ปกิณกะ ไทย I posted about interesting items information I found, write my views on books I read, education, science and technology, Buddhism and meditation, economic and business, music, and movies, country and rural development. Articles are in English or Thai.
Monday, June 19, 2006
หมอนทอง
ในช่วงสิบกว่าปีมานี้ผมไม่ค่อยได้ทานทุเรียนเท่าไร เพราะคนใกล้ตัวแพ้กลิ่นเอาอย่างแรง ปีนึงผมจึงมักนึกอยากทานสักครั้ง ก็มักไปซื้อตามห้างที่เขาผ่ามาขายใส่ถาดโฟมไว้ให้แล้ว ปีนี้ไม่ได้นึกอยากกิน แต่มีลาภลอยมาให้จนได้ คือเพื่อนเอาหมอนทองมาให้หนึ่งลูก ก็เลยต้องรับเอาไว้ ทิ้งไว้สามสี่วัน มีกลิ่นหอมดีไป ๒๔ ชม. แล้วก็ยังไม่เห็นปลิงหลุดสักที แต่ก็เกือบหลุด ก็เลยตัดสินใจฉีก ปรากฎว่า ง่ายมากเลย ก้นก็ปริแล้วเป็นร่องๆ จะไม่ต้องใช้มีดผ่าก็ยังได้ และเปลือกบางดีมาก เทียบกับพันธุ์อื่นๆที่ผมเคยฉีกสมัยเด็กๆ รู้สึกประทับใจมาก แต่กินแล้วก็เป็นทุกขลาภ เพราะรู้สึกร้อนมาก ก่อนนอนไปจ๊อกกิ้งก็แล้ว อาบน้ำก็แล้ว ตอนเที่ยงคืนต้องลุกมาอาบอีกรอบ ขนาดนอนห้องแอร์นะเนี่ย สงสัยแคลอรี่สูงมาก ต่อไปก็คงรอไปอีกอย่างน้อยหนึ่งปี ปีนี้เข็ดแล้ว
Thursday, June 15, 2006
สงสัยว่า วิกิข่าว ภาษาไทย จะไม่เวอร์คแฮะ
แวะเวียนไปดูอีกที หลังเริ่มลอนช์มาหลายเดีอนก่อน ปรากฏว่า วิกิข่าว ภาษาไทย นั้นไม่เห็นมีข่าวอัพเดทมาเกือบสามเดือนเข้านี่แล้ว ผมว่าได้ข้อสรุปอย่างนึง หนุ่มสาวไทยส่วนมาก อาจจะชอบบริโภคเนื้อหาจากเว็บมากกว่าเป็นผู้ช่วยสร้างเนื้อหาบนเว็บ
อาจจะเป็นค่านิยมสังคม หรือไม่ก็ ความไม่เห็นสำคัญว่าจะต้องไปทำอะไรเพื่อส่วนรวมทำไม เพราะเวลาของฉันนั้นมีค่า หรือว่า พวกเขาอาจจะมีวิธีใช้เวลาว่างที่เป็นประโยชน์มากกว่านี้ก็ได้
http://th.wikinews.org/wiki/หน้าหลัก
อาจจะเป็นค่านิยมสังคม หรือไม่ก็ ความไม่เห็นสำคัญว่าจะต้องไปทำอะไรเพื่อส่วนรวมทำไม เพราะเวลาของฉันนั้นมีค่า หรือว่า พวกเขาอาจจะมีวิธีใช้เวลาว่างที่เป็นประโยชน์มากกว่านี้ก็ได้
http://th.wikinews.org/wiki/หน้าหลัก
Tuesday, June 13, 2006
Desktop Manager: a useful software
I have been using Desktop Manager for the past few weeks and like it a lot. This is a free software for creating several desktops that can be switchable. It 's as if you have several monitors in one computer and you can open different programs in different desktops. As a result each screen would be less cluttered. Fortunately, I have ample RAM (1.5 GB) to work on multiple applications at the same time.
The version 0.5.3 of Desktop Manager, released since early 2005, works fine for Mac OS-X version 10.4.6 on my Mac G4 laptop. Now I happily switch among applications using the top panel switch or keyboard commands. This makes OS-X feel like Solaris and Linux. I wish Leopard, now under development by Apple, would incorporate this into it (and improve it further, of course).
The version 0.5.3 of Desktop Manager, released since early 2005, works fine for Mac OS-X version 10.4.6 on my Mac G4 laptop. Now I happily switch among applications using the top panel switch or keyboard commands. This makes OS-X feel like Solaris and Linux. I wish Leopard, now under development by Apple, would incorporate this into it (and improve it further, of course).
Buddhadasa 's birthday centenary
Few days ago, I just finished my final exam on Julaaphidhammikatri (first level class out of 9 apidhamma classes that will take up the most of my weekends for my next 7 year). I felt a great relief (and realized I had suffering a lot lately, although that will lead to hapiness) and thus had more time to look around and will start clearing some "to-dos" as well.
The centenary of Buddhadasa 's birthday passed a couple of weeks ago. I found some web sites about him below. I have a lot of his books. They actually gave me a lot of basic knowledge in Buddhism. There were a lot of novel interpretation of the Tipitaka. I am not sure if some of his ideas presented in his books was written just to stimulate a novel thinking in the society at the time or he did really believe all what he said. So as an apidhamma student, although I got a head start from his work, now I may not agree with his view in total. Nevertheless, I admire his dedication and effort. I am sure his work has global impact and more will be felt: it 's a matter of time.
http://en.wikipedia.org/wiki/Buddhadasa
http://www.suanmokkh.org/
http://www.buddhanet.net/budasa.htm
The centenary of Buddhadasa 's birthday passed a couple of weeks ago. I found some web sites about him below. I have a lot of his books. They actually gave me a lot of basic knowledge in Buddhism. There were a lot of novel interpretation of the Tipitaka. I am not sure if some of his ideas presented in his books was written just to stimulate a novel thinking in the society at the time or he did really believe all what he said. So as an apidhamma student, although I got a head start from his work, now I may not agree with his view in total. Nevertheless, I admire his dedication and effort. I am sure his work has global impact and more will be felt: it 's a matter of time.
http://en.wikipedia.org/wiki/Buddhadasa
http://www.suanmokkh.org/
http://www.buddhanet.net/budasa.htm
Monday, June 12, 2006
ทรงพระเจริญ
I found a good reading froom CNN about His Majesty the King and Jazz music.
On this auspicious occasion commemorating the King's 60th anniversary to his accession to the throne as the King Rama IX of Thailand, as his subject I 'd like to use this post in my blog to humbly submit my deepest best wishes to him. May his paramita increase continually ever until nirvana is accessed in the long future.
On this auspicious occasion commemorating the King's 60th anniversary to his accession to the throne as the King Rama IX of Thailand, as his subject I 'd like to use this post in my blog to humbly submit my deepest best wishes to him. May his paramita increase continually ever until nirvana is accessed in the long future.
Sunday, June 11, 2006
หนังสือแนะนำการเข้าสมาธิ
เพิ่งไปเจอ มีคนอุตส่าห์พิมพ์เข้าคอมพ์ไว้ให้ ใส่เป็นกระทู้เนื้อความจากหนังสือ ทิพยอำนาจ ที่ท่านเจ้าคุณ พระอริยคุณาธาร แต่งไว้ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๓
หนังสือนี้ผมก็เคยซื้อไว้ จากร้านหนังสือของมหามกุฏราชวิทยาลัย นานมาแล้ว อ่านไปบางส่วน ชอบมาก ก็เคยพยายามจะแปลเป็นภาษาอังกฤษ ได้ไปไม่กี่หน้าแต่ชะงักไปไม่มีกำหนด ยังไม่มีเวลากลับมาแปลอีก คงอีกนานเพราะเป็นงานฟรี
บุ้คมาร์คไว้ที่
http://www.agalico.com/board/showthread.php?t=2029%20%3Cbr%3E
หนังสือนี้ผมก็เคยซื้อไว้ จากร้านหนังสือของมหามกุฏราชวิทยาลัย นานมาแล้ว อ่านไปบางส่วน ชอบมาก ก็เคยพยายามจะแปลเป็นภาษาอังกฤษ ได้ไปไม่กี่หน้าแต่ชะงักไปไม่มีกำหนด ยังไม่มีเวลากลับมาแปลอีก คงอีกนานเพราะเป็นงานฟรี
บุ้คมาร์คไว้ที่
http://www.agalico.com/board/showthread.php?t=2029%20%3Cbr%3E
Sunday, June 04, 2006
ไป ถ้ำพระยานคร อุทยานแห่งชาติ สามร้อยยอด (ตอน ๒)
(My trip to Phraya Nakorn Cave, Samroiyod (300 Peaks) National Park, Pran Buri, Prachuab Khirikhan, part 2, continued from previous post)

เดินขึ้นเขาต่อไปอีกหลายแฮก ตามประสาคนไม่ค่่อยออกกำลังกาย พอถึงยอดเขาลูกเล็กก็เดินลงเนินไป จนเจอปากถ้ำ เป็นคูหาใหญ่มาก ก็ต้องไต่ลงไป ชันหน่อย เดินเข้าไปในคูหาแรก มองขึ้นไปด้านบนผาสูง จะเห็นบริเวณที่มีเว้าคล้ายโค้งใต้สะพาน ชาวบ้านเรียกว่า สะพานมรณะ ไกด์วัย ๙ ขวบของเราเล่าว่า สมัย ร. ๕ เสด็จประพาส เสบียงหมด มหาดเล็กต้องขึ้นไปหาเสบียง ได้ไล่หมูป่ามาจนตกเหวบริเวณนั้น เพื่อเป็นอาหาร ก็เลยได้ชื่อสะพานมรณะดังกล่าว

ผ่านคูหาใหญ่เดินต่อมา ผ่านที่มืดๆคลำไป จนไปออกคูหาใหญ่อีกแห่งหนึ่ง มีพลับพลาทรงไทยสร้างไว้ มีพระรูป ร. ๕ ประดิษฐานอยู่ แสงสว่างส่องลงมาจากผาด้านบนมายังถ้ำ ถ่ายรูปแล้วสวยงามดีมาก (ถ้ากล้องดี และฝีมือดีนะ)

ถ่ายรูปแล้วก็รีบๆกลับ เพราะใกล้มืดแล้วจะมองทางไม่เห็น กลัวฝนตกด้วย กลัวอันตราย
หลังจากลงมา คนที่ไปด้วยบอกว่าเจอยุงกัดเข้าไปเฉพาะที่ขา กว่า ๓๐ ตุ่ม ไม่นับที่กัดทะลุเสื้อบางๆของเขาและที่คออีก

เดินขึ้นเขาต่อไปอีกหลายแฮก ตามประสาคนไม่ค่่อยออกกำลังกาย พอถึงยอดเขาลูกเล็กก็เดินลงเนินไป จนเจอปากถ้ำ เป็นคูหาใหญ่มาก ก็ต้องไต่ลงไป ชันหน่อย เดินเข้าไปในคูหาแรก มองขึ้นไปด้านบนผาสูง จะเห็นบริเวณที่มีเว้าคล้ายโค้งใต้สะพาน ชาวบ้านเรียกว่า สะพานมรณะ ไกด์วัย ๙ ขวบของเราเล่าว่า สมัย ร. ๕ เสด็จประพาส เสบียงหมด มหาดเล็กต้องขึ้นไปหาเสบียง ได้ไล่หมูป่ามาจนตกเหวบริเวณนั้น เพื่อเป็นอาหาร ก็เลยได้ชื่อสะพานมรณะดังกล่าว

ผ่านคูหาใหญ่เดินต่อมา ผ่านที่มืดๆคลำไป จนไปออกคูหาใหญ่อีกแห่งหนึ่ง มีพลับพลาทรงไทยสร้างไว้ มีพระรูป ร. ๕ ประดิษฐานอยู่ แสงสว่างส่องลงมาจากผาด้านบนมายังถ้ำ ถ่ายรูปแล้วสวยงามดีมาก (ถ้ากล้องดี และฝีมือดีนะ)

ถ่ายรูปแล้วก็รีบๆกลับ เพราะใกล้มืดแล้วจะมองทางไม่เห็น กลัวฝนตกด้วย กลัวอันตราย
หลังจากลงมา คนที่ไปด้วยบอกว่าเจอยุงกัดเข้าไปเฉพาะที่ขา กว่า ๓๐ ตุ่ม ไม่นับที่กัดทะลุเสื้อบางๆของเขาและที่คออีก
ไป ถ้ำพระยานคร อุทยานแห่งชาติ สามร้อยยอด (ตอน ๑)
My trip to Phraya Nakorn Cave, Samroiyod (300 Peaks) National Park, Pran Buri, Prachuab Khirikhan (part 1)
ลุยโคลน ลงเรือหางยาวอ้อมทะเล ปีนเขา ฝ่าดงยุง ไปดูถ้ำที่เขาบอกว่าเป็น unseen Thailand

อยู่ที่หัวหินดีๆก็นึกอยากไปดู ถ้ำพระยานคร ที่อุทยานแห่งชาติ สามร้อยยอด เลยขับรถไปปราณบุรี มีป้ายบอกทางไป
หลังผ่านเข้าเขตอุทยาน แวะจอดรถที่วัดแห่งหนึ่ง จากนั้นต้องเหมาเรือกัน และต้องเดินเท้าเปล่าลุยหาดโคลนจากวัดไปราว ๕๐๐ เมตร เพราะน้ำลง พับขากางเกงยีนเดินลุยลงทะเลเพื่อไปลงเรือหางยาว เรือพาอ้อมเขาในทะเลออกไปอีกด้านหนึ่ง เข้าไปที่อีกด้านของอุทยาน

จากนั้นขึ้นหาดลุยเดินโคลนอีกทีหนึ่ง ไปล้างเท้าที่ห้องน้ำของอุทยานก่อนใส่ถุงเท้าและรองเท้าผ้าใบ
ให้อัศจรรย์ใจกับซองเปล่า ก.ย. ๑๕ ที่เต็มเข่งอย่างกะจะมีใครเตรียมส่งไปชิงโชค
พอเดินถึงตีนเขาก็เริ่มเจอยุงป่าฝูงเบ้อเริ่มมารุมกัน เลยเข้าใจ โชคดีที่ผมใส่ยีนส์และใส่เสื้อหนา เดินขึ้นเขาไป ๓๐๐ เมตร ระหว่างทางหยุดพักเหนื่อยหลายรอบ ถ่ายรูปที่จุดชมวิวราวๆกึ่งกลางทาง

ระหว่างทางก็มีนักท่องเที่ยวที่กำลังลงมาเป็นกลุ่มๆเดินสวนลงมา บอกให้กำลังใจเราว่าใจเย็นๆ เกือบถึงแล้ว ฝรั่งคนหนึ่งก็บอกว่า สวยคุ้มเหนื่อย ทนเอาหน่อย
(ยังมีต่อ)
ลุยโคลน ลงเรือหางยาวอ้อมทะเล ปีนเขา ฝ่าดงยุง ไปดูถ้ำที่เขาบอกว่าเป็น unseen Thailand

อยู่ที่หัวหินดีๆก็นึกอยากไปดู ถ้ำพระยานคร ที่อุทยานแห่งชาติ สามร้อยยอด เลยขับรถไปปราณบุรี มีป้ายบอกทางไป
หลังผ่านเข้าเขตอุทยาน แวะจอดรถที่วัดแห่งหนึ่ง จากนั้นต้องเหมาเรือกัน และต้องเดินเท้าเปล่าลุยหาดโคลนจากวัดไปราว ๕๐๐ เมตร เพราะน้ำลง พับขากางเกงยีนเดินลุยลงทะเลเพื่อไปลงเรือหางยาว เรือพาอ้อมเขาในทะเลออกไปอีกด้านหนึ่ง เข้าไปที่อีกด้านของอุทยาน

จากนั้นขึ้นหาดลุยเดินโคลนอีกทีหนึ่ง ไปล้างเท้าที่ห้องน้ำของอุทยานก่อนใส่ถุงเท้าและรองเท้าผ้าใบ
ให้อัศจรรย์ใจกับซองเปล่า ก.ย. ๑๕ ที่เต็มเข่งอย่างกะจะมีใครเตรียมส่งไปชิงโชค
พอเดินถึงตีนเขาก็เริ่มเจอยุงป่าฝูงเบ้อเริ่มมารุมกัน เลยเข้าใจ โชคดีที่ผมใส่ยีนส์และใส่เสื้อหนา เดินขึ้นเขาไป ๓๐๐ เมตร ระหว่างทางหยุดพักเหนื่อยหลายรอบ ถ่ายรูปที่จุดชมวิวราวๆกึ่งกลางทาง

ระหว่างทางก็มีนักท่องเที่ยวที่กำลังลงมาเป็นกลุ่มๆเดินสวนลงมา บอกให้กำลังใจเราว่าใจเย็นๆ เกือบถึงแล้ว ฝรั่งคนหนึ่งก็บอกว่า สวยคุ้มเหนื่อย ทนเอาหน่อย
(ยังมีต่อ)
Thursday, May 18, 2006
มานด์แมป ผังความคิด
เทคนิคการทำมานด์แมป (mind mapping) หรือ ผังความคิด เริ่มแพร่หลายมากขึ้น ผมหวลกลับไปดาวน์โหลด ซอฟต์แวร์ฟรีที่ชื่อ FreeMind มาใช้ ซึ่งมีรุ่นที่ใช้กับทุกเครื่องรวมทั้ง Mac ด้วย
มีประโยชน์ในการช่วยการคิด หรือ ระดมสมอง (brainstorming)
รุ่นใหม่มีฟีเจอร์สที่ดีกว่ารุ่นเดิมมาก ผมว่าเกือบจะสมบูรณ์แล้ว ใช้แทนกระดาษเปล่าได้ดีทีเดียว
มีประโยชน์ในการช่วยการคิด หรือ ระดมสมอง (brainstorming)
รุ่นใหม่มีฟีเจอร์สที่ดีกว่ารุ่นเดิมมาก ผมว่าเกือบจะสมบูรณ์แล้ว ใช้แทนกระดาษเปล่าได้ดีทีเดียว
Saturday, May 13, 2006
วันวิสาขบูชา วันไหนแน่
ปฏิทินเมืองไทยบอกว่าวันวิสาขบูชาปี ๒๕๔๙ นี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๑๒ พฤษภาคม แต่ดูจากเว็บเห็นบอกว่าวันจันทร์เต็มดวงคือวันเสาร์ วันนี้ จำได้ว่าเคยอ่านเจอมานานแล้วว่า ปฏิทินไทยทางจันทรคติคลาดเคลื่อนเรื่องวันเต็มดวงไป ๑ วัน เมื่อเทียบกับหลายประเทศเพื่อนบ้าน สงสัยนี้เข้าอีหรอบเดิมอีกแล้ว

อย่างไรก็ดี ขออนุญาตสำเนารูปมาที่เขาเวียนเทียนกันเมื่อวานไว้จากเจ้าของ ณ ที่นี้ เป็นภาพที่วัดมเหยงศ์ อยุธยา ดึงมาจาก บางกอกโพสต์ มาแปะไว้ที่นี่พอเป็นบรรยากาศ วัดนี้ผมชอบมาก เพราะเป็นวัดสำคัญตั้งแต่สมัยอโยธยา (ก่อนกรุงศรีอยุธยา) ต่อมาเป็นวัดร้าง จนกระทั่งพระอาจารย์สุรศักดิ์ท่านไปตั้งสำนักวิปัสสนาขึ้นที่นี่ ตอนนี้เลยมีคนเห็นความสำคัญของวัดนี้มากขื๋น หวังว่าปีหน้าอาจจะมีเวลาไปปฏิบัติธรรมที่สำนักของท่าน แต่ตารางนานหน่อย คือท่านมักจะจัด ๙ วัน ต้องถือศีลแปดด้วย

อย่างไรก็ดี ขออนุญาตสำเนารูปมาที่เขาเวียนเทียนกันเมื่อวานไว้จากเจ้าของ ณ ที่นี้ เป็นภาพที่วัดมเหยงศ์ อยุธยา ดึงมาจาก บางกอกโพสต์ มาแปะไว้ที่นี่พอเป็นบรรยากาศ วัดนี้ผมชอบมาก เพราะเป็นวัดสำคัญตั้งแต่สมัยอโยธยา (ก่อนกรุงศรีอยุธยา) ต่อมาเป็นวัดร้าง จนกระทั่งพระอาจารย์สุรศักดิ์ท่านไปตั้งสำนักวิปัสสนาขึ้นที่นี่ ตอนนี้เลยมีคนเห็นความสำคัญของวัดนี้มากขื๋น หวังว่าปีหน้าอาจจะมีเวลาไปปฏิบัติธรรมที่สำนักของท่าน แต่ตารางนานหน่อย คือท่านมักจะจัด ๙ วัน ต้องถือศีลแปดด้วย
Saturday, May 06, 2006
สร้างภาพเล่นๆ
Friday, May 05, 2006
เว็บราชการไทย ที่เคยดี แต่ตอนนี้ไม่ดี
ไปเจอโดยบังเอิญ เว็บของศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สวยดี แต่ว่า คุณพระช่วย ไม่ได้อัพเดทเนื้อหามาสองปีแล้ว ต้องเรียกว่าผู้บริหารไม่มีวิสัยทัศน์เอาเลย ไม่มีใครมาอัพเดทข้อมูล ถ้าข้อมูลทันสมัยทั้งฝรั่งหรือไทยจะได้ดูตารางการแสดงได้จากเว็บ ไม่ต้องโทรไปถาม หรือขอแผ่นพับไง
แล้วก็มีเว็บบอร์ดด้วย แต่ก็อีกแหละ มีแต่สแปม เพราะขาดกลไกการกรอง
นี่แหละคือเว็บหน่วยราชการไทย ยังมีทำนองนี้อีกแยะ
ผมไม่ได้จะว่า แต่ต้องการจะเตือนสติ จะได้ไปแก้ไขเสีย
แล้วก็มีเว็บบอร์ดด้วย แต่ก็อีกแหละ มีแต่สแปม เพราะขาดกลไกการกรอง
นี่แหละคือเว็บหน่วยราชการไทย ยังมีทำนองนี้อีกแยะ
ผมไม่ได้จะว่า แต่ต้องการจะเตือนสติ จะได้ไปแก้ไขเสีย
Tuesday, May 02, 2006
สมถะ ต่างจาก วิปัสสนา อย่างไร

สมถะ เป็นการปฏิบัติเพื่อให้จิตใจสงบ โดยมุ่งให้ระดับของสมาธิมีความลึกซื้งมาก จนเป็นระดับ อุปจารสมาธิ (สมาธิเฉียดฌาณ) และ อัปปนาสมาธิ (สมาธิจนเป็นฌาณ) วัตถุประสงค์หนึ่งคือเพื่อพักผ่อนจิต หากว่าได้ฌาณจะสามารถใช้แทนการนอนหลับได้
วิปัสสนา เป็นการตามรู้ความเป็นไปของกายและจิต ที่เรียกว่า กายานุปัสสนา และ จิตตานุปัสสนา หากว่า มีสติระลึกได้ ก็อยู่ในระดับ ขณิกสมาธิ (ลืกน้อยกว่าอุปจารสมาธิ) ก็เพียงพอ
การตามรู้อยู่เนืองๆ เป็นเหตุใกล้ให้เกิดปัญญา คือเห็นความเป็นจริงว่า ทั้งกายก็ดี จิตก็ดี เกิดมา ตั้งอยู่ และ ดับไป มีลักษณะเป็นไตรลักษณ์ เป็นทุกข์ (ทุกขัง) ไม่เที่ยง (อนิจจัง) และ (อนัตตา) ไม่ควรไปยืดถึอ ว่าเป็นตัวตน เป็นเราเป็นเขา การเห็นจริงแบบนี้ได้เรียกว่าเกิดปัญญา
การเกิดปัญญาได้นั้น ไม่ได้เกิดจากการคิดโดยใช้เหตุผลตามหลักตรรก หรือความเข้่าใจ แต่เป็นการเห็นจริงจากประสบการณ์ด้วยใจยอมรับ
การปฏิบัติธรรมควรทำให้มาก ทั้งสมถะ และ วิปัสสนา
ฮาร์ดดิสก์ 750 GB
มีข่าวว่าเพิ่งออกมาใหม่ ไม่นานหลังมีข่าวจากผู้ผลิตฮาร์ดิสก์อย่าง Seagate ว่ามี vertical storage technology ทำให้เก็บข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ได้มากขึ้น ตอนนี้ราคา 600 เหรียญ ใช้ FireWire400/800 / USB 2.0
ผมเดาเอาว่า ปีหน้าราคาน่าจะลงมาแยะ ในสองปีราคาอาจจะเหลือเพียงครึ่งเดียว น่าสนใจสำหรับพวกที่ข้อมูลมหาศาลอย่างพวกเราบางคน
ผมเดาเอาว่า ปีหน้าราคาน่าจะลงมาแยะ ในสองปีราคาอาจจะเหลือเพียงครึ่งเดียว น่าสนใจสำหรับพวกที่ข้อมูลมหาศาลอย่างพวกเราบางคน
Monday, May 01, 2006
ครบปีหนึ่งสำหรับบล็อกนี้แล้ว

เวลาผ่านไปเร็วมาก เขียนที่ blogspot นี้ได้ ๑๒ เดือนแล้ว และตอนนี้กลายเป็นมีหลายบล็อกที่แยกตามประเภท ความจริงตั้งใจจะแค่ลองเทคโนโลยีเท่านั้น ก่อนหน้านี้เคยไปเขียนที่ผู้จัดการแต่ไม่ชอบสไตล์ของซอฟต์แวร์ และวัยรุ่นเพ้อฝันที่โน่นแยะไปหน่อย
ตั้งแต่ใช้แม็ค ระยะหลังใช้โพสต์จากวิดเจ็ตเป็นส่วนมาก ไม่ได้ผ่านเว็บ เว้นแต่จะแปะรูป หรือแก้ไข ทำให้สะดวกมากขึ้น หาไม่แล้วจะโพสต์น้อยลงเพราะไม่มีเวลามากเหมือนเดิม
เศรษฐกิจไทย ยังดีอยู่หรือ

ผมนั้น แม้ไม่ได้เป็นนักเศรษฐศาสตร์ แต่ก็เคยสนใจวิชานี้ และก็เพื่อนผมคนหนึ่งเขาเป็นระดับแนวหน้าคนหนึ่ง เขาคนนี้เคยบอกพวกเราไว้ตั้งแต่เมื่อสองสามปีก่อนไว้ว่า เมืองไทยเรานั้น ถ้าหากว่าจะเกิดวิกฤตใหญ่ทางเศรษฐกิจก็คงจะเป็นเพราะสาเหตุเดียว คือมาจาก เอฟทีเอ ต่างๆที่ไปทำไว้เท่านั้น ดังนั้นเรื่องเอฟทีเอต้องระวังมาก ในการไปทำ
ตอนนี้มาเจอเรื่องราคาน้ำมันเข้าไปอีก (อันนี้ผมว่าเอง เพราะใครๆก็พูดกันอยู่แล้ว) เรื่องนี้ต้องโทษไอ้กัน ทำงบประมาณขาดดุลย์มากไป กะพวกเก็งกำไรซื้อขายล่วงหน้าอีก พวกน้ันตายไปก็เอาเงินมหาศาลไปใช้ไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ผมไปซูเปอร์ฯเมื่อเร็วๆนี้ สังเกตเห็นว่า ทำไมของเดี๋ยวนี้ราคาถูกจัง ผมว่า ซัพพลายเออร์ไทยเจอห้างฝรั่งกดราคามากเลย แถมสินค้าจีนเข้ามาตีตลาดอีกแยะมาก เดี๋ยวนี้หาของทำเมืองไทยไม่ค่อยมีขายแล้ว แบบนี้ธุรกิจไทยพวกโรงงานเอสเอ็มอีตายลูกเดียว ชาวสวนผลไม้นั้นแย่ไปนานแล้ว เพราะไหนจะเด็กไทยยุคใหม่ไม่ค่อยกินผลไม้ กินแต่ขนมขบเคี้ยว แถมเจอผลไม้จีนราคาถูกเข้ามาตี ใครๆก็แย่กันไปหมด คนเชื่อกันว่าอาจจะมีแต่พวกพ่อค้าคนกลางส่วนน้อยที่มีเอี่ยวเท่านั้นละมัง ที่รวยเอาๆ
Sunday, April 30, 2006
นกพิราบชักแยะมากไปแล้ว
บ้านชานเมืองบางที่มีนกพิราบแยะมาก ประชากรเพิ่มอย่างรวดเร็วในสี่ห้าปีที่ผ่านมา ถ่ายสกปรกเลอะเทอะไปหมด บ้านก็เหม็นถ้าบางทีเข้ามาอืในใต้หลังคา แหม หวัดนกไม่ยักกะจัดการพวกนี้แฮะ
อันที่จริงนกแยะ เป็นเพราะธรรมชาติขาดสมดุลย์ ไม่มีเหยี่ยว หรือ รุ้ง อะไรมาคอยกิน เพื่อควบคุมปริมาณ
นกพวกนี้เป็นพาหะโรคให้กับคนในอนาคตได้สบายๆ
อันที่จริงนกแยะ เป็นเพราะธรรมชาติขาดสมดุลย์ ไม่มีเหยี่ยว หรือ รุ้ง อะไรมาคอยกิน เพื่อควบคุมปริมาณ
นกพวกนี้เป็นพาหะโรคให้กับคนในอนาคตได้สบายๆ
Saturday, April 29, 2006
ติดฟิล์มบนจอโน้ตบุ้ค
ติดแล้วรู้สึกว่าจอมันชัดขึ้น สว่างขึ้น และสีสดขึ้น และจอก็ใสเหมือนกระจก ทำเอาจอผมดูดีขึ้นไม่น้อยหน้าเครื่อง ไวโอ ของโซนี่อีกต่อไป เวลาพิมพ์งานหรือดูเว็บก็จะแจ้ง
แต่แพงชมัด ๑๗๐๐ บาท เท่ากับฟิล์มติดกระจกหน้ารถยนต์ทั้งบานเลย
แต่แพงชมัด ๑๗๐๐ บาท เท่ากับฟิล์มติดกระจกหน้ารถยนต์ทั้งบานเลย
Friday, April 28, 2006
คนคิดไม่ได้ทำ คนทำไม่ได้คิด
จำได้ว่าสมัยก่อนมีงานการกุศล คนคิดโปรเจ็คอาจจะเป็นพวกไฮโซหรือผู้ใหญ่ ทำเอาคนระดับ ขรก. ชั้นผู้น้อยพลอยลำบาก บางทีก็ต้องเสียเงินซื้อของการกุศลที่บังคับซื้อหรือเรี่ยไรบ้าง ไม่งั้นบางทีก็ต้องไปออกแรง เช่นเดิน หรือ วิ่งการกุศล ฯลฯ (แต่คนส่วนใหญ๋ก็คงไม่ว่าอะไร บ้างก็เต็มใจ แต่พวกไอ้เณรที่ไปวิ่งเหงื่อตกจะเต็มใจหรือเปล่าไม่ทราบ) แต่น่าสนใจที่ว่า คนคิดโปรเจ็คลางทีอาจจะไม่ได้เสียเงิน หรือไม่ได้ต้องออกแรงก็ได้ แต่ว่าคงจะได้หน้าอยู่โข
ตอนนี้ก็ยังมีอยู่อีกแฮะ
เลยไปนึกถึงคำทายสมัยเด็กๆที่ว่า อะไรเอ่ย คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ และก็เลยดัดแปลงไปเป็นจ่าหัวข้อข้างบน
ตอนนี้ก็ยังมีอยู่อีกแฮะ
เลยไปนึกถึงคำทายสมัยเด็กๆที่ว่า อะไรเอ่ย คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ และก็เลยดัดแปลงไปเป็นจ่าหัวข้อข้างบน
Wednesday, April 26, 2006
"Do it whatever you want, that is the real Thai"
That 's from a common Thai saying :-
ทำอะไรตามใจคือไทยแท้
A new 25 floor condominium is being built on a Bangkok road near my home, and it can accommodate 700 cars, and there would be a thousand residential units in it. Imagine the already worse rush hour traffic both in the morning and in the late evening. Sometimes, the vehicles already filled up the entire street already. I certainly wish the buyers of those condominium units a good patience whenever they decide to use their cars. Imagine that each morning and evening they will take an hour coming out or getting into their parking garages.
I think Thailand or Bangkok so far has not incorporated the calculation of car flux into the town planning. Any real-estate developers now can do whatever they want, sometimes against BMA 's rule(s) by using "under the table tactics." I also wonder when they would have local community hearing like those in towns or cities in the US. Like another Thai saying, perhaps one has to wait until his "next life, in the afternoon" ( ชาติหน้าตอนบ่ายๆ ).
ทำอะไรตามใจคือไทยแท้
A new 25 floor condominium is being built on a Bangkok road near my home, and it can accommodate 700 cars, and there would be a thousand residential units in it. Imagine the already worse rush hour traffic both in the morning and in the late evening. Sometimes, the vehicles already filled up the entire street already. I certainly wish the buyers of those condominium units a good patience whenever they decide to use their cars. Imagine that each morning and evening they will take an hour coming out or getting into their parking garages.
I think Thailand or Bangkok so far has not incorporated the calculation of car flux into the town planning. Any real-estate developers now can do whatever they want, sometimes against BMA 's rule(s) by using "under the table tactics." I also wonder when they would have local community hearing like those in towns or cities in the US. Like another Thai saying, perhaps one has to wait until his "next life, in the afternoon" ( ชาติหน้าตอนบ่ายๆ ).
Subscribe to:
Posts (Atom)
