาก

อย่างไรก็ดี ผมก็เห็นว่า ในระยะเวลาเพียงไม่กี่หมื่นปี คนปัจจุบันมีวิวัฒนาการเร็วมากจนเหลือเชื่อ หากเปรียบเทียบรหัสดีเอ็นเอของคนกับลิงชิมแปนซีแล้ว ก็คล้ายกันมาก ดูเหมือนจะ 99% ถ้าจำไม่ผิด วิวัฒนาการอย่างรวดเร็วนี้ดูน่าเร็วมากๆจริงๆ ทำให้คนไม่ใช่สัตว์เดรัจฉาน

ผมคิดว่า ความสงสัยเรื่องที่มีคนกล่าวอ้างมานั้น ก็อยุ่ในวิสัยจะเช็คได้เหมือนกัน คือต้องไปไล่ดูจากรหัสจีโนมคนดูสิว่า มีอะไรตรงไหนที่มันบ่งบอกไว้บ้างว่า มีการดัดแปลงพันธุกรรมเอาไว้ได้บ้าง

Wednesday, May 05, 2010

Online retailing of e-books and digital content to boom even more

e-book is going to be a big business in the next few months onward. I am not sure of Thai people are aware of this, but it has been felt around the World for the past one month immediately after the recent launch of Apple's iPad in the US.

iPad has revolutionized a book and magazine publishing industry from paper-based into online digital media. Google will set up Google Edition in the coming months as a market place to sell e-books. Initial offerning could be in the range of half a million books available. (I suppose mostly in English.) Murdock's News Corp will set up an online store similar to iTune soon. They plan to sell e-books, e-magazines, and likely music, movies, TV programs, too. I think it is a great opportunity for small people to think of setting up small one or two person publication house. People who are not programmers don't need App developing skill in order to get some income from new handheld devices. But I think most people can write, I mean type, and they can produce contents they have expertise in. They have now chance to join this e-content boom.

หนังสือน่าอ่าน

เพิ่งไปได้หนังสือมาอีก ๒ เล่ม

เพิ่งเริ่มอ่านเล่มแรก

ยุคแห่งความโกลาหล ชีวิตและประสบการณ์ของ อลัน กรีนสแปน ดัชนีชี้เศรษฐกิจโลก
แปลโดย นรา สุภัคโรจน์

แปลจาก

Alan Greenspan, The Age of Turbulence

เพิ่งออกมาเอง
เล่มหนาปึ้ก เกือบ ๗๐๐ หน้า ราคา ๔๙๕ บาท

ผมเคยดูเขาพูดทางทีวีสมัยก่อน สิบกว่าปีมาแล้ว เวลาแกเข้าให้การณ์ต่อ กรรมาธิการของ รัฐสภาอเมริกัน แกพูดจาฟังยาก ผมว่าออกจะน่าเบื่อด้วย เพราะว่าแกต้องพยายามพูดอะไรไม่ให้คนอื่นเข้าใจ ไม่งั้นจะมีผลกระทบต่อตลาดหุ้น วอลล์สตรีทได้ แต่แน่นอนว่าแกเป็นคนฉลาดมาก และนั่นหมายความว่า แกต้องเขียนหนังสือดีด้วย

ดูแล้ว ท่าจะเป็นหนังสือที่ผมชอบอีกเล่มหนึ่ง

8 days using a 15" Macbook Pro with Core i7 cpu, 7200 rpm 500 GB hard drive

I have used my brand new Core i7 Apple MBP for 8 days already. I want to say that I have enjoyed it very much and I am glad I did order this machine, not a lower spec machine. It is a very fast machine. According to the spec of the machine, it is the speediest notebook computer available in the market at this time.

With some word processing softwares loaded (NeoOffice and Pages), spreadsheet (Numbers), 3 different Text editor softwares, Activity Monitor, Preview, iCal, Dictionary, the cpu load was < 4% (User + system).

When I watched VDO using Miro software, the cpu load percentage reported by Activity Monitor was in the range of 10-20% at most. With my former 1.67 GHz G4 PowerBook, it used to be around 100%. The image quality of the vdo for the 2.66 GHz i7 cpu and graphic circuitry was much better than my 4.5 yr old G4 PB. (I have to admit I have no tool to monitor which GPU it was using). Never mind, I am just a normal user, not technical reviewer.

CPU load percentage usually hover in the low 10% most of the time. The only time when I noticed that it went into high gear at around 360% cpu load was when I imported several hundreds of pictures from my camera into iPhoto and face recognition started to kick in.

Backing up with Time Machine is also very fast. With a recent back up of over 8 GB of new data to an external hard drive connected via a FireWire 800 cable, it took only a few minutes to finish the job. (It took hours in my older Mac G4 PowerBook notebook. I wished I replaced it a year sooner. But I have wished to wait for the 32 nm cpu anyway.)

For normal use this machine rarely gets warm much. Before the delivery of the machine, I was worrying a bit for the custom ordered i7 cpu for the notebook whether it would turn into a hot toaster or not. Now I am glad that it won't happen.

Battery life in my experience is around 6:30 - 7 hr, never up to 8 hr as advertised, perhaps that is because I always use a USB mouse which always drain the battery. But that is good enought for my use. Now I can have a chance to work long hours elsewhere in many places with full confidence and not to worry about electrical outlets, like in some libraries, or in a campus garden.

Most of the softwares from my former PowerBook Mac under Leopard work with Snow Leopard so far. A notable exception is NeoOffice which I needed to download the Intel cpu version to use, not the PowerPC cpu version as imported from the old machine. There is another software that did not work, let me think. Oh, right, emacs, so I had to download a new version of Aquamacs instead. (But I ended up with TextWrangler and GEdit, and I tend to like these 2 more for now.)

Tuesday, May 04, 2010

Should one be away from social networking ?

I personally believe that social networking is gaining too much hype recently in Thailand, among teenagers as well as among some circle of academics. I am one who don't trust social networking operators.

Perhaps I have been working with computers for too long, some 27 years. I have been well informed from the start to guard some personal privacy and tried to keep some private data away from the networks. So I don't trust social networking services enough to share my private profile, let alone information. However the main reason for not joining the social network circle is that I don't want to waste my time mingling around with laymen, esp. young non-academic people. I am also definitely eccentric in many ways. Well, I still keep option opened in the future for professional and academic social networking, but for general social networking, I 'll gladly pass. Buddhist monks always recommend that inter-mingling with people too much is not good for us since that will definitely lead to a non-sense chitchat, and that will lead to a lost of "right-consciuosness".

Today someone wrote an article suggesting that people should disengage from some social network, mentioning Facebook in particular. That article confirmed my distrust in social networking. I have put up a link above for people to follow up and see what 's written there and make judgement for themselves.

Monday, April 26, 2010

Get my new MBP today





Few hours ago, 4 days after receiving the e-mail notification of product shipment from Apple Store, I just received my brand new Macbook Pro 15" with Intel i7 cpu, 7200 rpm hard disk, via DHL directly from China. (I got a software CD separately from Singapore warehouse a week ago. Good example of global supply chain.)





The machine is already preinstalled with the OS-X 10.6.3. It took only 2:15 hr to transfer 160 GB of my personal data, setting and softwares, from my old Mac to this one. Look and feel of the desktop and dock are quite the same as my old ones. Even the history of Safari is working fine. However, I noticed that the computer is still indexing the files while I post this blog from the new machine.

-----
update

It took about an hour before it is done.

Thursday, April 22, 2010

อาคารสูงบังสัญญานดาวเทียม เราทำอะไรไม่ได้ละมัง

ข้างบ้านผมกำลังมีการสร้างอาคารสูงกว่า ๓๐ ชั้น ในพื้นที่ที่ไม่ใหญ่มากนั้น การสร้างอาคารสูงขนาดนั้น ทำให้ได้อาคารสูงบางชะลูด ดูน่าเกลียด
มันห่างบ้านผมพอสมควร กะเอาด้วยสายตาก็ไม่น้อยกว่า 50 เมตร เยื้องๆออกไป ถ้ามีแผ่นดินไหวและอาคารนี้พังลงมา บ้านผมคงปลอดภัย (ไม่ได้แช่ง แต่คิดอย่างนี้จริงๆ) ตอนนี้มันก็ไหวบ่อยๆให้เห็นในประเทศใกล้เสียด้วย

ตอนนี้พบว่า อาคารที่กำลังก่อสร้างดังกล่าวเริ่มรบกวนสัญญานโทรทัศน์ดาวเทียมของบ้านผมพอสมควร โชคดีที่ตึกมันไม่บังมิดหมด แต่ก็คงมีบ้านบางหลังที่โดนบังมิด แย่กว่าบ้านผม ผมเลยรู้สึกว่า คนไทยเราไม่ได้มีสิทธิเรื่องพื้นที่ในอากาศเท่าไร ผมไม่รู้ว่า หากใครโดนบังสัญญานดาวเทียมจะไปเรียกร้องอะไรที่ไหนได้ การที่ใครจะมาสร้างอาคารสูงชะลูดใกล้ๆ ทำได้ง่ายเหลือเกิน เมืองไทยไม่มีระบบต้องมีการทำประชาพิจารณ์สาธารณะให้ชุมชนอนุญาตเสียก่อนแบบอเมริกา นักธุรกิจไม่ต้องทำอะไร ออกแบบสอบถามสามสี่หน้าเพื่อสำรวจผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ตั้งคำถามเข้าตัวให้ได้ประโยชน์ สักแต่ว่าทำไปตามกฎหมายบังคับ ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่า ในเมืองฝรั่ง ทำไมในหลายๆแห่ง ตึกมันถึงอยู่เป็นกระจุกในใจกลางเมือง ไม่มีกระจายไปทั่วแบบบ้านเรา ของเรามันแทบไม่มีข้อจำกัด ใครจะสร้างตึกตรงไหนก็ได้ และหากว่าพร้อมจะจ่ายเงิน พ่อค้้าก็มักจะง้างกฎได้เสมอ เป็นเรื่องที่น่าสลดใจ

e-books of Mahasi Sadayaw in English

I just found an English-language e-book collection of Mahasi Sadayaw, the late Burmese monk who was an expert in Tipitaka, from the blog of the venerable Noah Yuttadhammo (Bhikkhu). Link given above. I used Firefox with Epubreader to read them.

Wednesday, April 21, 2010

ข่าวน่าสนใจ คนอเมริกันเริ่มสละสัญชาติกันมากขึ้น

ผมว่าฝรั่งอเมริกันมาอยู่เมืองไทย คงเป็นแบบนี้แยะเลย

แคตาล็อกห้องสมุดของโลก

ตอนนี้ผมกำลังสนใจ Open Library แล้วยังไปเจอบทความอันหนึ่งด้วย เลยลิงก์ไว้ข้างบน ไม่รู้ว่ามีห้องสมุดไทยเข้าร่วมบ้างหรือเปล่า ว่างๆจะถามพรรคพวกผมดู

ที่บ้านผมมีหนังสือหลายพันเล่มอยู่ กะๆเอาว่าน่าจะไม่น้อยว่า ๒๐๐๐ เล่ม ทั้งไทยและฝรั่ง ผมยังไม่มีเวลา ทำแคตาล๊อกของตัวเอง แต่ถ้าทำ ก็จะดูว่ามันจะเอาข้อมูลเข้าที่นี่ได้ไหม

Bangkok situation today

A week past by without much effect to most of foreign tourists visiting Thailand during this political turmoils created by infamous persons who try to "burn down the house". I took my European friends out of town and finally they left Thailand a couple of days ago. Unfortunately, they can't fly back to Europe now due to the volcanic ashes from Iceland and have to hang around in another Asian country for few more days.

However, the situation in Bangkok and several areas in Thailand might develop into further escalation due to sabotages by pro-protester terrorists. Newspapers reported an attack to aviation fuel depot in Pathum Thani by M79 rocket propelled grenades (linked above). Few days ago, there were attempts to blow up high electricity towers which feed high voltage power to Bangkok. These are on top of the firing on both sides during the clash between red-shirts and soldiers on the night of April 10. I would like to see that these terrorists be arrested and bring to justice. They are traitors. I am sure they will be punished later since almost everyone in Bangkok seems to know the identities of this group's masterminds. As to the protestors, I feel sorry for them for being blinded by propaganda and lies for the past one year. I think it 's also partly the present government 's fault when it failed to take action against mouthpieces (radio, TV, magazines) of the previous regime. I suspect that things will turn bloody again when the protest needs to be terminated in the next few days by law enforcement officers to return the situation back to normal.

I have been meditating daily and dissipating Metta (love) to all living creatures for quite some time. Now the attempt should be more frequent.

อันตรายจากเครื่องถ่ายเอกสาร

เปล่า ไม่ใช่เรื่องจากผงหมึกอะไร นั่นมันเรื่องเก่า

เรื่องใหม่ก็คือ ข้อมูลต่างๆที่ใครต่อใครเคยไปถ่ายซีร็อกส์ไว้ มันเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ของเครื่องถ่ายเอกสารสมัยใหม่ทั้งหมด ไม่ได้ลบทิ้งไปไหน ดังนั้น เวลาคนจำนวนมากเอาเอกสารต่างๆไปถ่ายที่ร้าน หากเป็นเอกสารสำคัญ เช่น เอกสารส่วนตัว เอกสารการเงิน หมายเลขบัญชีธนาคาร หมายเลขบัตรเครดิต เอกสารสำคัญทางการค้าของบริษัท หรือ เอกสารลับต่างๆ ในอนาคตเอกสารพวกนั้นมันอาจจะรั่วไปยังคนอื่นได้ รวมทั้ง ผู้ร้าย

ในกรณีเช่น หลังจากมีการเอาเครื่องไปขายเป็นเครื่องมือสอง หรือมีการถอดเอาฮาร์ดดิสก์ไปกู้ข้อมูล ข้อมูลอาจจะตกไปสู่ผู้ประสงค์ร้าย เพราะว่า เครื่องถ่ายเอกสารมันก็เหมือนเครื่องมืออื่นๆ รวมทั้งโทรศัพท์ปัจจุบัน ตรงที่มันก็คือคอมพิวเตอร์นั่นแหละ ในทางปฏิบัตินั้น หากว่า ใครจะขายคอมพิวเตอร์ไป ฝรั่งเขาแนะนำว่าให้ทุบฮาร์ดดิสก์ทิ้งเสีย อย่าขายรวมไป ให้คนซื้อไปซื้อฮาร์ดดิสก์ใหม่ใส่เครื่องเอาเอง (และถึงขายไป มันก็มีอายุใช้งานจำกัดอยู่ดี)

ผมว่า เมืองไทยน่าจะมีกฎหมายบังคับให้ร้านถ่ายเอกสารจัดการทำลายอย่างไรกับแฟ้มเก่าๆในฮาร์ดดิสของเครื่องที่ลูกค้าเคยเอาไปถ่ายเอาไว้นะ

Sunday, April 18, 2010

Dining in Bangkok



Our family took our friends from abroad to an impressive dining experience in Bangkok on board a river cruise along Chaophraya river tonight. The service we used was via Chao Phraya princess dinner cruise (link above). We boarded the boat at River City shopping arcade, near the river end of Si Phraya Road.

The atmosphere was very good, foods were good, music was fun and stimulating. I think the 2 hr experience was worth the price. Recommended. We took a lot of night pictures along the river. Fortunately I have a new digital camera with more sensitive image sensor.

I have been skipping supper for the past 4 months to trim weight so I did not enjoy my meal too much. Nevertheless, the foods were ok. and I want to record the picture of my full plate that night here as well. That plate mainly (plus the scenic and joyful environment) costed 1300 Baht. That 's about 4x - 5x more costly than the cost for a person's diner in a typical Thai food restaurant in town. In a Thai university canteen, however, a bowl of noodle or a plate of rice and other foods cost only 25-30 Baht each. :-)



Just ordered a new notebook today

I took few days off during Songkran to take care of my friends from overseas. I spent those days out of town pondering about the specs of notebook I was going to order. I am glad I did have ample time to ponder about it and then I also had more time to read what people were talking about the new machines in the past few days.

Eventually, I ordered an i7 cpu 15" Macbook Pro from Apple, with 7200 rpm (500 GB) hard drive, and a DVI adaptor (for my old 20" Cinema display). It is going to be the fastest notebook currently available on the market. But I did not order the higher resolution screen since I don't want to stress my aging eyes too much. I also ordered an iWork 09, realizing well that in the next few months I might need to upgrade to iWork '10 if it comes out, which I think it will.


I will have to wait for a week to get the machine with that 7200 rpm hard drive option. And by that time my daughter will be very happy too since she will get my current 15" G4 Powerbook to be used in conjunction with her iPod Touch.

Sunday, April 11, 2010

เหตุการณ์บ้านเมือง

ผมรู้สึกไม่อยากตามข่าวบ้านเมืองอีกในช่วงนี้ รู้สึกหดหู่ ไม่อยากให้จิตเศร้าหมอง ต้องเข้าสมาธิบ่อยมากกว่าปกติ วางจิตให้เป็นอุเบกขา สุดท้ายก็แผ่เมตตาไปให้สรรพสัตว์

การต่อสู้ระหว่างธรรมะและอธรรมคงจะมีต่อไป สิ่งที่เกิดขึ้นมีสาเหตุ แต่ในที่สุดมันก็จะดับไป มีวันสิ้นสุด ผมหวังว่า เมื่อเหตุการณ์ที่ไม่ดีสิ้นสุดลง บ้านเมืองจะได้รับสิ่งที่ดีๆ นั่นคือฝ่ายใดที่เป็นธรรมเป็นฝ่ายชนะ

Saturday, April 10, 2010

ฤา แม็คบุ๊คโปร กำลังจะออกมาในหนึ่งหรือสองสัปดาห์ข้างหน้านี้

ผมรอมาหลายเดือนแล้ว และตอนนี้ ก็เลยกำหนดเปลี่ยนรุ่นของ แม็คบุ๊คโปร แล็พท็อป มาแล้ว ๒ เดือน (หรือใครจะเรียก โน๊ตบุ้ค ก็แล้วแต่ ได้ทั้งสองอย่าง)
ตอนนี้ ข่าวบอกว่า inventory ของเครื่องในร้านค้าออนไลน์หลายแห่งไม่มีของแล้วสำหรับรุ่นที่ออกมาเมื่อ ๙ เดือนก่อน ในสองสามประเทศ เลยคาดว่ากำลังจะออกรุ่นใหม่มา (เว้นในประเทศไทย ยังมีของอยู่) อาทิตย์หน้าสงกรานต์ เผลอๆถ้าออกมา กว่าจะมาเมืองไทยก็คงสิ้นเดือนเมษายน

เห็นตัณหา ความอยากได้ มีเกิดขึ้นมา มากแล้วก็เบาลง มีแล้วก็หายไป(ชั่วคราว) เป็น สังขาร ที่ควบคุมไม่ได้

(อัพเดท)
มีข่าวเพิ่มเติมว่า ฐานข้อมูลของ ร้านค้าออนไลน์บางแห่งในสหรัฐฯ มีรายการสินค้าเป็นคอมพิวเตอร์ตัวใหม่จากแอปเปิ้ลเข้ามา สี่รุ่น พร้อมกับ พาร์ทนัมเบอร์ ที่เป็นของจริง และราคาก็เท่าๆกับราคาของโน้ตบุ้คของแม็ค ดังน้ัน ความเชื่อที่ว่ากำลังจะออกมาในสองสามวันนี้ (คาดว่าวันอังคาร) หรือสัปดาห์หน้า เริ่มใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น
นอกจากนี้ ก็เป็นที่รู้กันว่า โน้ตบุ้คยี่ห้ออื่นที่ใช้ i7 cpu ก็จะเริ่มมีของทะยอยส่งให้ลูกค้าในอเมริกาในสัปดาห์หน้าเช่นกัน

เมืองไทย เดาเอาว่า โน้ตบุ้ครุ่นใหม่คงจะเข้ามาสัปดาห์ถัดไปจากการเปิดตัวในอเมริกา

(อัพเดท) ๑๓ เมษายน ๒๕๕๓
ออกมาแล้ว วันสงกรานต์พอดี
รุ่นที่สนใจ ใช้ i7 แพงสุดๆ แต่ที่กลัวคือกลัวเครื่องร้อนเป็นเครื่องปิ้งขนมปังเสียมากกว่า
กำลังจะออกไปนอกเมืองหลายวัน แม้ว่า จะสามารถสั่งผ่าน Apple Store ได้เลย รอผมกลับมาก่อนดีกว่าค่อยสั่ง

วีดิโอจาก Apple

วีดิโอ สตีฟ จ๊อปส์ พูดเกี่ยวกับ iPad & iPhone OS4

น่าดูครับ ประมาณ ๑ ชม.
streaming VDO จากลิงก์ข้างบน

คนที่คิดจะพัฒนาโปรแกรมสำหรับ iPod & iPad รวมทั้งคนที่สนใจจะทำ e-commerce กับ smart phones ด้วย จะต้องดูวีดิโอนี้ เพราะนี้คืออนาคตอันใกล้ของ มือถือฉลาดๆ อีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

ฉีกเรื่องออกมาหน่อย
สำหรับมุมมองในแง่ธรรมะ ผมว่า อุปกรณ์และซอฟต์แวร์ สมัยใหม่ จะทำให้คนทั่วไปหลงอยู่ในโลกแห่งความฝัน เต็มไปด้วยโมหะมากขึ้น ถ้าไม่ได้ฝึกจิต ให้มีสัมมาสติ ก็จะมีปัญหา (แต่คนทั่วไปจะไม่รู้หรอกว่า ตัวมีปัญหา)

Sunday, April 04, 2010

Interesting VDO about happiness and mind training

The linked talk was given in 2004 by Matthieu Ricard, a Tibetan Buddisht Monk (but of French nationality), who got a Ph.D. in Molecular Biology after working under F. Jacob. Interestingly, he presented some scientific data on brain scan effect of meditation too.

Hunsen 's arrival in Thailand

This is my blog and I think I can say whatever I want to say. Right ? Of course, what I am saying will be within the limit of the laws. Normally it is an oriental courtesy to welcome people to your house. But I am more realistic: there are some people that you are not pleased with. So even if they come to your home for a business, and we have to receive them for some logical reasons, but we don't have to pretend that we do love them so much. Right ? Certainly, we will not be rude to them either. So here it is, in straight face, no animosity, just informative statement :-

Mr. Hunsen, we are not pleased for your coming to Thailand.

Friday, April 02, 2010

วีดิโอ โครงการคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาของเด็ก

วีดิโอข้างบน เป็นการบรรยายของ Nicholas Negroponte เกี่ยวกับโครงการของเขาคือ โครงการ หนึ่งแล็พท็อปต่อเด็กหนึ่งคน (One Laptop Per Child project, OLPC) เขาบรรยายได้ดีมาก

ผมคิดว่าน่าดูมาก น่าสนใจว่า ในบางประเทศ เด็กที่ได้แล็พท็อปไป เขากลับไปสอนพ่อแม่ปู่ย่าตายายให้อ่านหนังสือได้ ที่บ้าน
และอีกเรื่องหนึ่ง นีโกรพอนเต เล่าเป็นตัวอย่างว่า เขาส่งเครื่องแล็พท็อป ๑๐๐ เครื่องไปให้เด็กในแต่ละโรงเรียน ในอัฟริกา แต่ละเครื่องมีหนังสือ ๑๐๐ เล่มที่ต่างกัน ทำให้ในโรงเรียนนั้น มีหนังสือให้เด็กอ่านได้ถึง ๑๐๐๐๐ เล่ม
และก็ตอนนี้ ที่ อุรุไกว เด็กทุกคนในประเทศนั้นมีแล็พท็อปคนละหนึ่งเครื่อง เป็นเพราะวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีของเขา

ผมว่า นิโกรพอนเท เขาเยี่ยมมาก

เมืืองไทยโครงการทำนองนี้คงไม่เกิดง่ายๆ เพราะนักการเมืองส่วนมากจะไม่ได้สตางค์ หรือไม่ก็ถ้าฉันไม่ได้หน้าตา ฉันก็จะไม่ทำ
ผมรู้สึกเศร้าใจเพราะคิดไปไกลว่า นักการเมืองในเมืองไทยในเมืองไทยส่วนใหญ่มัวแต่สนใจแต่เรื่องผลประโยชน์ของตัวเป็นหลัก เรื่องว่าทำอย่างไรกลุ่มหรือครอบครัวของตัวจะรวยมากขึ้น ทำไงจะได้รับเลือกตั้งเพื่อได้เงินต่อไปในสมัยหน้า เรื่องส่วนรวมของบ้านเมืองไม่ค่อยคิดถึง คิดแต่จะหาทางชนะคู่ต่อสู้ทางการเมือง

VDO about Buddhism

A friend sent me a link to this VDO, linked above.

Stephen Batchelor: Confession of a Buddhist Atheist.

It 's a record of his 1 hr talk promoting his new book in the US. Essentially the book is an autobiography of his life, a British who after his troubling years as a teenager decided to be a Buddhist and went to India, becoming a Tibetan monk for 7 years, and then a Korean Zen monk for 4 years, and later after going back to UK, started practicing Vipassana (in the line of the venerable Goenka's Vedhana monitoring).

Intriguing life indeed. I am more interested in some bits and pieces in his views, one is that he proposed that Buddha must have studied in Tuxila when he was just a young prince (but the Tripitaka did not give information about this.). I think it 's possible. There are other interesting remarks.

I also like his answering to questions at the end.

ไอพ็อด กับ การเสริมการเรียน

ผมเพิ่งซื้อ ไอพ็อดทัช ให้ลูกเมื่อสองวันก่อน ความจริงมันออกมาตั้งนานแล้ว จนในอเมริกากำลังออก ไอแพ็ดมาในวันสองวันนี้แล้ว แต่ในอดีตก็ลังเลกลัวว่าจะทำให้การเรียนเขาเสีย และก็เขาก็อยากได้มาเป็นปีๆ เมื่อมีสาเหตุที่สมควร และเขาผ่านช่วงที่ต้องเครียดกับการสอบเข้า ม. ๔ มามาก และอยากได้มานานพอ การให้ตอนนี้คงไม่ทำให้เกิดผลเสีย ตอนนี้ก็คงถึงเวลาที่เขาจะได้เอ็นจอยกับสื่อใหม่เสียที

ผมเพียงแต่หวังว่า ลูกได้สื่อใหม่ไป เขาจะไปสนใจกับเนื้อหาทางวิชาการที่สามารถดึงได้มาจากเว็บผ่าน ไอพ็อดทัช บ้าง แม้ตอนนี้ เขาสนใจกับเกมส์และเพลงเป็นส่วนมากก็ตาม ในอเมริกา มหาวิทยาลัยและโรงเรียนจะมีสื่อให้ดาวน์โหลดไปฟังไปดูผ่านไอพ็อดไปทบทวนได้ ผมหวังไว้ลึกๆอีกว่า โรงเรียนใหม่ของเขา จะมีอะไรแบบนั้นบ้างให้เด็กไทยได้ดาวน์โหลด ให้สมกับการเป็นโรงเรียนระดับหัวกะทิของประเทศ

Thursday, April 01, 2010

กำลังอ่านหนังสืออีกเล่มพร้อมๆกันไป

หนังสือเล่มนี้ที่ผมซื้อมาดูเหมือนจะเป็นเล่มสุดท้ายบนชั้นหนังสือของศูนย์หนังสือจุฬา คือหนังสือชื่อ

รูดอล์ฟ สไตเนอร์

(แต่ผมว่าน่าจะเขียนตามการออกเสียงว่า รูดอล์ฟ ชไตเนอร์ มากกว่า)

แปลจาก

Rudolf Steiner: A Teacher from the West
by Rudy Lissau

แปลเป็นไทยโดย
รวิมาศ ปรมศิริ
สำนักพิมพ์ สวนเงินมีมา จัดพิมพ์ พ.ศ. ๒๕๕๑

ผมคิดว่าน่าสนใจ เป็นหนังสือชีวประวัติของนักปรัชญาชาวออสเตรียคนหนึ่ง เท่าที่ผมมองตอนนี้แบบคนไทยมองก็คือว่า แกน่าจะเป็นพระโพธิสัตว์ที่ไปเกิดเป็นฝรั่ง เมื่อยุคช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๑ อะไรประมาณนั้นแหละ (ความจริงฝรั่งก็เขียนไว้แบบนี้เหมือนกัน)

ผมยังอ่านไม่จบ ไว้จะมาคอมเม็นต์ต่อ
แต่ตอนนี้หนังสืออะไรๆกองเต็มหน้าห้องน้ำชั้นล่างที่บ้านแล้วแฮะ

----------
addendum

พบจากเว็บว่า ในเมืองไทยก็มีโรงเรียนตามแนวปรัชญาของ ชไตเนอร์ หรือ โรงเรียน Waldorf ชื่อไทยว่า โรงเรียน แสนสนุก ไตรทักษะ
http://www.tridhaksa.ac.th/

Wednesday, March 31, 2010

หนังสือน่าอ่าน

ไปได้หนังสือมาสองสามเล่มวันนี้ แต่ที่เริ่มอ่านก่อนวันนี้ก็คือ

คนเจ้าปัญญา แปลโดย พรรณี ชูจิรวงศ์

แปลจาก The Noticer by Andy Andrews

เขาเขียนไว้ที่ปกว่า เป็น คู่มือเปิดมุมมองให้กว้างและสร้างทัศนคติเชิงบวก
ผมอ่านแล้วคิดว่าดีมากๆ ตอนนี้ยังอ่านไม่จบ แต่ก็เอามาประยุกต์ใช้กับตัวได้แล้ว คิดว่าจะแก้มุมมองที่ยังไม่ค่อยถูกต้องของตัวเองบางอย่างได้