Monday, November 22, 2010

Ecologically unfriendly festival

In the past few years, I have started to feel uneasy about Loy Kratong festival in Thailand. The latest figure in the news confirmed my gut feeling. This year, Bangkok Metropolitan Administration officials have harvested almost a million Kratong floats from river and canals in Bangkok: 946,838 floats as of 3 a.m. today to be exact. (I am amazed that how exact they could have counted those ! I 'll ignore a possibility that they did not miscount a few.)  And about 12 % of those are made of styrofoam which is not bio-degradable.

For hundreds of year in Thailand, Loy Kratong festival is a beautiful festival on a December 's full-moon night when people, few thousands I guess, would bring their small floats made of banana leaf, with flowers, lit candle, and incensed stick to beg pardon from angle of the river. It 's a rare traditional good chance for boys to meet girls at night.  Nowadays, however, people attending the festival are in the tune of a million, or 3 fold order of magnitude (1000 x) more. So this the the amount of float garbage is now a big environmental burden to the river and needs to be cleaned up by the city within hours after people went home. I often sighed in my thought at this ceremony around this time of the year.

Despite the complain above about it, I have not started complaining of my dislike of another more dangerous floating (into the air) festival yet, called Yipeng floating.

Saturday, November 20, 2010

โรงเรียนสีเขียว

ไปเจอวีดิโอจาก TED ก็เลยเอามาโพสต์ที่นี่ น่าดู เป็นโรงเรียนสีเขียว (Green school) ตามแนวทางฝรั่ง ผมว่า ถ้าเอามาประยุกต์กับโรงเรียนวิถีพุทธ อย่างของ อ. อาจอง หรือ ของ คุณ มีชัย จะดีมาก

Friday, October 29, 2010

33 years old calculator

This is memorable calculator for me, 33 years old Casio FX-110 Scientific calculator.
The price I paid in 1977 was 580 Baht. It has 10 blue-color digits and needs AA-size batteries to operate. I remember well that when I used it in an examination room, such as in a Physical Chemistry class, I needed to have spare batteries to replace otherwise it would not last the entire 3 hr exam session. This one was great gadget, because few years earlier students were still using slide rules.

Around that time, I was still a sophomore student and my mom did not have money but I did not know. I told her I badly needed a calculator to use in exams and she had to get money for me somehow. I appreciate her motherly love, just an example of it, and much more now that she long passed away. 



ร้านซ่อมนาฬิกาคุกคู ในกรุงเทพ

มีอยู่ร้านหนึ่ง ในหมู่บ้านสัมมากร โครงการ ๒ ซอยรามคำแหง ๑๑๒ ซื่อร้าน Black Forest Shop ขายนาฬิกาคุกคู และ รับซ่อมด้วย เลยเอามาโพสต์เป็นข้อมูลไว้ เพราะนาฬิกาพวกนี้ ห้าหกปีบางทีก็ต้องเอาไปเซอร์วิส ก็หลายสตางค์อยู่เหมือนกัน
(Cuckoo shop in Bangkok, "Black Forest Shop")

Addendum :- 

For the benefit of English speakers, I 'd like to add some information here about the content of this original blog.

Cuckoo clock repair shop in Bangkok:-

This is the only shop I know and the mechanic is an authorized technician who has been trained in Germany. His main shop is Black Forest shop, is in Summakorn village project 2, Soi Ramkamhaeng 112, Bangkok.
The owner and technician name is Mr. Apichart, his phone is 087 936 1911. You can try phone him during day time, including weekends.

บรรจุภัณฑ์จงใจหลอกผู้บริโภค

มีผลิตภัณฑ์บางยี่ห้อ ที่จงใจสร้างบรรจุภัณฑ์ที่ลวงตาหลอกผู้บริโภค อยากจะเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า intentionally misleading package ตัวอย่างที่ผมเจอ และรู้สึกไม่ชอบใจทุกครั้งที่ซื้อมาใช้ก็คือ ใบมีดโกน ของ Gillette ที่มีตัวเลขเล็กๆบอกว่า มี ๔ ใบมีด แต่ทำห่อให้มีขนาดและช่องสำหรับ ๖ ใบมีด แล้วก็เอากระดาษมาบังไว้ โผล่ให้เห็นนิดเดียว ถ้าใครหยิบโดยไม่อ่าน ก็ต้องคิดว่า มี ๖ ใบ หรือ ยิ่งถ้าใครไปมัวคิดราคาต่อใบมีดแล้วก็อาจจะได้ราคาที่ผิดไป เพราะจริงๆเขาให้แค่ ๔ ใบแค่นั้น
ผมละเกลียดนัก พวกหลอกผู้บริโภค

Sunday, October 17, 2010

ในสังคมปัจจุบัน คนไทยต้องเสพย์ข่าวโดยใช้การพิจารณอย่างระมัดระวัง

ในยุคนี้ มีการออกข่าวลวงกันมากกัน ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า disinformation คนเสพย์ข่าวต้องระวัง เรื่องโกหกมันแยะมาก พบว่าใช้กันมากทั้งในวงการโฆษณา และ วงการเมือง นักการเมืองบางคน ศีลข้อ ๔ ไม่รักษาเลย จิตมีโลภะเป็นตัวนำ เพราะโกหกแล้วได้เงิน แล้วนักข่าวก็ชอบกันจัง ไปสัมภาษณ์ ไม่รู้ว่าโง่หรือว่าโลภอยากได้ข่าวไปลง เขียนเอาไปลงข่าวทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นเรื่องโกหก สงสัยจะโลภอยากได้ข่าวมากกว่า ไม่มีคนนึกถึงคำที่ท่านสอนว่า คนที่โกหกได้นั้น ความชั่วอย่างอื่นๆอีกที่จะทำไม่ได้ เป็นไม่มี นักข่าวไม่สำเหนียกว่า การลงบทสัมภาษณ์ที่เป็นเรื่องโกหก ทั้งๆที่รู้ นั้นตัวเองก็ผิดศีลไปด้วย

และในช่วงปีสองปีหนึ่งมานี่ก็มีอีกวงการหนึ่งเพิ่มขึ้น กล่าวจาบจ้วงผู้บริสุทธิ์ เพราะโลภะและโทสะเป็นตัวนำอีกเช่นกัน ไม่มีความละอายใจ ไม่มีความเกรงกลังต่อบาปกรรม คนอ่านที่มีใจเป็นธรรมก็ต้องปลงสังขารไป และวางอุเบกขา ใครทำกรรม ชั่วหรือดี เขาก็ต้องรับผลไปเอง ส่วนคนอื่นๆในสังคมที่โดนโกหกจนพลอยหลงเชื่อ หากมีจิตเป็นโทสะ และ กิเลสล้นจนแสดงออกมาทาง วาจา และ กาย ก็เป็นการกระทำกรรมหนักเช่นกัน คนผู้ศึกษาธรรมถือว่า กรรมหนักย่อมส่งผลเร็วอย่างแน่นอน

ในสังคมประชาธิปไตย ภายใต้รัฐธรรมนูญ คนไม่ได้มีเสรีภาพที่จะโกหกกับสังคม คนไม่ได้มีเสรีภาพที่จะจงใจละเมิดคนอื่นได้ คนไม่มีเสรีภาพที่จะลุกขึ้นมาทำลายบ้านเมือง แต่ตอนนี้บ้านเมืองไทยหลายปีมานี้ มันมีการปล่อยให้คนบางส่วนทำอย่างนั้น

การพิมพ์ ebook และขายเอง น่าสนใจขึ้นทุกวัน

ดูลิงก์ข้างบน

Wednesday, September 08, 2010

หนังสือ พระไตรปิฎก ที่มีให้อ่านในโรงแรม

ไปพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง ต่างจังหวัดทางใต้ เห็นว่า มีหนังสือ หนังสือ พระไตรปิฎก ฉบับประชาชน ตอน เฉพาะพระสูตร ที่ กรมการศาสนา สมัยรัฐบาล นายกสุรยุทธ จัดพิมพ์ เอาไว้ในห้องพัก (เผอิญรู้ว่าเจ้าของโรงแรมเป็นลูกศิษย์ครูบาอาจารย์องค์หนึ่ง คือ หลวงปู่เณรคำ ที่ศรีสะเกษ) ก็รู้สึกว่าดี ได้อ่านดูหลายชั่วโมงก่อนนอน ขอชมว่า จัดพิมพ์ด้วยความปราณีตพอควร ตัวโต อ่านง่าย

แต่ขอติหน่อยเหอะ เราก็รู้ๆอยู่ว่า เป็นหนังสือของท่าน อาจารย์ สุชีพ ปุญญานุภาพ ท่านแปลภาษาบาลีจากพระไตรปิฎก ๔๕ เล่ม และย่อความไว้เป็นภาษาไทย และตอนนี้ ท่านผู้แปลและเรียบเรียงเสียชีวิตไปนานแล้ว เข้าใจว่า ลิขสิทธิ์เป็นของ มหามกุฏราชวิทยาลัย
ไม่เห็นมีที่ไหนในหนังสือ ให้ข้อมูลไว้เป็นเกียรติเลยว่าใครเป็นผู้แปลและเรียบเรียงไว้ ผมว่า คนทำ ทำไม่ถูก กรมการศาสนาไม่ให้เกียรตินักวิชาการที่ตายไปแล้วเลย

เกิดในเมืองไทยนี้ดีแล้ว

ใครที่คิดว่าบ้านเมืองเราไม่ดี ก็ต้องปลง คนยุคนี้ส่วนมากกิเลสหนา รวมทั้งนักการเมืองไทย ส่วนมากหนามากเป็นพิเศษ แต่เมืองไทยก็ยังดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านแยะมาก

ผมไปเจอเว็บหนึ่ง พระอาจารย์องค์หนึ่งท่านเล่าไว้ เห็นภาพดี จึงใส่ลิงก์ไว้
ตามไปอ่านที่นี่

Monday, September 06, 2010

ประมาณค่าเสียหายจากแผ่นดินไหวที่นิวซีแลนด์

จากข่าว มีการประมาณค่าเสียหายจากแผ่นดินไหวที่นิวซีแลนด์ ที่มีขนาด ๗ ริกเตอร์ ไว้ที่ประมาณ 1.4 พันล้านเหรียญสหรัฐ คูณเป็นเงินไทยก็ประมาณ 50,000 ล้านบาท สำหรับเมืองที่มีประชากร ๓๕๐๐๐๐ คน

ผมมาคิดต่อว่า กรุงเทพมีประชากรมากกว่านั้น ๒๐ เท่า และดินเป็นดินอ่อน ในอนาคตหากเกิดแผ่นดินไหวในแถวนี้ จะมีความสะเทือนมากกว่า ผมคิดเอาว่า หากคูณ ๒๐ เข้าไป ก็อาจจะเสียหายประมาณ ๑ ล้านล้านบาท

ปัญหาตัวเงินดูเหมือนจะมากมาย แต่ความจริงที่ใหญ่กว่ามันอยู่ที่การกระจุกตัวของทรัพยากรทุกอย่างของประเทศ ศิลปวัฒนธรรม อารยธรรม การศึกษาวิจัย แหล่งความรู้ ข้อมูลทุกอย่าง และหัวใจการสั่งการทุกอย่างของรัฐอยู่ที่กรุงเทพ หากว่าอะไรๆก็เสียหายหมดจากภัยธรรมชาติ ต่อให้มีเงิน ต่อให้มีเครดิตไปกู้มาซ่อมสร้าง ก็จะทำอะไรลำบากมาก อะไรที่เสียไปแล้วจะกู้คืนลำบาก

เหมือนกับเฮติ เกือบปีแล้วคนก็ยังอยู่ในเต้นท์ ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีน้ำ ไม่มีอาหาร

นี้เป็นเพราะเมืองไทยไม่เหมือนอเมริกา ที่เขาคิดกระจายความเจริญและสิ่งต่างๆไปทั่วประเทศ สมัยช่วงสงครามเย็นเมื่อสี่สิบปีก่อน อเมริกันกลัวการถูกโจมตี จึงต้องมีการกระจายความเสี่ยง ป้องกันการเสียหายของระบบทั้งหมดจากการทำลายโดยอาวุธระยะไกล ทำให้เขามีความอ่อนตัวกับภัยพิบัติอยู่ในตัว แม้แต่ระบบสั่งการเขาก็จัดการทำไว้หมดว่า คนไหนมีอำนาจสั่งการรองลงไปๆหากว่าผู้บริหารระดับสูงไม่เหลือจากการถูกทำลายแล้ว แต่เมืองเราไม่เคยมีการคิดกระจายตัวเรื่องความเจริญออกไว้ก่อน และก็อาจจะไม่มีการทำแผนฉุกเฉินไว้

ผมหวังไว้ในใจว่าจะมีใครบางคนการทำแผนเอาไว้ เพราะอะไรที่มันไม่น่าจะเกิด ดูจากความน่าจะเป็นแล้วน้อยมาก พวกนั้น หากว่าเกิดแล้วผลกระทบมันหนักมาก

Saturday, September 04, 2010

ไปได้หนังสือธรรมะมาใหม่ (3)

วันก่อน ดูพระอาจารย์ คึกฤทธิ์ จาก Youtube ท่านแนะว่า ควรไปหาหนังสือของพุทธทาส ๕ เล่ม ที่ท่านแปลและรวบรวม พุทธพจน์ จากพระไตรปิฎก มาอ่านเสีย คือ

อริยสัจจ์จากพระโอษฐ์ ๒ เล่ม
พุทธประวัติจากพระโอษฐ์
ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์
ปฏิจจปสมุปบาท จากพระโอษฐ์

ผมมีเล่มสุดท้ายอยู่แล้ว วันนี้แวะไปได้ มาสองเล่ม จากมหาจุฬาบรรณาคาร คือ พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ พลิกๆดู ก็ดีใจที่ได้มาอ่าน คงจะทะยอยอ่านต่อไป ราคาเล่มละ ๓๐๐ บาท ถ้ามีบัตร มจร. ลด 5%

Sunday, August 29, 2010

ฝูงหุ่นยนต์อัตโนมัติเพื่อขยัดคราบน้ำมัน

ข่าวจาก MIT ประกาศว่า กำลังสร้าง หุ่นยนต์ต้นแบบ เพื่อขจัดคราบน้ำมันในทะเล แบบอัตโนมัติ ใช้พลังแสงอาทิตย์ และหุ่นจะรับรู้พิกัดผ่าน GPS และสื่อสารกับหุ่นอื่นๆข้างเคียงได้ผ่าน WiFi เขาเรียกว่า Seaswarm หรือ ฝูงทะเล ใช้หลักการดูดซับน้ำมันด้วย ผ้าใยนาโน ด้วยหุ่นแบบนี้ เขาจะปล่อยให้มันทำงานกันเป็นฝูง และคาดว่า ภายในเดือนเดียวก็จะเก็บคราบน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกได้หมด
แต่กว่าจะสร้างตัวจริงเสร็จเนี่ยไม่รู้อีกกี่เดือน

ติวเตอร์คนเดียว สอนฟรีให้เด็กเป็นแสนคนทั่วโลก

น่าชมสำหรับคนๆนี้ ผมเพิ่งไปเจอข่าวว่า ลูกของ บิลล์ เกตส์ ก็ใช้บริการฟรีของคนๆนี้ ติวเตอร์คนเดียว แต่เขาสอนหลายๆพันหัวข้อ ผ่าน ยูทิวบ์
ผมเคยเห็นมีนักศึกษาไทยบางคนทำบ้างเหมือนกัน แต่เขาติวเป็นภาษาอังกฤษ

ใครอยากเรียนคณิตศาสตร์ใหม่อีกรอบก็ไปดูได้ที่ Khan Academy

Tuesday, August 24, 2010

วีดีิโอสอนวิปัสสนา (2)

หลวงพ่อจรัญ สอนเดินจงกรม

วีดีิโอสอนวิปัสสนา (1)

วิธียืนวิปัสสนา สอนโดย หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม วัดอัมพวัน สิงห์บุรี

Sunday, August 22, 2010

วีดีโอน่าสนใจ

ปกติผมไม่ค่อยมีเวลาดูทีวี ก็เลยต้องดูบางรายการบนเว็บ
พบว่า วู้ดดี้สัมภาษณ์คนบางคนน่าฟังดี เช่น ในตอนนี้ วู้ดดี้ไปสัมภาษณ์ CEO ของ NokAir

ความเห็นดีๆเกี่ยวกับเมืองไทยเรา อยู่ตอนกลางๆนะ

Monday, August 16, 2010

Poor man sentenced for selling old CDs in Thailand

From today 's Thai news, a criminal court fined a poor Bangkok garbage collection worker, who scavenged from the garbage piles and sold recovered old CDs on a footpath, over 100,000 Bahts for violating the Movie and VDO Act of B.E. 2551. Since he does not have money he would be imprisoned to pay for fine. (Note: Perhaps at a rate of few hundred Baht daily credit of imprisonment he would be jailed for about a year.) The family of the guy would try to borrow money to bail him out and appeal the sentencing. His family member said he did not know that selling old CDs was against such a law.

Thai people around the web expressed their great sympathy for the unfortunate guy, mentioning any irony that rampant selling of illegal copies of software and multimedia exist in the country and real pirates of CDs & DVDs often don't get caught, but poor innocent ones got caught and punished instead.

I wish the appeal court would re-sentence the guy in a more lenient way.

Saturday, August 14, 2010

A charming song

This Hindi song sounds familiar to Buddhists Worldwide. I have heard it since the 1960s after an Indian movie, Angulimal, which was based on a true story in Tipitaka, was shown in Bangkok. Today I just found that someone has uploaded a new version of this song to Youtube. Anumodhami. If you are Buddhists you might like to listen to it and find it mind soothing.





Thai translation of the song lyric I have copied from somewhere is pasted below :-

เมื่อใดแล เหล่ามนุษย์ผู้ถือตนว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ ได้เกิดความหวาดกลัว เกิดหัวใจสะดุ้งหวั่นไหว เมื่อใดแล เหล่ามนุษย์ผู้ถือตนว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ ได้เกิดความหวาดกลัว หรือว่า เกิดหัวใจสะดุ้งหวั่นไหว

เมื่อนั้น ขอให้ท่าน จงเปล่งคำว่า “พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ” ไว้เถิด
เมื่อนั้น ขอให้ท่าน จงเปล่งคำว่า “พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ” ไว้เถิด

เมื่อใดแล เกิดความมัวเมาอันเป็นเหตุแห่งความไม่สงบวุ่นวาย พื้นแผ่นดินไหลอาบนองแดงฉานไปด้วยเลือด เปลวไฟแห่งความมุ่งร้ายเบียดเบียนแผดเผากระจายไป จิตใจของมวลหมู่มนุษย์กลับกลายไปเป็นดั่งเดรัจฉาน มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แต่ภายในแผดเผาเร่าร้อน

เมื่อนั้น ขอให้ท่าน จงเปล่งคำว่า “พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ” ไว้เถิด
เมื่อนั้น ขอให้ท่าน จงเปล่งคำว่า “พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ” ไว้เถิด

"พุทธํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ"

เมื่อใดแล ความรักเมตตาแห้งเหือดหายไปจากโลก ความกรุณาสงสารก็แห้งเหือดหายไป คนทั้งหลายเชือดเฉือนสายใยแห่งความรัก แม้ของมารดาตนเอง เกิดผืนแผ่นดินเลื่อนลั่น ฟ้าสั่นไหว

เมื่อนั้น ขอให้ท่าน จงเปล่งคำว่า “พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ” ไว้เถิด
เมื่อนั้น ขอให้ท่าน จงเปล่งคำว่า “พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ” ไว้เถิด

"พุทธํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ"

พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใดแล ผู้ทรงขจัดเสียซึ่งความมืดมิดภายในจิตใจที่เร่าร้อนของปวงประชา มวลหมู่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ได้พบหนทางแสงสว่าง เพียงแค่ได้สัมผัสเส้นใยแห่งรัศมีที่แผ่ออกมาของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ใด

ด้วยอานุภาพของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ขอพระสัทธรรมอันเป็นที่พึ่งพิง ขออริยสัจจ์คือความจริง จงเจริญรุ่งเรืองตลอดกาลนาน

ขอมวลหมู่มนุษย์จงเห็นอกเห็นใจเกื้อกูลเอ็นดูกันเถิด ขอหมู่มนุษย์จงทนุถนอมความรัก ความเยื่อใยของมนุษย์ด้วยกัน อยู่อย่างร่มเย็นสันติสุขเถิด

ขอบทแห่งมนต์อันประเสริฐ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของชาวภารตะ (อินเดีย) จงกระหึ่มกังวานไปในทุกครัวเรือน เพื่อนมนุษย์เอ๋ย ขอให้ท่าน จงหมั่นเปล่งคำว่า "พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ" ไว้บ่อย ๆ เถิด

"พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ”

Many thanks for the anonymous translator.

Thursday, August 12, 2010

Unusual high tide up to 3 meters in Ranong

At Ranong, there is a news reporting that the sea level has increased up to 3 meters and there was flood in many islands and in the areas along sea side.
I beleive that this is likely another sign of global warming.

Wednesday, August 11, 2010

ปลาหมึกบินได้

เพิ่งอ่านเจอว่า ปลาหมึกบินได้ Squids can fly! โดยอาศัยการพ่นน้ำอย่างแรง และระหว่างบิน ก็ใช้ครีบบังคับเป็นปีกได้ด้วย น่าสนใจมาก
ตามไปดูลิงก์เอาเอง

อ้อ ขอพูดนอกเรื่องหน่อย ผมยืนยังจะเรียก ปลาหมึก ไม่ยอมเรียกแค่ หมึก หรือ ตัวหมึก เพราะนั่นมันคือ ink แม้ผมจะเรียนมาทาง ไบโอ ผมก็ไม่ยอมรับการที่พวกที่จบมาทาง ซู (zoology) ที่พยายามจะล้างสมองคนไทย และพวกผมมาตลอด ๓๐ ปีหรอกนะว่า ให้เรียกปลาหมึกว่า หมึก เฉยๆ ผมรู้ว่ามันเป็น mollusk ไม่ใช้ fish แต่ภาษาไทยเราเรียกอย่างนี้มาต้ังนานแล้ว ผมยืนยันจะเรียก ปลาหมึก ของผมต่อไป ทีฝรั่งเขายังเรียกกุ้งประเภทหนึ่งว่า crayfish ได้เลย พวกกุ้งมันไม่ใช่ปลาซะหน่อย เขาก็ยังเรียกได้ เช่นกัน เอวัง