Tuesday, December 27, 2005

เสาร์ที่ผ่านมา (ตอนที่ ๒)


ก่อนกลับ เดินตัดสนามหลวงแวะไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหอศิลป์ด้วย แม้ว่าภาพเขียนที่มีให้ชมที่นี่จะไม่ค่อยแยะเท่าของฝรั่ง แต่ก็ดีที่อย่างน้อยเมืองไทยก็มี หอศิลป์ ไปยืนจ้องผลงานห่างจากตาไม่กี่นิ้ว ทำให้รู้สึกได้ใกล้ชิดศิลปินแห่งชาติหลายๆคน งานที่แสดงของบางคนก็เป็นของญาติผู้ใหญ่ที่เสียไปแล้ว เช่น คุณลุงพิมาณ มูลประมุข และยังดูเหมือนอาจารย์จำรัส เกียรติก้อง ก็เป็นญาติห่างๆด้วย จำได้ว่าคุณพ่อไปงานศพท่านตอนผมเด็กๆ ยังมีหนังสืองานศพอยู่เลย

ขากลับเดินแวะไปเที่ยวที่ป้อมพระอาทิตย์ ตอนเด็กๆนั่งรถผ่านบ่อยๆ ไม่เคยแวะสักที จนลูกผมยังเคยมานั่งเขียนรูปที่นี่กับครูหลายปีก่อน เขามาที่นี่ก่อนผมอีก


จากริมแม่น่ำเจ้าพระยาตรงสวนที่ป้อมฯ สามารถมองเห็นสะพานพระราม ๘ ได้ดี

เสาร์ที่ผ่านมา (ตอนที่ ๑)


เสาร์ที่ผ่านมาเอาครุยปริญญาเอกไปเปลี่ยนกำมะหยี่ที่ร้านที่เคยตัดเมื่อราว ๑๗ ปีก่อน เพราะสีกำมะหยี่เปลี่ยนไปหมดแล้ว ร้านนี้ชื่อร้านอลังการ ใกล้วัดมหาธาตุ เกือบถึงท่าพระจันทร์ เปลี่ยนกำมะหยี่ได้ในราคา 2500 บาท ก่อนหน้านี้ รุ่นน้องผมเขาไปตัดครุยใหม่ทั้งชุดราคาชุดละ 12,000 บาท เขายืมฮูู้ดผมไปเป็นแบบเพราะจบยูเดียวกัน ผมเลยได้โอกาสสั่งเปลี่ยนกำมะหยี่เสียเลย ไม่งั้นไม่มีโอกาสไปแถวนั้น เผื่อปุบปับจะได้ใช้ ไม่รู้เมื่อไร แต่ต้องรอคิวยาวหน่อย อีกสองเดือนได้

บ่น

รถติดหนับบนทางยกระดับได้เป็นชั่วโมงๆ เพราะความประมาทของคนเพียงคนสองคน คนอีกหลายพันเดือดร้อน ค่าน้ำมันเสียเพิ่มรวมเป็นล้านบาท ไม่นับค่าเสียเวลา

จากข่าว นสพ. เมื่อวันก่อน ผมเห็นว่าคนที่ไต่ขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ จนเป็นผู้บริหาร ถ้าพื้นฐานเขานั้นจิตใจไร้คุณธรรมและจริยธรรมแล้วก็ย่อมเกิดความเสียหาย ทั้งส่วนรวมและตัวผู้นั้นเอง ต้องปลงสังเวช

Wednesday, December 21, 2005

China-Thailand FTA

From the news, as Thai Deputy Commerce Minister said the Sino-Thai Free Trade Agreement would not put Thai trade balance into deficit.

I do not believe it. It did, and affected both the country's trade balance at the macro level and small farmers and businessmen at the micro-economy level.
For example, Thai orchards' owners are going broke with influx of surplus Chinese fruits. How can you survive if you were forced to sell Rambutan for 5 Baht (about US 12 Cents) a kilogram, for example.

There are known barriers inside China, e.g. the various localities, whatever they are called.

Thailand should do the same, setting up local regulations to support local farmers, for example. Look at a living eukaryotic cell, there are several membrane bound organelles which serve as various intracellular compartments. Those were aimed to increase local concentration of metabolites and some biochemicals in needed in some areas. Five hundred million years of evolution can not be wrong. Cells would die if there is no intracellular compartmentation. A country should be likewise in term of local products.

ฐานข้อมูลบทความวิทยาศาสตร์

เริ่มต้น มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ นี้ นักวิจัยจาก NSTDA จะสามารถเข้าใช้
Science Direct ซึ่งเป็นฐานข้อมูลของบริษัท Elsevier ผ่านเว็บ และเข้าดูเปเปอร์ฉบับเต็มได้กว่า 2100 journals

Sunday, December 18, 2005

Narai Palace in Lop Buri



I have wanted to post some pictures I took at the Narai Palace in Lop Buri 2 weeks ago. Here they are. The first one was an inner gate leading toward the innermost part of the palace. The other is the audience windown inside the "Dusitsawan Thanya Mahaprasat" Throne Hall where King Narai the Great came out to accept French envoy. We went there after 5 p.m. so the museum there was closed and another former royal residence building (of King Rama IV) was closed.

Lop Buri was the city I had wanted to visit. It 's a city my dad and my mom used to live before they got married. I spent only one day by driving there and did not have sufficient time to look around. Next time i will do some planning and will target other places as well.

Wednesday, December 14, 2005

Google map for Bird flu

Just check it out to see the locations of cases reported in the World map.

จะใช้กูเกิ้ลแม็ปได้อย่างไร

ตามไปดูที่ลิงก์ ว่างๆจะลองทำดู แต่ตอนนี้มีแม็ปไทยหรือยังก็ไม่รู้แฮะ

กฏทอง ๑๐ ข้อ ของกูเกิ้ล

บทความน่าอ่าน เขียนโดย CEO ของ Google

Tuesday, December 13, 2005

ขนมเปียกปูนแบบสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนหายไปไหนหมด

ไปซื้อขนมเปียกปูนมารับประทาน จากเมืองโบราณ รสชาดพอทานได้ แต่ก็เหมือนกับที่อื่นๆที่พอมีขายอยู่บ้างอยู่อย่างหนึ่งก็คือ เขาตัดเป็นรูปทรงลูกเต๋าแทนที่จะเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนแบบที่เราเคยรู้จัก ผมว่าอีกหน่อยเด็กรุ่นใหม่จะไม่เข้าใจว่าสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนน่ะมันเป็นไฉน คงรู้จักแต่ diamond หรือข้าวหลามตัด (หรืออย่างหลังก็ไม่รู้อีกเหมือนกัน)

Post from home ADSL

I just signed up to ADSL service from True Corporation few days ago, using my existing phone line. I got a modem for 1 Baht in exchange for 1 year sign up, and to pay 590 Baht per month (for 256K/128K bps rate). After 4 days, my connection was up. It works fine for Macintosh just like my friend said so. Here the a post from home via my Powerbook at 5 a.m. Speed is fast.
Gosh. A lot of works needs to be done.

Friday, December 09, 2005

อนุสนธิจาก ลีกวนยู ให้สัมภาษณ์ วารสารไทม์

ประทับใจตอนหนี่งที่เขาบอกว่า ในสิงคโปร์ ประชากรมีเพียง ๔ ล้านคน คิดว่ามีผู้มีึความรู้และความสามารถสูงเพียง ๒ พันคน ที่มีศักยภาพจะเป็นผู้บริหารของประเทศได้ ประวัติการทำงานของคนกลุ่มนี่สามารถรวมใส่ไว้ใน thumbdrive เพียงอันเดียวได้ ผมติดใจที่เขาพูด ผมคิดเอาว่าแม้เมืองไทยจะประชากรมากกว่าราว ๑๘ เท่า แต่จำนวนคนที่มีความรู้และความสามารถสูงก็อาจจะมีไม่มากกว่าเขาก็ได้ และถ้าไปดูเรื่องระดับของคุณธรรมด้วยแล้ว ก็อาจจะยิ่งน้อยกว่าเขาก็ได้ ทั้งๆที่เป็นเมืองพุทธ นี่เป็นความรู้ส้กนะ

Tuesday, December 06, 2005

Good and Bad points on the new high-resolution screen 15" Apple Mac PowerBook


I have been using my new Apple Macintosh 15" PowerBook for about 2 weeks. Before I praise all of it, perhaps I should mention 2 of its shortcomings right here. First, the battery that came with it has been dead since the beginning , and now I am waiting a replacement from Singapore. This is a features that Apple touted about, it should be able to hold electrical charge for 5:30 hr of usage. Too bad, mine was probably among the first lot of this laptop model arriving in Thailand. Second, my keyboard did not contain Thai letters stenciled onto it. I could not blame other people, since I told Apple 's agent in Bangkok that I badly need to use it now that I had deadline of jobs coming so that 's why they sent one machine to me as soon as they got them out from the customs at the Bangkok International Airport. And that's why there is no Thai letters labeled on the keyboard. Now I do not want to send back to the Apple agent to have the keyboard stenciled, mainly bacause I don't want to be without the machine even for a day.

Apart from these two flaws, all others are great. To be continued on part 2 in a few days until I have cleared out my backlogged jobs first.

Merit making at Wat Phrabatnamphu



Few days ago, I and my family went to Lop Buri to make merit. Wat Phrabatnamphu is a famous temple when the former abbot received Magsaysay award a few years ago.
The temple is about 7 km east of the town and situated on the foot of a small limestone mountain, amid the vast field of blossomed sunflowers. It has been my intention for a few months to go to this famous temple which shelters a large number of terminally ill AIDS patients deserted by their relatives. Apart from donating Sangkha Dhana, we also donated some cash to buy foods and medicine, and coffins for the patients. We also visited the museum there which houses a number of bodies as a reminder of the norm of life: everyone must die some day.

Got a Birthday card from Siam Commercial Bank: Thanks


Last week, I got a birthday card from SCB in the mail. Inside the card, there is a pop-up purple flower and a message with a printed signature of the famous lady Bank MD. I have been a costomer of this bank for perhaps 25 yr and this is perhaps the first time I receive this card. Thanks a lot. I think SCB is the best in term of customer service in Thailand. This card is a good evidence.

Thursday, November 24, 2005

ได้แล็ปท๊อปตัวใหม่แล้ว 15" new Mac PowerBook

เพิ่งได้มาสักสองสามชั่วโมงนี้เอง แล็ปท๊อปตัวใหม่ 15" 1.67 GHz Apple Macintosh PowerBook อาจจะเป็นเครื่องแรกๆของรุ่นนี้ในเมืองไทย ตัวนี้เพิ่งเปิดตัวในสหรัฐเมื่อต้นเดือนนี้เอง
อะไรๆก็ดีหมดทุกอย่าง เว้นแต่ว่าตัวนี้เป็นเครื่องตัวโชว์ของร้าน เพิ่งส่งเข้ามา เลยยังไม่ได้พิมพ์ตัวอักษรภาษาไทยไว้บนคีย์บอร์ด ผมเลยต้องอาศัยคีย์ที่จำได้เอา ถ้าจะพิมพ์ภาษาไทย นานๆไปคงจะชินไปเอง ปัญหาอยู่ที่ตัวที่ไม่ค่อยได้ใช้ และก็ความรูู้สึกที่แตกต่างไปบ้างระหว่างคีย์บอร์ดเต็มรูปสีขาวของแอปเปิ้ลกับคีย์บอดบนแล็ปท๊อป

เปล่า นี่ไม่ได้โพสต์จากเครื่องใหม่หรอก แต่โพสต์จากเครื่อง G5 ตัวเดิมนั่นเอง

Thursday, November 17, 2005

ข้อคิดจากอินเดีย (ตอน ๒)

เมื่อตอนอยู่อินเดีย ผมมักตื่นแต่เช้า เพราะเวลาที่นั่นช้ากว่าไทยชั่วโมงครึ่ง ตื่นตีสี่ครึ่งที่นั่นก็คือเวลาที่เมืองไทย ๖ โมงเช้านั่นเอง
เช้าวันหนึ่งหนึ่งผมเปิดดูโทรทัศน์เคเบิลสารพัดช่องของอินเดีย สังเกตดูจำนวนช่องดูมากกว่ายูบีซีเมืองไทยเสียอีก มีหลายภาษา
ที่น่าสนใจก็คือ ประมาณ ๑ ใน ๓ ของช่องต่างๆเหล่านั้น ตอนเช้านั่นเป็นรายการทางศาสนาต่างๆลัทธิของอินเดียเต็มไปหมด ส่วนหนึ่งก็เป็นการบรรยายธรรมนั่นแหละ แต่ไม่เห็นมีรายการทางพุทธศาสนา
ที่น่าสนใจคือบางช่องก็เป็นการถ่ายทอดยันต์พิธีจากที่ต่างๆ มีช่องหนึ่งผมนั่งดูอยู่ครึ่งชั่วโมง ไม่เห็นมีอะไร ไม่มีพูดจาอะไร มีแต่คนเหยียบร้อยคนทำหน้าระรื่นชื่นชมอยู่
แต่ก็น่าสนใจ คือเป็นพิธีล้างเท้าโยคีที่เป็นศาสดาของเขา อันที่จริงน่าจะเรียกละเลงเท้ามากกว่า
เพราะว่าเป็นการที่คนหมู่มากมาระดมเอาครีมซึ่งน่าจะเป็นเนยมาละเลงที่เท้าของโยคีที่นั่งอยู่นั่น สักพักก็เอาของเหลวที่ดูเป็นน้ำผึ้งมาราดและล้างต่อ จากนั้นก็เป็นการเอาอะไรมาโปรย อาจจะเป็นดอกไม้ก็ได้
เห็นแล้วก็นึกเอาว่า คงเข้าทำนองโปะครีมบำรุงผิวสมัยใหม่นี่เอง
ผมได้ดูแค่นั้นก็เลิกดูต่อ
แต่รู้สึกเอาว่า บ้านเมืองเขาคงจะสนับสนุนให้คนประพฤติตามลัทธิของตนๆ เพื่อความเป็นสุขของสังคมที่ยากจนอยู่ทั่วไป
แหม เมืองไทยไม่เห็นมีมั่งแฮะพวกบรรยายธรรมตอนเช้าๆ เว้นแต่บางช่องมีก่อนปิดสถานีแพลบเดียว

ข้อคิดจากอินเดีย

ผมไปอินเดียสัปดาห์ที่แล้ว พบว่าแม้ว่าคนส่วนมากจะยากจน บ้านเมืองจะสกปรก แต่ก็มีคนฉลาดมากๆ มีความรู้ลุ่มลึกระดับโลกอยู่แยะ
เหตุเพราะมีพลเมืองมาก และการแข่งขันสูง ทำให้คนต้องพยายามฟันฝ่าอย่างมากเพื่อให้ได้งานทำ (คงไม้ต้องบอกว่างานดีๆ) นักวิชาการก็เลยเก่งมากๆ
ขนาดไฟฟ้าดับแทบจะทุกชั่วโมงก็ยังทำงานดีๆออกมาได้มาก คิดเป็นสัดส่วนกับประชากรแล้วยังมากกว่าเมืองไทย
บ้านเราคงเป็นเพราะคนไทยมีความเป็นอยู่ดีกว่าเมืองแขกมาก คนจนมากๆมีจำนวนน้อยกว่า บ้านเมืองเราก็สะอาดกว่า แต่ผมดูๆแล้วคนที่ฉลาดมากๆน่าจะมีอยู่น้อย
เพราะบ้านเราเป็นเมืองสบาย อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ ฝกตกมาก อาหารไม่ขาดแคลน
ผมได้มีโอกาสฟังผู้บริหารของบริษัททางไบโอเทคแห่งหนึ่งของอินเดียเล่าว่า เมื่อเขาเปิดบริษัทสามปีก่อน ต้องการพนักงานราว ๒๕ คนเท่านั้น
แต่มีผู้สมัครเข้าไปถึงราว ๒๔๐๐๐ คน ผลสุดท้ายเลยคัดมาได้ราว ๓๐ คน จะเห็นว่า บริษัทเขาได้คนแบบหัวกะทิจริงๆเข้าไปทำงาน
ปัญหาหนึ่งที่เขาพบก็คือ เขาพบว่าบัณฑิตที่นั่นก่อนจะทำงานได้ต้องฝึกงานเสียก่อน เพราะบัณฑิตจบใหม่ยังไม่มีทักษะสูงพอที่จะทำงาน ผมได้ฟังก็เฉยๆในเรื่องนี้
บ้านเราปัญหาอาจจะแย่กว่ามาก เพราะมีมหาวิทยลัยใหม่ๆที่ปรับสถานะขึ้นมาสอนระดับปริญญาตรีแยะมาก แต่ดูแล้ว คุณภาพหลักสูตร และคุณภาพของคณาจารย์ส่วนมาก
ดูจะไม่ได้ปรับตาม มหาวิทยาลัยชั้นนำในบ้านเราบางแห่งบางหลักสูตรก็อาจจะมีปัญหาเรื่อง หลักสูตรไม่เคยเปลี่ยนเลยมาสี่สิบปีแล้วก็มี แม้ว่าโลกจะก้าวหน้าไปมากแค่ไหน
เผลอๆถ้าผมหรือใครกะจะเปิดบริษัทมั่ง คงต้องฝึกงานไม่น้อยกว่า ๖ เดือนละมัง

ไบโอไทแลนด์ กับธุรกิจไบโอเทคในเมืองไทย

งานไบโอไทแลนด์ที่ศูนย์สิริกิตติ์เพิ่งจบไปเมื่อสองสัปดาห์ก่อน งานนี้จัดปีเว้นปี โดย BIOTEC เป็นเจ้าภาพ ใช้เงินหลายล้านในการจัด นับเป็นการประชุมวิชาการระดับภูมิภาคในประเทศไทย ที่จุดประสงค์ของงานดีมาก
งานนี้มีเนื้อหาหลายส่วนที่ บางส่วนก็เข้าฟังได้ทั้งนักวิชาการ บางส่วนเหมาะกับนักธุรกิจที่สนใจทำทางเทคโนโลยีชีวภาพ และบางส่วนเหมาะสำหรับนิสิตนักศึกษา นักเรียน ซึ่งส่วนหลังนี้ฟรี
ผมมีโอกาสไปเข้าฟังการประชุมในช่วงหนึ่งที่ว่าด้วยธุรกิจไบโอเทค ช่วงนั้นได้รับฟังซีอีโอต่างชาติหลายคนมาบรรยาย สนุกมาก เสียดายคนไทยไปเข้าฟังไม่มากนัก
นักศึกษาดูจะไม่มีเลย อาจจะกลัวฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่องก็ได้ หรือว่าคงไม่อยากเสียเงิน ถ้าพวกเขาได้มีโอกาสเข้ามาฟัง จะได้อะไรๆเยอะมาก อาจจะได้ไอเดียไปทำธุรกิจก็ได้
และยังมีการบรรยายช่วงหนึ่งว่าด้วยสิทธิประโยชน์ทางภาษี และเงินลงทุนด้วย นักว่ามีประโยชน์มาก
มีซีอีโอจากบริษัทหนึ่งของเกาหลี ผมได้ฟังแล้วผมประทับใจมาก เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ด้วย ทำงานสองงที่ ที่สถาบันวิจัย และที่บริษัท งานวิจัยของเขาที่ทำมาเป็นสิบๆปี เขาเอามาทำขาย
บริษัทเขาผลิตเอ็นไซม์แค่ตัวเดียวออกขายทั่วโลก สารพัดจะใช้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งในทางเทคนิคแล้วไม่ยากเลยจริงๆ ย้อนกลับมาดูตัวเองบ้าง
สมัยผมเรียนวิทยาศาสตร์ ผมก็เคยผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้ว แต่ไม่เคยเลยที่จะดิดออกไปหาสตางค์ใช้จากการเอางานวิจัยไปทำเป็นธุรกิจ สงสัยว่าตอนผมเรียน ครูอาจารย์จะยังไม่ได้เน้นเรื่องนี้
ตอนเรียนปริญญาตรีอาจารย์ก็เฝ้าแต่สอนงานที่จะไปทำเป็นลูกจ้างบริษัท(ในห้องแล็บ)ให้ได้ พอเรียนโทก็เหมือนกัน พอเรียนเอกก็เฝ้าสอนจะให้เป็นนักวิจัย หรืออาจารย์ แถมติดทุนอีกต่างหาก
ต้องทำงานเป็นทาษไปกว่าสิบปี ทำให้ไม่มีความคิดเรื่องการทำธุรกิจเลยในตอนนั้น ดูเห็นเป็นเรื่องยากเกินเอื้อม วกกลับมาเรื่องงานไบโอไทยแลนด์ดีกว่า ผมว่าหลังงานนี้ผ่านไปแล้ว คิดดูแล้วก็น่าเสียดาย
ที่คนไทยส่วนมากที่มีศักยภาพจะทำธุรกิจไบโอเทคดูจะไม่รู้เรื่องงานนี้กันหรือกระตือรือร้นมาฟังมากกันเลย คนจึงไม่ได้ไปเข้าฟังมากนัก ทำให้คนเหล่านั้นพลาดโอกาสรับรู้เรื่องราวของการสร้างธุรกิจไบโอเทคในประเทศไทย
ไปอย่างน่าเสียดาย