Sunday, February 28, 2010

ทริป ปราสาทดิน ถ้ำวัวแดง ชัยภูมิ






เคยโพสต์ไว้บ้างแล้วว่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ไปกับเพื่อนๆบนเน็ตสามสิบกว่าคน ไปปฏิบัติธรรมที่ วัดปราสาทดิน จังหวัดชัยภูมิ ที่เจ้าอาวาสคือ พระราชภาวนาวราจารย์ (หลวงปู่บุญมา) หรือ เรียกกันว่าหลวงปู่ศี ท่านเป็นพระดี เมตตามาก และพระลูกวัดท่านเล่าให้ฟังว่า ถ้าใครไปทำอะไรมาหลวงปู่รู้อะไรๆโดยไม่ต้องมีคนบอก จนทุกรูปเกรงท่านมาก ผมคิดว่า ในอนาคตคงไปกราบท่านอีก

นอกจากนี้ วันหนึ่งยังได้มีโอกาสขึ้นไปถ้าวัวแดง (ขึ้นบันไดไป ๑๔๐๐ ขั้น ชันมาก โชคดีตอนนี้มีบันไดคอนกรีต) ถำ้นี้เป็นถิ่นพระอริยะ ที่คนเรียกท่านกันว่า หลวงปู่ใหญ่ หรือ หลวงปู่เทพโลกอุดร และบรรดาพระอภิญญาท่านอื่นๆที่เป็นสายศิษย์ของท่าน เพื่อนรุ่นน้องหลายท่านศรัทธามาก ตอนบ่ายหลังจากลงเขาไปแล้ว ตอนค่ำยังขึ้นเขากลับมาบนถำ้เพื่อเรียนกัมมัฏฐานกับพระอาจารย์บนเชาอีกจนดึกดื่น ผมรู้ตัวว่าไม่ไหว หัวเข่าและกล้ามเนื้อต้นขาเร่ิมร้องเรียน ก็เลยคิดว่าขึ้นเขาหนเดียวพอ ไว้อนาคตทริปหน้าคงได้ขึ้นมาอีกแน่ๆ จะหาโอกาสขึ้นไปนั่งกัมมัฏฐานบนนั้นอีก และอาจจะกราบขอให้พระอาจารย์ท่านสอนสมาธิขั้นสูงต่อยอดให้ แต่ต้องรอให้สมาธิแก่กล้ากว่านี้หน่อย

บางคนบอกว่า ใครสนใจฝึกอภิญญาต้องมาที่ถ้าวัวแดงนี่ เสมือนหนึ่ง เส้าหลิน เพื่อต่อยอด เราก็เชื่อว่าน่าจะจริง สถานที่สัปปายะมาก ใครเข่าไม่ดีคงขึ้นมาลำบาก แต่ก็ขึ้นกับกำลังใจเป็นสำคัญ มีเรื่องเราเล่า คนขาหักยังขึ้นมาได้เลย ขอให้มีศรัทธาเท่านั้น

ผมเข้าไปในถ้าหลัก ข้างในลึกทีเดียว มีหลายห้อง ห้องแรกสุดใกล้ปากถ้ำ เทพื้นปูนไว้ มีโต๊ะหมู่พระพุทธรูป ผมเข้าใจว่า คนที่มาปฏิบัติธรรม สามารถนอนกันตรงบริเวณห้องแรกนั้นได้ในถ้ำ แถวถำ้วัวแดงและวัดปราสาทดินนี้ดี ยุงไม่ค่อยชุม ในถ้ำก็มีน้ำซับจากบ่อในถ้ำ ถ้าไม่มีน้ำขวดมาก็มีน้ำบ่อกินประทัง (ใครอยากจะแบกของหนักขึ้นเขามาล่ะ) บนนั้นมีหลายถ้ำอีกแถวนั้น แต่ไม่ได้ปีนเข้าไป กลัวตกลงมาแข้งขาหัก หมดแรงด้วย และนุ่งกางเกงยีนส์สีเนื้อ กลายเป็นสีน้ำตาลหมดแล้ว ไว้คราวหน้าคงจะเตรียมตัวลุยเข้าไป

ไปทริปนี้คุ้มค่ามาก ได้แวะกราบพระหลายองค์ ได้ทำบุญ ทำทาน และ ระหว่างอยู่วัดก็ได้ ปฏิบัติบูชา กัมมัฏฐาน และ ยังได้มีโอกาสเรียนการเข้าฌาน ๔ ได้เรียนวิชา จาก อ. เล็ก ก่อนหน้านี้เรียนแต่จากเสียงที่ดาวน์โหลดมาจากเว็บ เพิ่งมีโอกาสเจอตัว ทำให้เห็นกับตัวว่าพลังจิตเป็นเรื่องจริง (แต่เป็น ปัจจัตตังเวทิตัพโพ วิญญูหิ คือ วิญญูชนพึงรู้ได้ด้วยตนเอง เล่ารายละเอียดในที่สาธารณคงไม่ดี) ทริปนี้ทำให้ได้รู้ว่าตนเองเป็นพวก ติเหตุกบุคคล

ได้ไปประสบกับไฟป่าบนเขาใกล้ถ้ำวัวแดง อาจจะเพราะอากาศร้อน หรือมีคนจุดไล่สัตว์ป่าเพื่อล่าก็เป็นได้ พวกเราจึงขึ้นไปช่วยกันดับไฟป่าสองรอบตอนบ่าย และตอนค่ำๆก็ยังออกลาดตระเวณตรวจไฟป่ารอบวัดปราสาทดินอีก ทำให้เห็นว่า ถ้าไม่มีพระอยู่ในป่า ไม่มีวัดอยู่ในป่า ไฟมาป่าวอด หรือไม่ก็ชาวบ้านหรือนายทุนตัดป่าแบบไม่เกรงใจมากกว่านี้ ตอนนี้มันก็เกรงบ้างไม่เกรงบ้าง

2 comments:

SupperBoue said...

ขออนุญาตนำลิงก์นี้ไปเผยแพร่บนfacebook หน่อยนะคะ พอดีเป็นศิษย์หลวงตาเหมือนกันค่ะ ตอนที่ไปปฏิบัติธรรม ไปไหว้บอกกล่าวท่าน ท่านบอกว่ารู้แล้ว จะมาบอกทำไม ตอนกลับก็ไปลาท่าน หลวงตาท่านก็ให้พรมาดีมาก ท่านบอกว่า ขอให้ได้เงินล้านจะได้กลับมาช่วยหลวงตาสร้างอุทยาน ..สาธุขอให้ได้จริงๆเพราะตั้งใจมากอยากกลับไปช่วยหลวงตา

Watnongyaplong Karnjanaburee said...

ได้ร่วมทริปอันประทับใจด้วยกัน ยังตราตรึงอยู่ยันวันนี้