Showing posts with label การศึกษา. Show all posts
Showing posts with label การศึกษา. Show all posts

Monday, June 27, 2016

แนะนำวิธีเขียนจดหมายสมัครงาน

ช่วงนี้ผมไปช่วยงานโครงการเกี่ยวกับการปรับปรุงการศึกษาระดับมัธยมศึกษา มุ่งสร้างเนื้อหาวิชาใหม่ที่เกี่ยวกับทักษะวิชาชีพสำหรับนักรเรียน ม. ปลาย สายสามัญ เผื่อสำหรับเด็กนักเรียนที่อาจจะไม่ตัดสินใจเรียนต่ออุดมศึกษาหรือระดับ ปวส. อาจจะออกไปหางานทำเลย
ผมรู้สึกว่า เด็กของเราโดยมากภาษาอังกฤษอ่อน แต่ทรัพยากรต่างๆ บนเน็ตส่วนมากเป็นภาษาอังกฤษ ก็เลยตัดสินใจช่วยทะยอยเขียนเนื้อหาที่เกี่ยวเนื่องกับงานที่ช่วยทำนี้ ออกมาเป็นภาษาไทย เพื่อสร้างแหล่งค้นคว้าเอาไว้ให้เยาวชนไทยเราในอนาคต เป็นการช่วยในระยะเริ่มแรกขณะที่เด็กของเราภาษาอังกฤษยังไม่แข็ง ก็ต้องทำอย่างนี้ไปก่อน

บทความแรกที่เขียนวันนี้คือ วิธีการเขียนจดหมายสมัครงานภาษาไทย เอกสารเป็น PDF ส่งไปเก็บไว้ที่ GotoKnow 
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับใครบางคนนะครับ

I just wrote a short guide as part of a series to create a Thai language educational resource to help provide some vocational skills to high school students. The first Thai-language article entitled 'Writing a job application letter' or  "การเขียนจดหมายสมัครงาน" in Thai is stored at the link above.



Saturday, December 05, 2009

ข่าวการแจกคอมพิวเตอร์ 380,000 เครื่องให้เด็กนักเรียนในอุรุกวัย

เผอิญแวะไปดูเว็บของโครงการ OLPC หรื่อ โครงการ หนึ่งแล็พท๊อปต่อเด็กหนึ่งคน มา ก็เลยเพิ่งไปได้ลิงก์ข่าวดังกล่าว จากวารสาร ดิอิโคโนมิสต์ เรื่อง การแจกคอมพิวเตอร์ 380,000 เครื่องให้เด็กนักเรียนในอุรุกวัย ก็เป็นเรื่องน่าสนใจ ที่อ่านแล้วก็ทำให้ได้รับทราบปัญหาของโครงการในระดับการแจกให้เด็กจริงๆ เขามีปัญหาหลายเรื่อง นอกจากเรื่อง คือ ภาษาที่เด็กใช้ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก หลายท้องที่ไม่มีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ไร้สายให้ใช้ และ ครูแก่เกินไปไม่พร้อมรับเทคโนโลยี และการซ่อมเครื่องที่เสียหายเป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องซ่อมในท้องที่เพราะเด็กไม่ยอมส่งซ่อมกลัวไม่ได้ของคืน แต่ในบทความไม่ได้พูดถึงเรื่อง คอร์สแวร์ ว่าเขาเตรียมไว้พร้อมแล้วใช่หรือไม่ ก็คาดเอาว่าคงได้เตรียมเรื่องนั้นไว้พอควร

หวังว่าในอนาคตเมืองไทยจะทำอะไรอย่างนี้บ้าง ก่อนหน้านี้ที่ยกเลิกโครงการเก่าไปแล้วก็โอเค แต่ในอนาคตน่าจะทำอะไรได้ดีกว่าคราวที่แล้ว
ในใจผมลึกๆ อยากให้เด็กไทยได้โชคดีเหมือนเด็กในสหรัฐที่ได้ใช้แม็ค ถ้าไม่อย่างนั้น ก็ใช้อูบันตูลินิกส์ก็ได้ แต่คงต้องพัฒนาดิสทริบิวชั่นโดยเฉพาะขึ้นมา
ครูๆทั้งหลายก็คงต้องหันมาทำเรื่องเนื้อหากัน รวมทั้งเรื่อง e-textbook อีกด้วย

Friday, March 07, 2008

ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีๆ โดยเฉพาะการศีกษา

สามวันก่อนไปประชุมผู้ปกครองของโรงเรียนอำนวยศิลป์ รู้สึกตัวอยู่ล่วงหน้าแล้วว่า การประชุมชี้แจงครั้งนี้ โรงเรียนอาจจะมุ่งขอเงินสนับสนุนจากผู้ปกครองเพิ่ม ก็เป็นเรื่องจริง โรงเรียนมีการนำ interactive white board ที่ทำหน้าที่เป็นจอคอมพิวเตอร์ขนานใหญ่สำหรับห้องเรียนขนาดเล็ก มาใช้ในโรงเรียนเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังไม่ครบทุกชั้น ไม่ครบทุกห้องเรียน เป็นบางวิชาเท่านั้น และจะมีการไปซื้อไลเซนส์ซอฟต์แวร์เสริมการเรียนภาษาอังกฤษที่ชื่อ Fast ForWord มาในอัตราสูงถีงปีละสองล้านบาท โดยลงโปรแกรมได้ในคอมพิวเตอร์เพียงห้าสิบเครื่องเท่านั้น นับว่าแพงเอาการ ตกเครื่องละสี่หมื่นต่อปี คิดว่าเด็กคงใช้ไม่ได้กันทุกคน จะมีการปรับปรุงระบบไฟเบอร์ออพติกของโรงเรียน เพราะแบนด์วิธของการใช้มัลติมีเดียในโรงเรียนสูงขึ้นมาก เน็ตเวอร์คเริ่มรับไม่ไหว จะมีการซื้อหนังสือเพิ่มเติมเพื่อให้โรงเรียนก้าวเข้าสู่โรงเรียนมาตราฐานระดับนานาชาติ ภายในอีกแปดปีข้างหน้า เปลี่ยนคอมพิวเตอร์ใหม่อีกเป็นจำนวนมาก ทางโรงเรียนพยายามเน้นว่า ค่าใช่จ่ายพื้นฐานที่ผู้ปกครองจ่ายตอนนี้ ปีละแสนแปดหมื่นบาทต่อนักเรียนหนี่งคนนั้น ต่ำกว่าโรงเรียนอินเตอร์ทั่วไปมาก

ผมนั่งฟังก็รู้สีกถีงความเอาใจใส่ของผู้บริหารโรงเรียน (เป็นโรงเรียนเอกชน ที่มูลนิธิเป็นเจ้าของ) ที่จะพยายามขวนขวาย นำสิ่งที่ดีที่สุดมาสู่นักเรียนของโรงเรียน ทำให้เป็นเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทย ที่สามารถทำอย่างนี้ได้ ก็รู้สีกว่า ต้องทำใจ คงต้องกัดฟัดจ่ายค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่จะมีในส่วนต่างๆจากที่ขอการสนับสนุนเพิ่มเติม
ผมย้อนกลับมารำพีงว่า แล้วการศีกษาในโรงเรียนของรัฐล่ะจะเป็นอย่างไรต่อไป เขาคงไม่มีความสามารถทำได้อย่างโรงเรียนเอกชนแบบนี้แน่ เพราะเก็บค่าเรียนถูกมาก ก็ต้องนีกถีงสุภาษิตฝรั่งที่เคยได้ยินว่า you get what you pay ซึ่่งหมายความว่า คุณจ่ายไปเท่าไรก็ได้ของคุณภาพเท่านั้น นั่นแหละการศีกษาไทย ทุกระดับ ตั้งแต่ประถมหนี่งยันปริญญาเอกก็ว่าได้

ผมรู้สีกแล้วว่าการศีกษาที่ดีย่อมไม่ฟรี จะต้องมีผลเสียไปแลก ผมเริ่มรู้สีกกังวลกับนโยบายเรียนฟรีในรัฐธรรมนูญว่า ในทางปฏิบัติจริง ที่รัฐไม่มีเงินพอสำหรับการศีกษาทั่วประเทศนั้น จะทำให้การเรียนของเด็กไทยเป็นโรคแคระแกร็นไปหมด และที่จะมีผลกระทบมากก็คือการเรียนในชนบท ถิ่นห่างไกล ที่ไม่มีงบให้ก็คงไม่มีต่อไป

Tuesday, April 03, 2007

ยุคนี้ การศึกษาต้องแลกกับเงิน สังคมจะเหลืออะไร

ช่วงนี้วุ่นๆเรื่องเด็กเข้าเรียนมัธยม ๑ ก็มีข่าวลือว่า การฝากเด็กนักเรียนให้เข้าได้นั้น โรงเรียนนั้นอย่างน้อยต้องสองแสน โรงเรียนนี้สามแสนอัพ อีกสองสามโรงเรียนต้องคนละห้าแสนเท่านั้น

หากเป็นเรื่องจริง และหากว่าบางแห่งมีการเอาเงินเข้ากระเป๋าบางคน ไม่ได้เข้าโรงเรียนหรือส่วนรวม ก็เป็นเรื่องน่าสมเพชกับปรากฎการณ์นี้ในสังคมไทย มีเรื่องเล่าว่า บางโรงเรียนมีนโยบายหาเงินเข้าโดยเฉพาะ อย่างบางแห่งที่เรียกห้าแสน

เมื่อการศึกษาต้องแลกกับเงินแล้วคุณความดีของครู(ผู้บริหารสถานศึกษา) มันจะเหลือให้สังคมไทย (ทั้งผู้ปกครองและเด็ก)มีศรัทธาได้อย่างไร
เราไม่อยากจ่าย แต่บางคนก็พร้อมที่จะจ่าย

แต่โชคยังดีที่ยังมีครูอาจารย์และผู้บริหารสถานศึกษาอีกเป็นส่วนมากที่ไม่ได้เข้าข่ายที่ว่า

วันก่อนดูทีวีเห็นข่าวว่ากระทรวงศึกษาจะสร้างโรงเรียนเพิ่มอีกห้าแห่งในกรุงเทพฯ ก็ดีครับ แต่ก็ต้องพัฒนาโรงเรียนหลายๆแห่งให้มีมาตราฐานสูงขึ้นตามโรงเรียนแนวหน้าไปด้วยเหมือนกัน