Saturday, January 08, 2011

ฟังเพลงมาร์ชทหารบกบ้าง

ผมพยายามระงับความรู้สึกที่ไม่ดีกรณีเขมรมาล้ำชายแดนไทย ฟังเพลงแก้เซ็งนี้ดีกว่า มาร์ชกองทัพบกไทย ผมก็ชอบอีกเหมือนกัน ร้องได้ตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ เมื่อ สามสิบปีก่อนแล้ว

ฟังเพลงดีกว่า ของ ราชนาวีไทย

Thai Navy Waltz and the Royal Thai Navy March songs. Nice.

Wednesday, January 05, 2011

เครื่ื่องมือทางซอฟต์แวร์สำหรับแปลงข้อมูลเป็นตาราง

เพิ่งไปเจอเครื่ื่องมือทางซอฟต์แวร์จากกูเกิล สำหรับแปลงข้อมูลที่มั่วๆออกมาเป็นตารางที่ดีได้ น่าสนใจมาก เรียกว่า Google Refine ตอนนี้รุ่น 2.0

Saturday, January 01, 2011

การศึกษาวิถีพุทธ

จะเข้าใจเรื่อง การศึกษาวิถีพุทธ ให้เข้าใจควรฟังพระอาจารย์ ชยสาโร อธิบายเรื่องนี้
(Buddhist (life)-style education)

Friday, December 31, 2010

การรักษาแบบแพทย์ทางเลือกวิถีพุทธ

วีดิโอ รายการคนค้นคน การรักษาแบบแพทย์ทางเลือกวิถีพุทธ สัมภาษณ์ หมอเขียว

Sunday, December 05, 2010

Reading about Buddhism and Science

I found a link (above) to this 2007 writing of Ajahn Brahm in a Sri Lankan newspaper from Wikipedia. The article entitied "Buddhism, the only real science". I like the article and would recommend anyone to read it.


Good talk on loneliness

Ajahn (Teacher) Brahm 's talk on loneliness. Great one. Recommend to watch.


Saturday, December 04, 2010

หญ้้ากุสสะ ในพุทธประวัติ

อะไรคือหญ้ากุสสะ

ในวันเพ็ญเดือนวิสาข เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงนั่งขัดสมาธิเพชร บนหญ้ากุสสะ ที่พราหมณ์คนหนึ่งถวาย ณ ริมฝั่งแม่น้ำอโนมา ที่โคนต้นโพธิ ก่อนจะทรงตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณ เป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนนั้น

หนังสือเรียนทางพุทธศาสนา บางเล่มแปลชื่อหญ้ากุสสะ เป็นไทยว่า หญ้าคา ผมว่าไม่ถูก ต้องแปลว่า หญ้าแฝก (Vetiver) จึงจะถูก ก็ลองดูสิว่าใบหญ้าคาของไทยมันคมแค่ไหน ใครจะไปนั่งได้

ที่สำคัญ ในเปเปอร์ของ Rao & Suseela แห่ง สถาบันวิจัยทางพฤกษศาสตร์แห่งชาติ ของอินเดีย ได้กล่าวถึงหญ้าแฝก Vetiveria zizanioides ว่า เรียกว่า หญ้ากาส Khas หรือ กุส Khus ในอินเดีย
เป็นพืชที่พบได้ประจำถิ่นในแถบทางเหนือของอินเดีย ให้กลิ่นหอม ใช้สกัดทำหัวน้ำหอมของราชสำนักในสมัยโบราณ และ ก็ รากของหญ้ากุสสะยังใช้เอามาสานเป็นเสื่อได้ และในอินเดียหน้าร้อน ชาวบ้านจะนิยมใช้หญ้าแฝกถักเป็นม่าน เมื่อพรมน้ำแล้ว ก็ใช้ห้อยลงมาเพื่อลดความร้อนของอากาศในบ้านเรือนได้ ให้ทั้งความเย็น และให้กลิ่นหอมอ่อนๆด้วย
ผมเลยเกิดความคิดต่อไปว่า หรือว่า พราหมณ์ถวายหญ้าแฝกทั้งใบทั้งรากแด่เจ้าชายสิทธัตถะ ไปทรงใช้รองนั่งขัดสมาธิในคืนนั้น น่าจะเป็นไปได้ เพราะใบจะได้ให้กลิ่นที่หอมเย็น และก็เป็นการระบายความร้อนจากก้อนหินที่จะทรงใช้นั่งสมาธิอีกด้วย ผมเดาว่า อาจจะทรงเอาใบรองไว้ด้านล่าง พรมน้ำเสียหน่อยยังได้ ส่วนรากก็เอาไว้รองชั้นบนๆ เรียกว่านั่งเย็นสบาย นอกจากนุ่มอีกต่างหาก

อ้างอิง
Rao, RR., Suseela, MR. Vetiveria zizanioides (Linn.) Nash, A multipurpose eco-friendly grass of india.
http://www.vetiver.com/TVN_IVC2/CP-6-2.PDF

Monday, November 22, 2010

Ecologically unfriendly festival

In the past few years, I have started to feel uneasy about Loy Kratong festival in Thailand. The latest figure in the news confirmed my gut feeling. This year, Bangkok Metropolitan Administration officials have harvested almost a million Kratong floats from river and canals in Bangkok: 946,838 floats as of 3 a.m. today to be exact. (I am amazed that how exact they could have counted those ! I 'll ignore a possibility that they did not miscount a few.)  And about 12 % of those are made of styrofoam which is not bio-degradable.

For hundreds of year in Thailand, Loy Kratong festival is a beautiful festival on a December 's full-moon night when people, few thousands I guess, would bring their small floats made of banana leaf, with flowers, lit candle, and incensed stick to beg pardon from angle of the river. It 's a rare traditional good chance for boys to meet girls at night.  Nowadays, however, people attending the festival are in the tune of a million, or 3 fold order of magnitude (1000 x) more. So this the the amount of float garbage is now a big environmental burden to the river and needs to be cleaned up by the city within hours after people went home. I often sighed in my thought at this ceremony around this time of the year.

Despite the complain above about it, I have not started complaining of my dislike of another more dangerous floating (into the air) festival yet, called Yipeng floating.

Saturday, November 20, 2010

โรงเรียนสีเขียว

ไปเจอวีดิโอจาก TED ก็เลยเอามาโพสต์ที่นี่ น่าดู เป็นโรงเรียนสีเขียว (Green school) ตามแนวทางฝรั่ง ผมว่า ถ้าเอามาประยุกต์กับโรงเรียนวิถีพุทธ อย่างของ อ. อาจอง หรือ ของ คุณ มีชัย จะดีมาก

Friday, October 29, 2010

33 years old calculator

This is memorable calculator for me, 33 years old Casio FX-110 Scientific calculator.
The price I paid in 1977 was 580 Baht. It has 10 blue-color digits and needs AA-size batteries to operate. I remember well that when I used it in an examination room, such as in a Physical Chemistry class, I needed to have spare batteries to replace otherwise it would not last the entire 3 hr exam session. This one was great gadget, because few years earlier students were still using slide rules.

Around that time, I was still a sophomore student and my mom did not have money but I did not know. I told her I badly needed a calculator to use in exams and she had to get money for me somehow. I appreciate her motherly love, just an example of it, and much more now that she long passed away. 



ร้านซ่อมนาฬิกาคุกคู ในกรุงเทพ

มีอยู่ร้านหนึ่ง ในหมู่บ้านสัมมากร โครงการ ๒ ซอยรามคำแหง ๑๑๒ ซื่อร้าน Black Forest Shop ขายนาฬิกาคุกคู และ รับซ่อมด้วย เลยเอามาโพสต์เป็นข้อมูลไว้ เพราะนาฬิกาพวกนี้ ห้าหกปีบางทีก็ต้องเอาไปเซอร์วิส ก็หลายสตางค์อยู่เหมือนกัน
(Cuckoo shop in Bangkok, "Black Forest Shop")

Addendum :- 

For the benefit of English speakers, I 'd like to add some information here about the content of this original blog.

Cuckoo clock repair shop in Bangkok:-

This is the only shop I know and the mechanic is an authorized technician who has been trained in Germany. His main shop is Black Forest shop, is in Summakorn village project 2, Soi Ramkamhaeng 112, Bangkok.
The owner and technician name is Mr. Apichart, his phone is 087 936 1911. You can try phone him during day time, including weekends.

บรรจุภัณฑ์จงใจหลอกผู้บริโภค

มีผลิตภัณฑ์บางยี่ห้อ ที่จงใจสร้างบรรจุภัณฑ์ที่ลวงตาหลอกผู้บริโภค อยากจะเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า intentionally misleading package ตัวอย่างที่ผมเจอ และรู้สึกไม่ชอบใจทุกครั้งที่ซื้อมาใช้ก็คือ ใบมีดโกน ของ Gillette ที่มีตัวเลขเล็กๆบอกว่า มี ๔ ใบมีด แต่ทำห่อให้มีขนาดและช่องสำหรับ ๖ ใบมีด แล้วก็เอากระดาษมาบังไว้ โผล่ให้เห็นนิดเดียว ถ้าใครหยิบโดยไม่อ่าน ก็ต้องคิดว่า มี ๖ ใบ หรือ ยิ่งถ้าใครไปมัวคิดราคาต่อใบมีดแล้วก็อาจจะได้ราคาที่ผิดไป เพราะจริงๆเขาให้แค่ ๔ ใบแค่นั้น
ผมละเกลียดนัก พวกหลอกผู้บริโภค

Sunday, October 17, 2010

ในสังคมปัจจุบัน คนไทยต้องเสพย์ข่าวโดยใช้การพิจารณอย่างระมัดระวัง

ในยุคนี้ มีการออกข่าวลวงกันมากกัน ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า disinformation คนเสพย์ข่าวต้องระวัง เรื่องโกหกมันแยะมาก พบว่าใช้กันมากทั้งในวงการโฆษณา และ วงการเมือง นักการเมืองบางคน ศีลข้อ ๔ ไม่รักษาเลย จิตมีโลภะเป็นตัวนำ เพราะโกหกแล้วได้เงิน แล้วนักข่าวก็ชอบกันจัง ไปสัมภาษณ์ ไม่รู้ว่าโง่หรือว่าโลภอยากได้ข่าวไปลง เขียนเอาไปลงข่าวทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นเรื่องโกหก สงสัยจะโลภอยากได้ข่าวมากกว่า ไม่มีคนนึกถึงคำที่ท่านสอนว่า คนที่โกหกได้นั้น ความชั่วอย่างอื่นๆอีกที่จะทำไม่ได้ เป็นไม่มี นักข่าวไม่สำเหนียกว่า การลงบทสัมภาษณ์ที่เป็นเรื่องโกหก ทั้งๆที่รู้ นั้นตัวเองก็ผิดศีลไปด้วย

และในช่วงปีสองปีหนึ่งมานี่ก็มีอีกวงการหนึ่งเพิ่มขึ้น กล่าวจาบจ้วงผู้บริสุทธิ์ เพราะโลภะและโทสะเป็นตัวนำอีกเช่นกัน ไม่มีความละอายใจ ไม่มีความเกรงกลังต่อบาปกรรม คนอ่านที่มีใจเป็นธรรมก็ต้องปลงสังขารไป และวางอุเบกขา ใครทำกรรม ชั่วหรือดี เขาก็ต้องรับผลไปเอง ส่วนคนอื่นๆในสังคมที่โดนโกหกจนพลอยหลงเชื่อ หากมีจิตเป็นโทสะ และ กิเลสล้นจนแสดงออกมาทาง วาจา และ กาย ก็เป็นการกระทำกรรมหนักเช่นกัน คนผู้ศึกษาธรรมถือว่า กรรมหนักย่อมส่งผลเร็วอย่างแน่นอน

ในสังคมประชาธิปไตย ภายใต้รัฐธรรมนูญ คนไม่ได้มีเสรีภาพที่จะโกหกกับสังคม คนไม่ได้มีเสรีภาพที่จะจงใจละเมิดคนอื่นได้ คนไม่มีเสรีภาพที่จะลุกขึ้นมาทำลายบ้านเมือง แต่ตอนนี้บ้านเมืองไทยหลายปีมานี้ มันมีการปล่อยให้คนบางส่วนทำอย่างนั้น

การพิมพ์ ebook และขายเอง น่าสนใจขึ้นทุกวัน

ดูลิงก์ข้างบน

Wednesday, September 08, 2010

หนังสือ พระไตรปิฎก ที่มีให้อ่านในโรงแรม

ไปพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง ต่างจังหวัดทางใต้ เห็นว่า มีหนังสือ หนังสือ พระไตรปิฎก ฉบับประชาชน ตอน เฉพาะพระสูตร ที่ กรมการศาสนา สมัยรัฐบาล นายกสุรยุทธ จัดพิมพ์ เอาไว้ในห้องพัก (เผอิญรู้ว่าเจ้าของโรงแรมเป็นลูกศิษย์ครูบาอาจารย์องค์หนึ่ง คือ หลวงปู่เณรคำ ที่ศรีสะเกษ) ก็รู้สึกว่าดี ได้อ่านดูหลายชั่วโมงก่อนนอน ขอชมว่า จัดพิมพ์ด้วยความปราณีตพอควร ตัวโต อ่านง่าย

แต่ขอติหน่อยเหอะ เราก็รู้ๆอยู่ว่า เป็นหนังสือของท่าน อาจารย์ สุชีพ ปุญญานุภาพ ท่านแปลภาษาบาลีจากพระไตรปิฎก ๔๕ เล่ม และย่อความไว้เป็นภาษาไทย และตอนนี้ ท่านผู้แปลและเรียบเรียงเสียชีวิตไปนานแล้ว เข้าใจว่า ลิขสิทธิ์เป็นของ มหามกุฏราชวิทยาลัย
ไม่เห็นมีที่ไหนในหนังสือ ให้ข้อมูลไว้เป็นเกียรติเลยว่าใครเป็นผู้แปลและเรียบเรียงไว้ ผมว่า คนทำ ทำไม่ถูก กรมการศาสนาไม่ให้เกียรตินักวิชาการที่ตายไปแล้วเลย

เกิดในเมืองไทยนี้ดีแล้ว

ใครที่คิดว่าบ้านเมืองเราไม่ดี ก็ต้องปลง คนยุคนี้ส่วนมากกิเลสหนา รวมทั้งนักการเมืองไทย ส่วนมากหนามากเป็นพิเศษ แต่เมืองไทยก็ยังดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านแยะมาก

ผมไปเจอเว็บหนึ่ง พระอาจารย์องค์หนึ่งท่านเล่าไว้ เห็นภาพดี จึงใส่ลิงก์ไว้
ตามไปอ่านที่นี่

Monday, September 06, 2010

ประมาณค่าเสียหายจากแผ่นดินไหวที่นิวซีแลนด์

จากข่าว มีการประมาณค่าเสียหายจากแผ่นดินไหวที่นิวซีแลนด์ ที่มีขนาด ๗ ริกเตอร์ ไว้ที่ประมาณ 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ คูณเป็นเงินไทยก็ประมาณ 50,000 ล้านบาท สำหรับเมืองที่มีประชากร ๓๕๐๐๐๐ คน

ผมมาคิดต่อว่า กรุงเทพมีประชากรมากกว่านั้น ๒๐ เท่า และดินเป็นดินอ่อน ในอนาคตหากเกิดแผ่นดินไหวในแถวนี้ จะมีความสะเทือนมากกว่า ผมคิดเอาว่า หากคูณ ๒๐ เข้าไป ก็อาจจะเสียหายประมาณ ๑ ล้านล้านบาท

ปัญหาตัวเงินดูเหมือนจะมากมาย แต่ความจริงที่ใหญ่กว่ามันอยู่ที่การกระจุกตัวของทรัพยากรทุกอย่างของประเทศ ศิลปวัฒนธรรม อารยธรรม การศึกษาวิจัย แหล่งความรู้ ข้อมูลทุกอย่าง และหัวใจการสั่งการทุกอย่างของรัฐอยู่ที่กรุงเทพ หากว่าอะไรๆก็เสียหายหมดจากภัยธรรมชาติ ต่อให้มีเงิน ต่อให้มีเครดิตไปกู้มาซ่อมสร้าง ก็จะทำอะไรลำบากมาก อะไรที่เสียไปแล้วจะกู้คืนลำบาก

เหมือนกับเฮติ เกือบปีแล้วคนก็ยังอยู่ในเต้นท์ ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร

นี้เป็นเพราะเมืองไทยไม่เหมือนอเมริกา ที่เขาคิดกระจายความเจริญและสิ่งต่างๆไปทั่วประเทศ สมัยช่วงสงครามเย็นเมื่อสี่สิบปีก่อน อเมริกันกลัวการถูกโจมตี จึงต้องมีการกระจายความเสี่ยง ป้องกันการเสียหายของระบบทั้งหมดจากการทำลายโดยอาวุธระยะไกล ทำให้เขามีความอ่อนตัวกับภัยพิบัติอยู่ในตัว แม้แต่ระบบสั่งการเขาก็จัดการทำไว้หมดว่า คนไหนมีอำนาจสั่งการรองลงไปๆหากว่าผู้บริหารระดับสูงไม่เหลือจากการถูกทำลายแล้ว แต่เมืองเราไม่เคยมีการคิดกระจายตัวเรื่องความเจริญออกไว้ก่อน และก็อาจจะไม่มีการทำแผนฉุกเฉินไว้

ผมหวังไว้ในใจว่าจะมีใครบางคนการทำแผนเอาไว้ เพราะอะไรที่มันไม่น่าจะเกิด ดูจากความน่าจะเป็นแล้วน้อยมาก พวกนั้น หากว่าเกิดแล้วผลกระทบมันหนักมาก

Saturday, September 04, 2010

ไปได้หนังสือธรรมะมาใหม่ (3)

วันก่อน ดูพระอาจารย์ คึกฤทธิ์ จาก Youtube ท่านแนะว่า ควรไปหาหนังสือของพุทธทาส ๕ เล่ม ที่ท่านแปลและรวบรวม พุทธพจน์ จากพระไตรปิฎก มาอ่านเสีย คือ

อริยสัจจ์จากพระโอษฐ์ ๒ เล่ม
พุทธประวัติจากพระโอษฐ์
ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์
ปฏิจจปสมุปบาท จากพระโอษฐ์

ผมมีเล่มสุดท้ายอยู่แล้ว วันนี้แวะไปได้ มาสองเล่ม จากมหาจุฬาบรรณาคาร คือ พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ พลิกๆดู ก็ดีใจที่ได้มาอ่าน คงจะทะยอยอ่านต่อไป ราคาเล่มละ ๓๐๐ บาท ถ้ามีบัตร มจร. ลด 5%

Sunday, August 29, 2010

ฝูงหุ่นยนต์อัตโนมัติเพื่อขยัดคราบน้ำมัน

ข่าวจาก MIT ประกาศว่า กำลังสร้าง หุ่นยนต์ต้นแบบ เพื่อขจัดคราบน้ำมันในทะเล แบบอัตโนมัติ ใช้พลังแสงอาทิตย์ และหุ่นจะรับรู้พิกัดผ่าน GPS และสื่อสารกับหุ่นอื่นๆข้างเคียงได้ผ่าน WiFi เขาเรียกว่า Seaswarm หรือ ฝูงทะเล ใช้หลักการดูดซับน้ำมันด้วย ผ้าใยนาโน ด้วยหุ่นแบบนี้ เขาจะปล่อยให้มันทำงานกันเป็นฝูง และคาดว่า ภายในเดือนเดียวก็จะเก็บคราบน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกได้หมด
แต่กว่าจะสร้างตัวจริงเสร็จเนี่ยไม่รู้อีกกี่เดือน