พระอาจารย์สอนอภิธรรมรูปหนึ่งของผู้เขียนท่านพูดถึงคัมภีร์เล่มหนึ่ง คือ อภิธัมมาวตาร ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินเลย รู้สึกตัวเองเหมือนกับเป็นกบอยู่ในกะลา เพราะไม่รู้อะไรมากกว่าที่เขาให้เรียนในตำราระดับต่างๆ
พอท่านพูดถึงหนังสือเล่มนี้ เราก็ไปตามดูเลยว่า จะหาได้ที่ในกรุงเทพหรือไม่ ไป คณะ ๒๕ วัดมหาธาตุจะมีหรือไม่ ก็ไม่มี จึงต้องกลับมาบ้าน แล้วไปดูเว็บวัดท่ามะโอ ท่านมีให้ดาวน์โหลด ก็เลยจัดการดาวน์โหลดเอามาไว้อ่าน พร้อมกับหนังสืออื่นๆที่ พระคันธสาราภิวงศ์ท่านได้กรุณาแปลเป็นไทยไว้อีกเป็นจำนวนมาก รวมแล้วก็มี ๒๔ เล่ม ยังไม่นับ mp3 อีก โอ้ย เจอขุมทรัพย์เข้าแล้ว ดูดมาไว้อ่านหมดเลย (ด้วยความโลภ) ใส่ลิงก์ไว้ข้างบน นมัสการขอบคุณ พระคันธสาราภิวงศ์ ท่านไว้ ณ ที่นี้ ตอนนี้ก็กำลังอีเมลไปหาท่านจะขอซื้อหนังสือเป็นเล่มมาด้วย
นอกจากนี้ ยังไปเจอข้อมูลจากวิกิพีเดียภาษาไทยอีกด้วย
ปกิณกะ ไทย I posted about interesting items information I found, write my views on books I read, education, science and technology, Buddhism and meditation, economic and business, music, and movies, country and rural development. Articles are in English or Thai.
Sunday, February 28, 2010
ทริป ปราสาทดิน ถ้ำวัวแดง ชัยภูมิ




เคยโพสต์ไว้บ้างแล้วว่า เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ไปกับเพื่อนๆบนเน็ตสามสิบกว่าคน ไปปฏิบัติธรรมที่ วัดปราสาทดิน จังหวัดชัยภูมิ ที่เจ้าอาวาสคือ พระราชภาวนาวราจารย์ (หลวงปู่บุญมา) หรือ เรียกกันว่าหลวงปู่ศี ท่านเป็นพระดี เมตตามาก และพระลูกวัดท่านเล่าให้ฟังว่า ถ้าใครไปทำอะไรมาหลวงปู่รู้อะไรๆโดยไม่ต้องมีคนบอก จนทุกรูปเกรงท่านมาก ผมคิดว่า ในอนาคตคงไปกราบท่านอีก
นอกจากนี้ วันหนึ่งยังได้มีโอกาสขึ้นไปถ้าวัวแดง (ขึ้นบันไดไป ๑๔๐๐ ขั้น ชันมาก โชคดีตอนนี้มีบันไดคอนกรีต) ถำ้นี้เป็นถิ่นพระอริยะ ที่คนเรียกท่านกันว่า หลวงปู่ใหญ่ หรือ หลวงปู่เทพโลกอุดร และบรรดาพระอภิญญาท่านอื่นๆที่เป็นสายศิษย์ของท่าน เพื่อนรุ่นน้องหลายท่านศรัทธามาก ตอนบ่ายหลังจากลงเขาไปแล้ว ตอนค่ำยังขึ้นเขากลับมาบนถำ้เพื่อเรียนกัมมัฏฐานกับพระอาจารย์บนเชาอีกจนดึกดื่น ผมรู้ตัวว่าไม่ไหว หัวเข่าและกล้ามเนื้อต้นขาเร่ิมร้องเรียน ก็เลยคิดว่าขึ้นเขาหนเดียวพอ ไว้อนาคตทริปหน้าคงได้ขึ้นมาอีกแน่ๆ จะหาโอกาสขึ้นไปนั่งกัมมัฏฐานบนนั้นอีก และอาจจะกราบขอให้พระอาจารย์ท่านสอนสมาธิขั้นสูงต่อยอดให้ แต่ต้องรอให้สมาธิแก่กล้ากว่านี้หน่อย
บางคนบอกว่า ใครสนใจฝึกอภิญญาต้องมาที่ถ้าวัวแดงนี่ เสมือนหนึ่ง เส้าหลิน เพื่อต่อยอด เราก็เชื่อว่าน่าจะจริง สถานที่สัปปายะมาก ใครเข่าไม่ดีคงขึ้นมาลำบาก แต่ก็ขึ้นกับกำลังใจเป็นสำคัญ มีเรื่องเราเล่า คนขาหักยังขึ้นมาได้เลย ขอให้มีศรัทธาเท่านั้น
ผมเข้าไปในถ้าหลัก ข้างในลึกทีเดียว มีหลายห้อง ห้องแรกสุดใกล้ปากถ้ำ เทพื้นปูนไว้ มีโต๊ะหมู่พระพุทธรูป ผมเข้าใจว่า คนที่มาปฏิบัติธรรม สามารถนอนกันตรงบริเวณห้องแรกนั้นได้ในถ้ำ แถวถำ้วัวแดงและวัดปราสาทดินนี้ดี ยุงไม่ค่อยชุม ในถ้ำก็มีน้ำซับจากบ่อในถ้ำ ถ้าไม่มีน้ำขวดมาก็มีน้ำบ่อกินประทัง (ใครอยากจะแบกของหนักขึ้นเขามาล่ะ) บนนั้นมีหลายถ้ำอีกแถวนั้น แต่ไม่ได้ปีนเข้าไป กลัวตกลงมาแข้งขาหัก หมดแรงด้วย และนุ่งกางเกงยีนส์สีเนื้อ กลายเป็นสีน้ำตาลหมดแล้ว ไว้คราวหน้าคงจะเตรียมตัวลุยเข้าไป
ไปทริปนี้คุ้มค่ามาก ได้แวะกราบพระหลายองค์ ได้ทำบุญ ทำทาน และ ระหว่างอยู่วัดก็ได้ ปฏิบัติบูชา กัมมัฏฐาน และ ยังได้มีโอกาสเรียนการเข้าฌาน ๔ ได้เรียนวิชา จาก อ. เล็ก ก่อนหน้านี้เรียนแต่จากเสียงที่ดาวน์โหลดมาจากเว็บ เพิ่งมีโอกาสเจอตัว ทำให้เห็นกับตัวว่าพลังจิตเป็นเรื่องจริง (แต่เป็น ปัจจัตตังเวทิตัพโพ วิญญูหิ คือ วิญญูชนพึงรู้ได้ด้วยตนเอง เล่ารายละเอียดในที่สาธารณคงไม่ดี) ทริปนี้ทำให้ได้รู้ว่าตนเองเป็นพวก ติเหตุกบุคคล
ได้ไปประสบกับไฟป่าบนเขาใกล้ถ้ำวัวแดง อาจจะเพราะอากาศร้อน หรือมีคนจุดไล่สัตว์ป่าเพื่อล่าก็เป็นได้ พวกเราจึงขึ้นไปช่วยกันดับไฟป่าสองรอบตอนบ่าย และตอนค่ำๆก็ยังออกลาดตระเวณตรวจไฟป่ารอบวัดปราสาทดินอีก ทำให้เห็นว่า ถ้าไม่มีพระอยู่ในป่า ไม่มีวัดอยู่ในป่า ไฟมาป่าวอด หรือไม่ก็ชาวบ้านหรือนายทุนตัดป่าแบบไม่เกรงใจมากกว่านี้ ตอนนี้มันก็เกรงบ้างไม่เกรงบ้าง
เรื่องต้องปลงอีกหนึ่ง
จากข่าวที่ลิงก์ไว้ข้างบน กำธร สุวรรณปิยศิริ อดีตนักแสดง และนักพาย์ภาพยนต์ เสียชีวิต (พระเอกละครทีวีขาวดำ สมัย ช่อง ๔ บางขุนพรหม ตอนนี้สถานีรื้อไปสร้างเป็นแบงก์ชาติไปแล้ว) ขออนุญาตทวนความหลังเสียหน่อย
สี่สิบกว่าปีก่อน คุณแม่ผมเป็นแฟนละครโทรทัศน์ของคุณกำธร เล่นเป็นพระเอกกับนางเอกหลายคนในเรื่องต่างๆ ทั้งคุณ อารีย์ นักดนตรี คุณ นันทวัณ เมฆใหญ่ คุณกนกวรรณ ด่านอุดม สังกัดคณะ นาฏศิลป์สัมพันธ์ ของครูสัมพันธ์ พันธุ์มณี เล่นประจำอยู่ช่อง ๔ ของ บริษัท ไทยโทรทัศน์จำกัด สมัยนั้นผมอายุสักสิบขวบได้ละมัง ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษให้ดูละครทีวีตอนดึก ๔ ทุ่มได้เป็นบางครั้ง (ตามปกติต้องเข้านอน ๒ ทุ่ม) ผมเลยพลอยเป็นแฟนละครคุณกำธรไปด้วย ส่วนมากจะเล่นเรื่องที่เกี่ยวกับไทยรบพม่า บทประพันธ์ของ รพีพร หรือไม่ก็ ไม้เมืองเดิม ต้องมีการฟันดาบกัน ผมเห็นว่าตื่นเต้นดี สมัยนั้น คุณสมจินต์ ธรรมทัศน์โดนจับเล่นเป็นตัวโกงประจำ
เรื่องที่เด่นๆก็เช่น ขุนศึก ขุนศึกมหาราช และ เลือดอยุธยา ส่วนละครเรื่องที่ผมไม่ชอบ เพราะออกจะเศร้าก็เช่น เรื่อง แผลเก่า
ตัวละครที่เล่นเป็นพระรอง(แต่ออกแนวตลกๆ)ก็เช่น คุณรอง เค้ามูลคดี และมีตัวตลกที่ผมยังคงคิดถึงคือคุณ จำรูญ หนวดจิ๋ม (น้อยทิพย์) เสียชีวิตไปนานแล้ว
ว่างๆผมจะงัดเอาเทปเพลงละครช่องสี่มาเปิดทวนความหลังสักที
กำธรเสียชีวิตด้วยวัย ๗๕ ปี เท่าอายุขัยของคนยุคปัจจุบันตามพุทธศาสนาพอดี ถือว่าหมดอายุ แต่อย่างไรก็ต้องแสดงความเสียในกับคุณนันทวัณด้วย
คนที่ผมรู้จักเสียชีวิตด้วยวัยเท่านี้ก็มีอีก ต้องปลง เพราะทุกอย่างเกิดมาแล้วต้องดับไป
ตอนนี้ผมก็อายุมากเกินกว่าจะดูละครไร้สาระทางทีวีปัจจุบันเสียแล้ว ขี้เกียจให้อารมณ์แกว่งไปมีโทสะกับการแสดงเว่อร์ๆของนักแสดง เช่น การตะโกนและตะคอกใส่กันอย่างกะหนังหรือละครทีวีจากฮ่องกง คนไทยในกรุงเทพฯสมัยก่อนเขาไม่พูดตะโกนหรือตะคอกเสียงดังกันหรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพ่อแม่ ครูอาจารย์ หรือผู้ใหญ่ (ดังคำพังเพยว่า คนจีนปราศรัยเหมือนไทยตีกัน) นี่ ถือโอกาสบ่นเสียเลย
สี่สิบกว่าปีก่อน คุณแม่ผมเป็นแฟนละครโทรทัศน์ของคุณกำธร เล่นเป็นพระเอกกับนางเอกหลายคนในเรื่องต่างๆ ทั้งคุณ อารีย์ นักดนตรี คุณ นันทวัณ เมฆใหญ่ คุณกนกวรรณ ด่านอุดม สังกัดคณะ นาฏศิลป์สัมพันธ์ ของครูสัมพันธ์ พันธุ์มณี เล่นประจำอยู่ช่อง ๔ ของ บริษัท ไทยโทรทัศน์จำกัด สมัยนั้นผมอายุสักสิบขวบได้ละมัง ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษให้ดูละครทีวีตอนดึก ๔ ทุ่มได้เป็นบางครั้ง (ตามปกติต้องเข้านอน ๒ ทุ่ม) ผมเลยพลอยเป็นแฟนละครคุณกำธรไปด้วย ส่วนมากจะเล่นเรื่องที่เกี่ยวกับไทยรบพม่า บทประพันธ์ของ รพีพร หรือไม่ก็ ไม้เมืองเดิม ต้องมีการฟันดาบกัน ผมเห็นว่าตื่นเต้นดี สมัยนั้น คุณสมจินต์ ธรรมทัศน์โดนจับเล่นเป็นตัวโกงประจำ
เรื่องที่เด่นๆก็เช่น ขุนศึก ขุนศึกมหาราช และ เลือดอยุธยา ส่วนละครเรื่องที่ผมไม่ชอบ เพราะออกจะเศร้าก็เช่น เรื่อง แผลเก่า
ตัวละครที่เล่นเป็นพระรอง(แต่ออกแนวตลกๆ)ก็เช่น คุณรอง เค้ามูลคดี และมีตัวตลกที่ผมยังคงคิดถึงคือคุณ จำรูญ หนวดจิ๋ม (น้อยทิพย์) เสียชีวิตไปนานแล้ว
ว่างๆผมจะงัดเอาเทปเพลงละครช่องสี่มาเปิดทวนความหลังสักที
กำธรเสียชีวิตด้วยวัย ๗๕ ปี เท่าอายุขัยของคนยุคปัจจุบันตามพุทธศาสนาพอดี ถือว่าหมดอายุ แต่อย่างไรก็ต้องแสดงความเสียในกับคุณนันทวัณด้วย
คนที่ผมรู้จักเสียชีวิตด้วยวัยเท่านี้ก็มีอีก ต้องปลง เพราะทุกอย่างเกิดมาแล้วต้องดับไป
ตอนนี้ผมก็อายุมากเกินกว่าจะดูละครไร้สาระทางทีวีปัจจุบันเสียแล้ว ขี้เกียจให้อารมณ์แกว่งไปมีโทสะกับการแสดงเว่อร์ๆของนักแสดง เช่น การตะโกนและตะคอกใส่กันอย่างกะหนังหรือละครทีวีจากฮ่องกง คนไทยในกรุงเทพฯสมัยก่อนเขาไม่พูดตะโกนหรือตะคอกเสียงดังกันหรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพ่อแม่ ครูอาจารย์ หรือผู้ใหญ่ (ดังคำพังเพยว่า คนจีนปราศรัยเหมือนไทยตีกัน) นี่ ถือโอกาสบ่นเสียเลย
Thursday, February 25, 2010
ไปปฏิบัติธรรมมา
ผมมีความเห็นว่าปีหนึ่งๆ ต้องหาทางออกไปปลีีกวิเวกสักอย่างน้อยหนึ่งหรือสองครั้ง
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไปฝีกสมาธิกับกลุ่มคนหนุ่มสาวผู้ทรงคุณธรรมสูงจำนวนหนึ่งกว่า ๓๐ ท่าน ไปที่ชัยภูมิ ได้มีโอกาสทำบุญด้วยการบริจาคเงินหลายๆที่ ได้ใส่บาตรกับพระอริยะ ได้ไปกราบพระผู้ทรงคุณก็หลายรูป ได้ไปฝึกสมาธิเต็มที่ ได้ไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไดัเห็นความมหัศจรรย์ของจิต ได้ไปพัฒนายกระดับคุณธรรมของจิต
ต้องขอบคุณคนในครอบครัวที่เข้าใจ และเสียสละ เมื่อสมาชิกหลักในครอบครัวไม่อยู่บ้าน ในยามที่สภาพการณ์ในครอบครัวไม่ปกติ มีผู้ใหญ่เจ็บป่วยอยู่ แต่ผมรู้สึกว่า จะไม่ไปไม่ได้ มันเป็นโอกาสพิเศษจริงๆ และก็พบว่า การตัดสินใจไปนั้น ไม่ผิดหวัง และเป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิต
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไปฝีกสมาธิกับกลุ่มคนหนุ่มสาวผู้ทรงคุณธรรมสูงจำนวนหนึ่งกว่า ๓๐ ท่าน ไปที่ชัยภูมิ ได้มีโอกาสทำบุญด้วยการบริจาคเงินหลายๆที่ ได้ใส่บาตรกับพระอริยะ ได้ไปกราบพระผู้ทรงคุณก็หลายรูป ได้ไปฝึกสมาธิเต็มที่ ได้ไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ไดัเห็นความมหัศจรรย์ของจิต ได้ไปพัฒนายกระดับคุณธรรมของจิต
ต้องขอบคุณคนในครอบครัวที่เข้าใจ และเสียสละ เมื่อสมาชิกหลักในครอบครัวไม่อยู่บ้าน ในยามที่สภาพการณ์ในครอบครัวไม่ปกติ มีผู้ใหญ่เจ็บป่วยอยู่ แต่ผมรู้สึกว่า จะไม่ไปไม่ได้ มันเป็นโอกาสพิเศษจริงๆ และก็พบว่า การตัดสินใจไปนั้น ไม่ผิดหวัง และเป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิต
Saturday, February 13, 2010
A nice place for a break with music
Today I just had to drive my kid to a symphony concert at Mahidol University College of Music, in Salaya campus. It has a decent music auditorium. As a secondary school student, she was asked by her teacher to attend a classical music concert and write up a report. Thus kids from the same school went there today as well. After the concert, she was very happy and smilingly told me that she did not know she 'd love this kind of concert a lot. Previously, the only type of concert she knew was the type that most Thai teenagers are already over-exposed. Now she has discovered a new kind of cool and classy experience. (I think she has already been exposed to classical music lessons from her weekly piano classes, although she did not realize that.) We agree that next time we 'll try to find time together to listen to such concert. That will be a rare opportunity to spend good time with a teenage daughter. I also shopped several music CD from there too. I just realized that I have not listened to classical and Thai classical music for quite a while.
Thursday, February 11, 2010
Cambodian soldiers sneaked in to occupy more Thai territory last night

According to news from the Thai newspaper website linked above, over 300 Cambodian soldiers sneaked across border to seize a Ta-Khwai ancient relic near the border last night. The tension is increasing. It is possible that their big boss intends to attack Thai soliders outposts at the Ta Muen Thom ancient relic in the coming week, to coincide with the planned protest by Thai pro-Thaksin redshirts in Bangkok. Last week, some big guy was turned back when his aides tried to negotiate for him and his entourage to come over to visit the Ta Muen Thom ancient relic without properly arranged diplomatic protocols, and fully armed.
Last year I visited the Sisaket and Surin border area on my way driving back from Ubol. I was depressed that some parts of Thai territory was occupied by Cambodians and the past Thaksin and subsequent pro-Thaksin governments of Thailand forbade Thai army from pushing them back. Now it looks like they are trying to seize an opportunity of impending red-shirt protest in coming week trying to get more land at the Ta Muen Thom. I think they will attack our soilderrs first and it looks like we will lose some brave men before we can take action of repelling them back, perhaps down the cliff this time. I can't believe the Cambodians don't want to challenge the Vietnamese about their lost territory at their eastern border but turn to invade us on their west instead. I think they will get deadly consequence. We 'll see. For me, I feel sadden by the possible loss of lives on both sides. Many of them are people in the neighboring areas and likely the descendents of people of the same ethnicity anyway, regardless of their official nationality.
อันเนื่องมาจากภาพยนต์ที่เคยดู
ถ้าใครเคยดูภาพยนต์เรื่อง "Charlie Wilson's War" ที่แสดงนำโดย Tom Hanks & Julia Roberts จะรู้สึกประทับใจ หนังสนุกมาก เป็นเรื่องของ ส.ส. อเมริกันจอมเพลบอย แต่สู้กับรัสเซียในสงครามอัฟกัน ผ่านการเมืองในอเมริกน ต้องหาทางจัดสรรงบประมาณของรัฐสภาอเมริกันไปช่วย ต้องติดต่อต่างประเทศ และหาทางซื้อของ และยุทธภัณฑ์ไปช่วยชาวอัฟกันสู้กับรัสเซีย สุดท้ายรัสเซียต้องถอยทัพ
ที่พูดเรื่องนี้ เพราะวันนี้มีข่าวว่า Charlie Wilson ตัวจริงเสียชีวิตแล้ว ดังข่าวในลิงก์
ที่พูดเรื่องนี้ เพราะวันนี้มีข่าวว่า Charlie Wilson ตัวจริงเสียชีวิตแล้ว ดังข่าวในลิงก์
Wednesday, February 10, 2010
จะป้องกันโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมองอุดตันได้อย่างไร
ใส่ลิงก์ไว้ให้แล้วข้างบน โรคนี้ทำให้เกิดการตายเป็นลำดับสามในอเมริกา ไม่รู้ว่าในเมืองไทยเป็นยังไง แต่ญาติๆผมบางคนเจอโรคนี้เข้าไปเท่าที่รู้ก็ ๒ คน โรคนี้เป็นปัญหากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ บวกกับอาหารฝรั่ง จั๊งก์ฟู้ด ไขมันสูง เกลือมาก และนั่งหน้าคอมพิวเตอร์นานๆหลายชั่วโมง นั่งดูทีวีนานๆ และไม่ยอมออกกำลัง (ก่อนหน้านี้ ผมเข้าประเภท ถูกทุกข้อที่กล่าวมา)
จากที่ไปอ่านมา ก็สรุปประเด็นวิธีป้องกันก็คือ
ต้องออกกำลังกายประจำทุกวัน เพิ่มกิจกรรมการเคลื่อนไหวในแต่ละวัน อย่านั่งเฉยๆนานๆหลายๆชั่วโมง ควรใช้บันไดแทนลิฟต์บ้าง ลดคอเลสโตรอล ลดปริมาณโซเดียมในอาหาร งดอาหารไขมันสูง เพื่อคุมความดันให้ต่ำเข้าไว้ ย่ิงต่ำกว่า ๑๒๐ /๘๐ ก็อัตราเสี่ยงต่ำ
หากใครน้ำหนักเกิน ก็ต้องลดน้ำหนัก ด้วยการกินแป้งและน้ำตาลในแต่ละวันแต่น้อยๆ สำหรับบางคน ถ้ากำลังใจสูงพอ ก็งดมื้อเย็น และออกกำลังทุกวัน ตลอดไปได้ก็ยิ่งดี ผมพบอีกอย่างว่า มื้อเย็นเป็นส่วนเกินของความต้องการของร่างกาย ตอนนี้เข้าใจแล้วว่า ทำไมพระท่านจึงไม่ฉันอาหารหลังเพลไปแล้วในแต่ละวัน เพราะนอกจากเป็นภาระต้องไปวิ่งหาอะไรมารองท้องสนองกิเลสแล้ว ยังแย่ต่อสุขภาพ(คนสูงอายุ)อีกด้วย
โพสต์นี้อาจจะช่วยชีวิตคนที่มาเผอิญอ่านเจอในอนาคตได้หลายคน ถ้านำคำแนะนำไปปฏิบัติ
จากที่ไปอ่านมา ก็สรุปประเด็นวิธีป้องกันก็คือ
ต้องออกกำลังกายประจำทุกวัน เพิ่มกิจกรรมการเคลื่อนไหวในแต่ละวัน อย่านั่งเฉยๆนานๆหลายๆชั่วโมง ควรใช้บันไดแทนลิฟต์บ้าง ลดคอเลสโตรอล ลดปริมาณโซเดียมในอาหาร งดอาหารไขมันสูง เพื่อคุมความดันให้ต่ำเข้าไว้ ย่ิงต่ำกว่า ๑๒๐ /๘๐ ก็อัตราเสี่ยงต่ำ
หากใครน้ำหนักเกิน ก็ต้องลดน้ำหนัก ด้วยการกินแป้งและน้ำตาลในแต่ละวันแต่น้อยๆ สำหรับบางคน ถ้ากำลังใจสูงพอ ก็งดมื้อเย็น และออกกำลังทุกวัน ตลอดไปได้ก็ยิ่งดี ผมพบอีกอย่างว่า มื้อเย็นเป็นส่วนเกินของความต้องการของร่างกาย ตอนนี้เข้าใจแล้วว่า ทำไมพระท่านจึงไม่ฉันอาหารหลังเพลไปแล้วในแต่ละวัน เพราะนอกจากเป็นภาระต้องไปวิ่งหาอะไรมารองท้องสนองกิเลสแล้ว ยังแย่ต่อสุขภาพ(คนสูงอายุ)อีกด้วย
โพสต์นี้อาจจะช่วยชีวิตคนที่มาเผอิญอ่านเจอในอนาคตได้หลายคน ถ้านำคำแนะนำไปปฏิบัติ
Friday, January 29, 2010
อุปกรณ์ใหม่จากแอปเปิ้ล
ในช่วง ๓๖ ชั่วโมงที่ผ่านมา ผมอ่านตามข่าวอุปกรณ์ใหม่ของแอปเปิ้ลด้วยความสนใจ แต่ผมไม่ได้คิดจะซื้อหรอก เพราะผมคิดว่า ตลาดมัลติมีเดียบ้านเราไม่ได้โตเหมืองเมืองฝรั่ง อันที่จริงต้องพูดว่า ยังไม่เกิดเสียมากกว่า ผมยังไม่เห็นมีการขายมีเดียถูกกฏหมายกันเป็นเรื่องเป็นราวเสียที ออนไลน์นะ ของไทยยังไกล e-books ภาษาไทยที่ขายทางการค้าก็ยังไม่เกิด
สำหรับอุปกรณ์ใหม่ชื่อ iPAD นี้ ผมชั่งนำ้หนักดูแล้ว ความเห็นผู้บริโภคจำนวนมากค่อนข้างบวก เชื่อว่า จ๊อบส์เขาขายได้แยะแน่ ไม่ต้องห่วง แต่เมืองไทยก็คงขายได้บ้างแหละ
ส่วนผมนั้นขอผ่านรุ่นนี้ไปก่อน เพราะจริงๆที่คอยตามข่าว แอปเปิ้ล กับ อินเทล ช่วงนี้ ด้วยกำลังจ้องรอรุ่นใหม่ของโน้ตบุ้คจากแอปเปิ้ล ที่ถึงกำหนดออกอัพเกรดแล้ว จากวงจรอัพเกรดทุกๆ ๘ เดือน ตอนนี้แฟนๆต่างก็เชื่อว่าจะเปิดตัวในราวสองสัปดาห์ข้างหน้า อาจจะเป็นการใช้ ซีพียูรุ่น i5 หรือ i7 สำหรับผมรู้สึกว่า ถึงคราวต้องเปลี่ยน PB G4 15" ตัวเก่าเสียที ยกให้ลูกไป ส่วนตัวใหม่เป็น MBP 15" ถ้าเป็น i7 cpu เดาเอาว่า คงตกประมาณเครื่องละ ๘ หมื่นบาท บวกค่าซอฟต์แวร์อีกสักสามตัว (ไม่มีของไมโครซอฟต์แน่ๆ) ก็อาจจะตก อีก ๕ พันบาท ส่วน ซื้อยืดประกันเป็น ๓ ปี ที่เรียกว่า แอปเปิ้ลแคร์แปลน ราคาอีกเกือบ ๑ หมื่น ๓ พันบาทนั้น ไว้อีก ๑๐ เดือนข้างหน้าค่อยซื้่อ (ต้องซื้อก่อนเครื่องอายุครบ ๑ ปี) แต่เมื่อรวมยอดที่ต้องจ่ายแล้ว ปีนี้ผมคงต้องจ่าย ๑ แสนบาท ไม่หนีไปไหน สำหรับเครื่องมือหากินตัวใหม่ แต่เมื่อคิดอายุใช้งาน ๔ ปี ก็เฉลี่ยค่าใช้จ่ายไปได้ ตกแค่ปีละ ๒๔๐๐๐ บาท หรือ ตกเดือนละ ๒ พันบาท หรือ ตกวันละ ๖๖ บาทเอง ก็พอไหว เพราะเราเลิกใช้วินโดวส์มา ๔ ปีแล้ว และจะไม่กลับไปอีกแน่นอน แสนบาทก็แสนบาท ต้องควักจากกระเป๋าตัวเอง ของมันต้องใช้
วันนี้เห็นเจ้านายใช้โน้ตบุ้คเครื่องใหม่เอี่ยม ลงวินโดวส์ ๗ ดูจอภาพสวยงามดี แต่ระบบมีปัญหาสารพัดจะมีเออเรอร์ น่าสงสารท่านจริงๆ เห็นบ่นๆ แกจะเอาไปลง XP เราไม่กล้าพูดอะไรหรอกกลัวโดนว่าเอา ตัวเราใช้ซอฟต์แวร์ระบบ Unix + Linux และของแม็ค OS-X ไม่มีปัญหาเลย สุดคุ้ม (อันที่จริง supercomputers ระดับใหญ่สุดยอดของโลก ๕๐๐ เครื่อง เป็นระบบ Linux ซะประมาณ 80%)
สำหรับอุปกรณ์ใหม่ชื่อ iPAD นี้ ผมชั่งนำ้หนักดูแล้ว ความเห็นผู้บริโภคจำนวนมากค่อนข้างบวก เชื่อว่า จ๊อบส์เขาขายได้แยะแน่ ไม่ต้องห่วง แต่เมืองไทยก็คงขายได้บ้างแหละ
ส่วนผมนั้นขอผ่านรุ่นนี้ไปก่อน เพราะจริงๆที่คอยตามข่าว แอปเปิ้ล กับ อินเทล ช่วงนี้ ด้วยกำลังจ้องรอรุ่นใหม่ของโน้ตบุ้คจากแอปเปิ้ล ที่ถึงกำหนดออกอัพเกรดแล้ว จากวงจรอัพเกรดทุกๆ ๘ เดือน ตอนนี้แฟนๆต่างก็เชื่อว่าจะเปิดตัวในราวสองสัปดาห์ข้างหน้า อาจจะเป็นการใช้ ซีพียูรุ่น i5 หรือ i7 สำหรับผมรู้สึกว่า ถึงคราวต้องเปลี่ยน PB G4 15" ตัวเก่าเสียที ยกให้ลูกไป ส่วนตัวใหม่เป็น MBP 15" ถ้าเป็น i7 cpu เดาเอาว่า คงตกประมาณเครื่องละ ๘ หมื่นบาท บวกค่าซอฟต์แวร์อีกสักสามตัว (ไม่มีของไมโครซอฟต์แน่ๆ) ก็อาจจะตก อีก ๕ พันบาท ส่วน ซื้อยืดประกันเป็น ๓ ปี ที่เรียกว่า แอปเปิ้ลแคร์แปลน ราคาอีกเกือบ ๑ หมื่น ๓ พันบาทนั้น ไว้อีก ๑๐ เดือนข้างหน้าค่อยซื้่อ (ต้องซื้อก่อนเครื่องอายุครบ ๑ ปี) แต่เมื่อรวมยอดที่ต้องจ่ายแล้ว ปีนี้ผมคงต้องจ่าย ๑ แสนบาท ไม่หนีไปไหน สำหรับเครื่องมือหากินตัวใหม่ แต่เมื่อคิดอายุใช้งาน ๔ ปี ก็เฉลี่ยค่าใช้จ่ายไปได้ ตกแค่ปีละ ๒๔๐๐๐ บาท หรือ ตกเดือนละ ๒ พันบาท หรือ ตกวันละ ๖๖ บาทเอง ก็พอไหว เพราะเราเลิกใช้วินโดวส์มา ๔ ปีแล้ว และจะไม่กลับไปอีกแน่นอน แสนบาทก็แสนบาท ต้องควักจากกระเป๋าตัวเอง ของมันต้องใช้
วันนี้เห็นเจ้านายใช้โน้ตบุ้คเครื่องใหม่เอี่ยม ลงวินโดวส์ ๗ ดูจอภาพสวยงามดี แต่ระบบมีปัญหาสารพัดจะมีเออเรอร์ น่าสงสารท่านจริงๆ เห็นบ่นๆ แกจะเอาไปลง XP เราไม่กล้าพูดอะไรหรอกกลัวโดนว่าเอา ตัวเราใช้ซอฟต์แวร์ระบบ Unix + Linux และของแม็ค OS-X ไม่มีปัญหาเลย สุดคุ้ม (อันที่จริง supercomputers ระดับใหญ่สุดยอดของโลก ๕๐๐ เครื่อง เป็นระบบ Linux ซะประมาณ 80%)
Friday, January 22, 2010
หิริ และ โอตตัปปะ
คนไทยยุคนี้ส่วนมากขาด หิริ และ โอตตัปปะ นั่นคือไม่มีความละอาย ไม่มีความเกรงกลัวในการทำอกุศล
กุศลแปลว่าการกระทำที่ฉลาด อกุศลก็คือสิ่งที่ไม่ใช่กุศล
กี่เรื่องมาแล้วที่เป็นเรื่องราว ข่าวใหญ่ในบ้านเมือง เพราะคนไม่มีหิริ โอตตัปปะ
รวมทั้งการโกงกินหน้าด้านๆของนักการเมืองส่วนมาก ทุกยุคทุกสมัย ยุคไม่มีเงินก็ยังมี กู้มาโกง ปล่อยลูกหลานไทยเป็นหนี้ไป
ส่วนปัญหาในอนาคตขงชาติไม่พะวงเลย พะวงแต่เรื่องของตน
เร็วๆนี้ก็มีข่าวอดีตผู้บริหารของไทยไปโดนฟ้องคดีคอรัปชั่นข้ามประเทศที่อเมริกา (โดยที่ยังไม่ได้ตัวไป) เป็นเรื่องน่าอาย มีรูปหราลงอินเตอร์เน็ต อ่านๆดู อาจจะมีโดนฟ้องศาลไทยด้วยในอนาคต
นึกอยากให้นักการเมืองไทยที่โกงๆไปโดนอย่างนี้บ้าง เพราะดูเหมือนศาลไทยจะเอื้อมไม่ค่อยถึง ต้องไปโดนขึ้นศาลฝรั่งเสียก็ท่าจะดี
นึกอยากให้มียุคที่บ้านเมืองมีแต่คนมีคุณธรรมสูงกันหมดเสียจริง
จริงๆแล้วเราสามารถช่วยให้ฝันเป็นจริงได้ โดยเร่ิมที่ตัวเราก่่อนเลย ต้องมี หิริ โอตตัปปะ
มันก็จะเป็นว่า เราไม่มี อหิริกะ อโนตตัปปะ ไปโดยปริยาย
กุศลแปลว่าการกระทำที่ฉลาด อกุศลก็คือสิ่งที่ไม่ใช่กุศล
กี่เรื่องมาแล้วที่เป็นเรื่องราว ข่าวใหญ่ในบ้านเมือง เพราะคนไม่มีหิริ โอตตัปปะ
รวมทั้งการโกงกินหน้าด้านๆของนักการเมืองส่วนมาก ทุกยุคทุกสมัย ยุคไม่มีเงินก็ยังมี กู้มาโกง ปล่อยลูกหลานไทยเป็นหนี้ไป
ส่วนปัญหาในอนาคตขงชาติไม่พะวงเลย พะวงแต่เรื่องของตน
เร็วๆนี้ก็มีข่าวอดีตผู้บริหารของไทยไปโดนฟ้องคดีคอรัปชั่นข้ามประเทศที่อเมริกา (โดยที่ยังไม่ได้ตัวไป) เป็นเรื่องน่าอาย มีรูปหราลงอินเตอร์เน็ต อ่านๆดู อาจจะมีโดนฟ้องศาลไทยด้วยในอนาคต
นึกอยากให้นักการเมืองไทยที่โกงๆไปโดนอย่างนี้บ้าง เพราะดูเหมือนศาลไทยจะเอื้อมไม่ค่อยถึง ต้องไปโดนขึ้นศาลฝรั่งเสียก็ท่าจะดี
นึกอยากให้มียุคที่บ้านเมืองมีแต่คนมีคุณธรรมสูงกันหมดเสียจริง
จริงๆแล้วเราสามารถช่วยให้ฝันเป็นจริงได้ โดยเร่ิมที่ตัวเราก่่อนเลย ต้องมี หิริ โอตตัปปะ
มันก็จะเป็นว่า เราไม่มี อหิริกะ อโนตตัปปะ ไปโดยปริยาย
Wednesday, January 20, 2010
World 's largest jade Buddhas are in Thailand

I was a bit miffed when reading from a Thai news website recently which translated a news from abroad saying that another country is building the World 's largest Jade Buddha. I think a lot of Thai don't know what we have in Thailand. There are a number of large jade Buddhas in Thailand. I 'll point to just two of them.
One is the 32 ton solid Jade Buddha at Wat Dhammamongkol, Sukhumvit 101: project initiated by Luangphor Viriyung. Link is given above and here.
http://www.dhammamongkol.com/content/show_gallery.php?id=0128
The other is a (gigantic) model of the largest Emerald Buddha, width of 19 meters (if my memory is correct), but this one is constructed from concrete but covered with Jade, in Sisaket province. I had donated a couple thousand Bahts for this. I have not visited this giant Emerald Buddha model in Sisaket.
Saturday, January 16, 2010
Anniversary of the battle of Koh Chang
I just found out that tomorrow, Jan 17, would be an annivesary of the naval battle of Koh Chang (1941, B.E. 2484), when 3 Thai navy ships were destroyed, HTMS Thonburi, HTMS Songkhla, HTMS Cholburi, while HTMS Thonburi was the largest ship by that time. Tomorrow, the Royal Thai Navy would organize ceremonies for the anniversary at both the HTMS Thonburi monument and at Koh Chang's naval battle monument. I remember reading about this battle when I was young, and have admired all of the Thai sailors' feat in fighting much powerful adversary ships and chased them back. I hereby salute them again in this blog. I hope younger generation of Thai people would remember sacrifices of our ancestors.
I just found a picture of the HTMS Thonburi 's crews, taken when they picked up the ship from Japan, from the net and I repost it here. The reference site (in Thai) is given in the link above.
I just found a picture of the HTMS Thonburi 's crews, taken when they picked up the ship from Japan, from the net and I repost it here. The reference site (in Thai) is given in the link above.
Thursday, January 14, 2010
กาชาดไทยรับบริจาคช่วยเฮติ
สืบเนื่องจาก การเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงที่ประเทศเฮติ เชื่อว่าคนเสียชีวิตนับแสนคน วันนี้ สภากาชาดไทย ได้ประกาศรับบริจาคแล้ว ตามลิงก์ข้างบน ผมจึงคิดว่าจะไปบริจาคช่วยคนสักหน่อย ผ่านไทยพาณิชย์
ผมเคยคิดว่า ถ้าเกิดแบบนี้กับไทยบ้างในอนาคต ก็คงแย่เหมือนกัน เพราะผมเชื่อว่า อาคารในประเทศไทยเกือบทั้งหมดไม่สามารถทานแรงแผ่นดินไหวได้ และกรุงเทพอยู่บนดินนุ่ม มันจะยิ่งทวีความกระเพื่อมให้แรงมากขึ้นไปอีก อย่างไรก็ดี ก็แล้วแต่เหตุปัจจัย
update ---
ผมบริจาคไปแล้ววันนี้ ๒๐๐๐ บาท ไม่มาก ไม่น้อย แต่พอโอนเงินไปแล้วก็รู้สึกดี มีความสุข
พอตอนดึกพบว่า แอนเจลิน่า โจลี่ กับ แบร็ต พิตต์ บริจาค ๑ ล้านเหรียญ ผ่านมูลนิธิของเขา ก็รู้สึกดีใจกับกุศลจิตของเขาด้วย
update 2 ---
มีข่าววันที่ ๒๐ ว่ากาชาดไทยโอนเงินบริจาคผ่านไปให้องค์การกาชาดสากล และสภาซีกวงเดือนแดง ที่สวิสเซอร์แลนด์แล้ว เป็นเงินงวดแรก USD 50,000
เย้ เงินเราบริจาคไปแล้ว
ข่าวบอกว่า ถึงวันนั้นมีคนบริจาคเข้าไปเกือบ ๙ ล้านบาทแล้ว
ผมเคยคิดว่า ถ้าเกิดแบบนี้กับไทยบ้างในอนาคต ก็คงแย่เหมือนกัน เพราะผมเชื่อว่า อาคารในประเทศไทยเกือบทั้งหมดไม่สามารถทานแรงแผ่นดินไหวได้ และกรุงเทพอยู่บนดินนุ่ม มันจะยิ่งทวีความกระเพื่อมให้แรงมากขึ้นไปอีก อย่างไรก็ดี ก็แล้วแต่เหตุปัจจัย
update ---
ผมบริจาคไปแล้ววันนี้ ๒๐๐๐ บาท ไม่มาก ไม่น้อย แต่พอโอนเงินไปแล้วก็รู้สึกดี มีความสุข
พอตอนดึกพบว่า แอนเจลิน่า โจลี่ กับ แบร็ต พิตต์ บริจาค ๑ ล้านเหรียญ ผ่านมูลนิธิของเขา ก็รู้สึกดีใจกับกุศลจิตของเขาด้วย
update 2 ---
มีข่าววันที่ ๒๐ ว่ากาชาดไทยโอนเงินบริจาคผ่านไปให้องค์การกาชาดสากล และสภาซีกวงเดือนแดง ที่สวิสเซอร์แลนด์แล้ว เป็นเงินงวดแรก USD 50,000
เย้ เงินเราบริจาคไปแล้ว
ข่าวบอกว่า ถึงวันนั้นมีคนบริจาคเข้าไปเกือบ ๙ ล้านบาทแล้ว
Saturday, January 09, 2010
new book: Pramual Dhamma vol. 2 by Luangphor Pramote
A new book just came out, actually in its 3rd printing. Pramual Dhamma vol. 2 is another (edited) compilation of dhamma discourse given (in Thai) by the venerable Luangphor Pramote Pamojjo of Suan Santidhamma, Cholburi province. This is a big hard cover tome of over 459 pages. The price is free, since it is funded all by donation. The donation for this printing last month was over a million Baht. I donated some money and just got my copies today (for myself and some of good friends who are interested.) Thanks for Sup'K to serve as the distribution centers.
This is a good book. Many of the content are not available in any mp3 tracks that I have been listenning to.
Several thousand copies would also be given to many University and colleage libraries across Thailand.

----
update
I have mailed and personally handed out some copies I have to my close friends. Now I have only 1 copy left for me and my family.
This is a good book. Many of the content are not available in any mp3 tracks that I have been listenning to.
Several thousand copies would also be given to many University and colleage libraries across Thailand.

----
update
I have mailed and personally handed out some copies I have to my close friends. Now I have only 1 copy left for me and my family.
Luangta donated 12,050 kg of solid gold to BOT so far

I found a piece of Thai language news about the latest donation of solid gold to the Bank of Thailand by Luangta Maha Bua. Luangta Maha Bua has kindly done a so much for the Thai people and the Kingdom of Thailand. I think by documenting this news piece in English, we 'll have an online reference here to demonstrate some of his efforts to show the world. Here is my own narration:-
A secretary monk of the venerable Phra Dhamavisudhimongkol (known to the Thai people as Luangta Maha Bua Janasampanno) the abbot of Wat Pa Bantad, Udon Thani province, revealed that a 15th transfer of solid gold (412.5 kg, 99.9 %) to the Bank of Thailand from the Help the Nation Project, as Thai people have donated via Luangta Maha Bua since the past economic crisis, would be ceremonially held on January 9th, 2009, at the main pavillion in Wat Pa Bantad, Udon Thani, and graciously presided by H.R.H. Princess Chulabhorn. For the past 14 transfers, pure gold weighted 11,637.5 kg and cash of USD 10,214,600 had been given to the Bank of Thailand with the aim to help strengthen the country's financial status. This project had been closed, yet people who saw the merit of the project still donated to him therefore the 15th ceremony needed to be organized. This coming ceremony would be another good chance for Thai people to feel pleased with the patriotic sacrifices and unity of the people of Thailand, living inside and outside of the country. With this transfer, the total amount of donated solid pure gold to the Bank of Thailand would be 12,050 kg, worth around 14 billion Baht in current value.
Friday, January 01, 2010
ปีใหม่ พ.ศ. 2553 / ค.ศ. 2010

เมืองไทยเราเป็น พ.ศ. ๒๕๕๓ แต่ดูเหมือนอินเดียเขาจะนับว่าเป็น ๒๕๕๔ แต่ว่าประเทศไทยเป็นประเทศเดียวที่ใช้ พ.ศ. เคยได้ยินว่า ความจริงการนับ พ.ศ. นั้นเคลื่อนไปประมาณ ๕๐ ปี และว่าอันที่จริง พ.ศ. ปีนี้เป็น ๒๕๐๓
จะเห็นว่าจะถือว่าเป็นปีอะไรก็ตามนั้นเป็นเรื่องของ convention ของชาวโลก และนี่คือความหมายของคำว่า สมมุติ
อ่านข่าว น.ส.พ. บอกว่าปีนี้จะไม่ดี ดีหรือไม่ดีมันอยู่ที่ความรู้สึกของแต่ละบุคคล เป็นเรื่องของจิตปรุงแต่ง ถ้าจิตมีสติ รู้ทัน ความปรุงแต่งมันก็ดับไป
อย่างไรก็ดี เราก็อยากให้ปีนี้บ้านเมืองสงบ มีความสุข แต่จะเป็นได้แค่ไหนก็แล้วแต่เหตุปัจจัย เลยโพสต์รูปวิวเขาค้อ ที่เพิ่งไปเยือนมาไม่นานมานี้ เพื่อแสดงบรรยากาศที่เย็น และสงบสุข และก็ รูปอนุสรณ์ผู้เสียสละที่เขาค้อ ซึ่งสลักจารึกนามเจ้าหน้าที่ผู้เสียชีวิตไว้หลายร้อยคนบนกำแพงหินอ่อนปิดทองคำ เมื่อประมาณ ๓๐ ปีก่อน ในการรบเพื่อยึดเชาค้อจากผู้ก่อการร้าย ผมรู้สึกสะเทือนใจเมื่อไปเยี่ยมอนุสรณ์สถานแห่งนี้ หวังว่าคนไทยส่วนใหญ่จะเสียสละเพื่อส่วนรวม เพื่อบ้านเมืองได้มากขึ้น เฉกเช่นผู้ยอมสละชีิวิตเพื่อบ้านเมือง ณ สมรภูมิต่างๆ ทั้งที่มีจารึกนามและไม่มีระบุนามไว้ จำนวนนับไม่ถ้วนมาแล้วในอดีตหลายร้อยปีที่ผ่านมา
Thursday, December 31, 2009
อีกปีหนึ่งผ่านไป
ความจริงเรื่องของเวลา ปีหนี่งๆเป็นเรื่องสมมุติอีกเรื่องหนึ่งที่คนเราจัดตั้งขึ้นมา คนส่วนมากพอสิ่นปีหนึ่งๆก็ต้องฉลองกันใหญ่ ขาดสติเป็นส่วนมาก ตอนนี้พิมพ์นี้ก็คนจุดประทัดดังสนั่นหนวกหู หาได้นึกไม่ว่ารบกวนคนอื่นเขา และบางคนอาจจะนึกด่าเอาได้
ในส่วนตัวผมเอง แม้ปากจะบอกว่ามันเป็นเรื่องสมมุติ แต่วันปีใหม่ มันเป็นหลักหมุดบอกตำแหน่งว่า ปีที่ผ่านมา ทำอะไรไปบ้าง พบว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรอีกแยะ ที่สมควรทำ ก็ตั้งความหวังไว้ว่า จะได้ทำอะไรๆให้มันดีกว่าในปีหน้าที่จะมาถึงในอีกสามสี่ชั่วโมงข้างหน้านี้
โพสต์นี้อาจจะเป็นโพสต์สุดท้ายของปี ก็เลยจะเอารูปมาลงไว้
ในส่วนตัวผมเอง แม้ปากจะบอกว่ามันเป็นเรื่องสมมุติ แต่วันปีใหม่ มันเป็นหลักหมุดบอกตำแหน่งว่า ปีที่ผ่านมา ทำอะไรไปบ้าง พบว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรอีกแยะ ที่สมควรทำ ก็ตั้งความหวังไว้ว่า จะได้ทำอะไรๆให้มันดีกว่าในปีหน้าที่จะมาถึงในอีกสามสี่ชั่วโมงข้างหน้านี้
โพสต์นี้อาจจะเป็นโพสต์สุดท้ายของปี ก็เลยจะเอารูปมาลงไว้
Wednesday, December 30, 2009
เกือบไม่ได้ดูหนัง
สักสองอาทิตย์ก่อน ผมอ่านข่าวบนอินเตอร์เน็ตเมื่อวันที่หนังเรื่อง อวตาร เปิดตัวรอบปฐมทัศน์ ในสหรัฐ แล้วคนบอกว่าดีมาก วันต่อๆมาฝรั่งจำนวนมากก็บอกว่าไปดูสองรอบบ้าง สามรอบบ้าง ผมก็เลยคิดอยากไปดูบ้าง เพราะเมืองไทยก็เปิดฉายพร้อมกับในสหรัฐ ในบ้านผม ปรากฏว่าลูกผมไปดูกับเพื่อนก่อนพ่อกับแม่เสียอีก เพื่อนผมที่เข้าวัดเป็นงานประจำ เป็นคนธรรมะธรรโมมากก็ยังไปดูกัน ก็เลยคิดว่าไม่อยากพลาด แม้จะไม่ได้อยากดูเรื่องนี้มากเหมือนบางเรื่องที่เคยไปดูมาเมื่อเดือนที่แล้ว
มาวันนี้ผมพบว่า โรงหนังจำนวนมากเริ่มเลิกฉายเรื่องนี้แล้ว วันนี้เลยต้องไปเช็คในเว็บว่ายังมีที่ไหนบ้าง พบว่ายังมีอยู่ ที่เป็น 3D digital ด้วยก็ที่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ก็เลยตัดสินใจไปดูก่อนหนังจะออก อดดูกันพอดี ไปกันสองคนแบบ ลุงกับป้า ก็คิดว่าดีที่ได้ไปดู เพราะเมื่อไหร่ ดีวีดีออกมา มันก็จะไม่เป็นสามมิติให้ดูที่บ้าน
สำหรับผม ประเด็นอยู่ที่ีว่า เรื่องนี้ เราไปดูกันทั้งครอบครัว แต่แยกกันดูระหว่างลูก กับพ่อแม่
มาวันนี้ผมพบว่า โรงหนังจำนวนมากเริ่มเลิกฉายเรื่องนี้แล้ว วันนี้เลยต้องไปเช็คในเว็บว่ายังมีที่ไหนบ้าง พบว่ายังมีอยู่ ที่เป็น 3D digital ด้วยก็ที่ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ก็เลยตัดสินใจไปดูก่อนหนังจะออก อดดูกันพอดี ไปกันสองคนแบบ ลุงกับป้า ก็คิดว่าดีที่ได้ไปดู เพราะเมื่อไหร่ ดีวีดีออกมา มันก็จะไม่เป็นสามมิติให้ดูที่บ้าน
สำหรับผม ประเด็นอยู่ที่ีว่า เรื่องนี้ เราไปดูกันทั้งครอบครัว แต่แยกกันดูระหว่างลูก กับพ่อแม่
Sunday, December 27, 2009
หยุดช่วงคริสต์มาส (2)
ผมเคยอ่านเรื่องเกี่ยวกับโรงงานบรรจุของขนาดใหญ่เพื่อส่งให้ลูกค้าของอเมซอนมาหลายปีแล้ว ก็รู้สึกทึ่งในการใช้เทคโนโลยีไอที และหุ่นยนต์เพื่อทำงานแบบนี้ และก็ ข้อมูลจากหนังสืออย่างเรื่อง โลกแบน ก็ให้ความรู้สึกเกี่ยวกับการจัดการซัพพลายเชน สมัยใหม่ได้ดี บวกกับผมเคยดูทีวีช่องดิสคอฟเวอรี่ เกี่ยวกับพวกนี้มาบ้างแล้ว รวมทั้งการทำงานของศูนย์รวมพัสดุ ของบริษัทส่งของของอเมริกา ว่ามันทำงานอย่างไร คล้ายๆกัน เมื่อไปเจอลิงก์บทความหนึ่ง เกี่ยวกับชีวิตของคนอเมริกันกลุ่มหนึ่งในปัจจุบัน ที่เป็นคนระดับกลาง มีความรู้ หันมาอาศัยอยู่บนรถบ้าน แล้วย้ายที่ข้ามรัฐไปที่ใหม่ๆเป็นครั้งคราว น่าสนใจตรงที่เขาไปทำงานเป็นพนักงานชั่วคราวให้กับอเมซอน ใน แคนซัส ก็รู้สึกว่าบทความนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนอื่น ก็เลยเก็บลิงก์เอาไว้ข้างบน
หยุดช่วงคริสต์มาส (1)
ช่วงคริสต์มาสก่อนปีใหม่ เป็นอะไรที่น่าเบื่อของปี ฝรั่งหยุดหมด ข่าวสารอะไรเกี่ยวกับเทคโนโลยีก็ไม่มี น่าเบื่อหน่ายสำหรับผม
ไปเจอลิงก์น่าสนใจข้างบน สัมภาษณ์นักเขียนหนุ่มคนหนึ่ง นิ้วกลม อายุคงน้อยกว่าผมราวๆสองทศวรรษเป็นอย่างน้อย แต่มีปฏิภาณมากคนหนึ่ง ผมเคยซื้อหนังสือของเขามาอ่านสองสามเล่ม ผมว่าเขาเขียนสนุก และสำนวนกวนๆดี นานมาแล้วเคยเขียนอีเมลไปคุยกับเขาครั้งหนึ่ง เขาก็กรุณาตอบมา เห็นในข่าวบอกว่าเขาเขียนมาแล้ว ๑๕ เล่ม ภายใน ๕ ปี ตกปีละ ๓ เล่ม นับว่าเก่งทีเดียว
ไปเจอลิงก์น่าสนใจข้างบน สัมภาษณ์นักเขียนหนุ่มคนหนึ่ง นิ้วกลม อายุคงน้อยกว่าผมราวๆสองทศวรรษเป็นอย่างน้อย แต่มีปฏิภาณมากคนหนึ่ง ผมเคยซื้อหนังสือของเขามาอ่านสองสามเล่ม ผมว่าเขาเขียนสนุก และสำนวนกวนๆดี นานมาแล้วเคยเขียนอีเมลไปคุยกับเขาครั้งหนึ่ง เขาก็กรุณาตอบมา เห็นในข่าวบอกว่าเขาเขียนมาแล้ว ๑๕ เล่ม ภายใน ๕ ปี ตกปีละ ๓ เล่ม นับว่าเก่งทีเดียว
Subscribe to:
Posts (Atom)