Showing posts with label meditation. Show all posts
Showing posts with label meditation. Show all posts

Wednesday, April 22, 2009

ไปนอนวัดป่ามา (4)


ได้มีโอกาสไปกราบเรียนขอกัมมัฏฐานจากหลวงพ่อเข็ม สุชีโว ที่กุฎิ ท่านได้เมตตาสอนให้หลายชั่วโมง สรุปบทเรียนได้ว่า
เนื่องจากผมถนัดการนั่งสมาธิแบบอาณาปาณสติ หลวงพ่อจึงแนะให้ให้วิธีของหลวงพ่อ คือรู้สึกลมกระทบที่เพดานปากด้านบน จะรู้สึกเย็นๆ แล้วให้พิจารณาไป ว่ากายมันไม่ใช่ตัวเรา ด้วยประการต่างๆ ไม่ต้องไปเอาฌาน คนเรายึดมั่นในกาย ทำอะไรก็เพื่อกาย อย่างชื่อเสียง ก็ทำเพื่อกาย หรือคนด่า เขาด่ากาย เราไม่ต้องไปสนใจ เขาไม่ได้ด่าจิต ถ้าตัดสักกายทิฏฐิได้ จิตเห็นว่ากายไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของเรา ก็เป็นพระโสดาบันได้
นอกจากนี้ ให้ถามตัวเองว่า จะเอานิพพานจริงหรือไม่ หรือว่ายังตัดอะไรๆไม่ได้ เช่น ครอบครัว ปากว่าอยากได้นิพพาน แต่ว่าจิตมันไม่อยากได้ ก็ไม่ได้
เรารับปากท่านว่า จะไปพิจารณาดู เพราะเท่าที่ผ่านมา ได้แต่ทำสมถะ ไม่ได้คิดพิจารณา กลัวฟุ้งซ่าน แต่การพิจารณาก็จะทำแบบมีสติ หลวงพ่อบอกว่าดีแล้ว

ไปนอนวัดป่ามา (3)



ในป่ามืดเร็วมาก ไปไหนต้องมีไฟฉายติดมือไปด้วย หลังทุ่มหนึ่งจะมองทางไม่ค่อยเห็น หลังสองทุ่มจะมืดสนิทถ้าไม่มีพระจันทร์ ผมไปนอนคนเดียวในป่าที่มืดตึ๊ดตื่อ (ก่อนหน้านั้น ที่เคยไปวัดหลวงพ่อจรัลเมื่อสิบปีก่อนราวสามครั้งก็เป็นวัดบ้าน และคนเจ็ดร้อยคนไปปฏิบัติธรรมแน่นไปหมดที่สิงห์บุรีจึงไม่เงียบเหงานัก) แต่ที่ป่าในวัดที่นาจะหลวยนี้ก็ไม่น่ากลัวเพราะอยู่ในรั้วอิฐบล๊อกรอบวัด ที่มีบริเวณราวสองสามร้อยไร่ ถ้าจะกลัวก็อาจจะแต่อมนุษย์ หรืองู หรือยุงกัด มากกว่า

ไปอยู่กุฏิก็จับลมหายใจ ทำอาณาปานสติไปเรื่อยๆ พร้อมกับดูจิต

ตั้งแต่เย็นๆแล้ว มีเสียงแปลกๆที่ไม่เคยได้ยินในเมือง พวกจักจั่นเริ่มส่งเสียง พอหกโมงเย็นก็มี แมลงบ้าอะไรก็ไม่รู้เสียงเสียดสีปีกมันแหลมมากอย่างกับเสียงแตร เป่าโน้ตเสียงสูงมาก และ ลากเสียงยาวกว่าหวูดรถไฟอีก ฟังเหมือนมันมาเป่าอยู่ใกล้ๆตัวเรานี่เอง บางช่วงก็นึกด่าแมลงว่า มันก็มีตัณหาเหมือนคนแฮะ ขยับปีกทำเสียงเรียกหาคู่เป็นนาน พอเจอกันแล้ว ค่ำๆหน่อย ผสมพันธุ์เสร็จก็เงียบกริบ ป่าก็เงียบลง เสียงนกก็ค่อยๆเงียบลง

ตกดึก บางทีได้ยินเสียงคล้ายคนเดินบนใบไม้แห้งดังกรอบแกรบ ตัวสัตว์นั่นเอง แต่จิตเราก็หวาดระแวง บางทีก็เสียงเคาะบนหลังคา คงเป็นพวกสัตว์เคาะไล่ตัวแมลงออกมาจะได้กิน อีกทีก็แมลงตัวใหญ่บินมากระแทกหน้าต่าง เสียงเหมือนคนมาเคาะหน้าต่างหรือหลังคา บางขณะรู้สึกกลัวจนขนลุก แต่ก็มีสติอยู่พอควร โดยรวมแล้วจิตก็ระแวดระวังอยู่เกือบตลอดเวลา แต่เรื่องฟุ้งซ่านก็บ่อยมาก แต่ก็เห็นว่าฟุ้งซ่าน นอนจับลมหายใจไปเรื่อยๆ พอตีสองก็ลุก ตื่นตีสองทุกวัน มันตื่นเอง ไม่อยากนอกต่อ มานั่งสมาธิ และสลับจงกรม

อยู่คนเดียวในป่า รู้สีกว่า คนเรามีอะไรที่เกินต้องการสำหรับการดำรงชีวิตไปมาก แรกเริ่มเลย กลางคืนคนส่วนมากก็เอาแสงไฟเป็นเพื่อน ถ้าไม่มีแสงไฟจะรู้สึกกลัวว่าจะมีภัย กลัวสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา ถ้าไม่มีแสงไฟตอนกลางคืน คนเราก็ไม่ตาย ดังนั้นแสงไฟจึงไม่ใช่ของจำเป็นในชีวิต แต่ก็ต้องมีไฟฉายไม่งั้นหาของไม่เจอ หรือไม่ก็อาจจะสะดุดของล้มลง

ตอนหัวค่ำมืดสนิท ต้องใช้ไฟฉาย ตอนหลังตีสามไปแล้วจะเริ่มสว่างขึ้นเล็กน้อยเมื่อพระจันทร์ขึ้น และสว่างมากขึ้นจนถึงตีห้า ไก่บางตัวขันตั้งแต่ตีสาม ต่อมาก็ราวตีสี่ ตีห้า พอตีห้าครึ่งพวกนกก็เริ่มตื่น ส่งเสียงเจึ๊ยวจ๊าวกัน ต่อมาก่อนรุ่งพวกจักจั่นก็ส่งเสียงระงมกันอีกรอบหนึ่ง

เห็นวงจรของแสงสว่างค่อยๆมืดลง และจากมืดมิด ค่อยๆสว่างขึ้น ทำให้เห็นว่า โลกก็เป็นอย่างนี้ มีทุกข์แล้วก็สุขสลับกันไป

Tuesday, December 16, 2008

A personal feat

I 'd like to note my small personal feat last Saturday. I could meditate in diamond cross-legged lotus seating position ( ขัดสมาธิเพชร ) for 1 hr and get a fair concentration while listening to two mp3 tracks of the late venerable Luangpoo (Holy grandfather) Sim 's preaching. The last time I did this I could sit only for 30 min at most. Luangpoo Sim always ordered his followers to sit in this position. So I regard him as a teacher who taught me how to sit in this position, the same position that the Buddha did when he became enlightened 25 centuries ago. During the meditation, I did not feel much pain as before. However, after the session I had to sit still for about half an hour to recover from the aching ankles.

A picture of Luangpoo Sim 's (wax) statue in this seating position is posted here as a reference in case someone might want to try it. I copied it from somewhere I have already forgotten. But I want to thank the picture 's owner here. (I don't think my non-commercial mirroring of this image here will violate someone 's copyright, as far as my interpretation of a Thai law is concerned.)